ตอนที่ 912
บทที่ 912 ความกังวลของประธานกู้
October 28, 2026
บทที่ 912 ความกังวลของประธานกู้
มองยังไงก็เท่าเทียมกับปีศาจแห่งสุขาอ่ะ หรือว่าช่วงเวลาที่จิ่วจิ่วเติบโตขึ้นมา กู้ฮอนในฐานะแม่ของเธอ ได้ล้มล้างมาตรฐานความงามของลูกสาวไปแล้ว?
*
“เฮ้ๆ เฉิงเฉิงดูสิ พ่อไปอยู่ที่นั่นอีกแล้ว หรือว่าเขาจะไข้ขึ้นอีกแล้วหรือเปล่า? วันนี้ตอนกินข้าว ฉันมองเห็นว่าเขามีบางอย่างที่ผิดปกติ แน่นอนว่าแม่เองก็ดูไม่ปกติด้วยเหมือนกัน” หยางหยางดึงเฉิงเฉิงให้มองไปยังวิลล่าปานซาน อย่างตื่นเต้น
“นายไม่สามารถพูดอะไรที่มันน่าฟังได้ใช่ไหมเนี่ย พ่อยังพูดถึงนายด้วยคำดีๆตอนที่อยู่หน้าแม่เลย ไม่ได้ดูข่าวตอนเที่ยงงั้นเหรอ? พ่อไม่ได้เป็นประธานของบริษัทเป่หมิง แล้ว และคนที่มาแทนก็คือแม่ไงล่ะ”
ดวงตาของหยางหยางส่องสว่าง : “แม่เป็นประธานแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กลายเป็นทายาทที่ร่ำรวยแล้วใช่ไหม? งั้นพวกเราก็จะมีคฤหาสน์ของตัวได้แล้วใช่หรือเปล่า? แล้วพอโตขึ้นพวกเราก็จะมีรถยนต์หรูและสาวงามด้วยใช่ไหม?”
“ตลอดทั้งวันสมองของนายเต็มไปด้วยความคิดพวกนี้สินะ นายคิดว่าการได้รับการยกย่องว่าเป็นทายาทที่ร่ำรวยเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ล่ะสิ ฉันเข้าใจแม่ ชีวิตพวกเราต่อจากนี้อาจจะไม่ต่างจากที่เป็นในตอนนี้หรอก แต่ว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ได้นะ” เฉิงเฉิงพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“นายยิ้มอะไร รีบบอกมาเร็วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงงั้นเหรอ?”
“นั่นก็คือแน่นอนว่าพ่อจะอยู่กับพวกเราไปอีกนาน ก่อนหน้านี้เขางานยุ่งมาตลอด ตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยอยู่กับฉันเลย”
“อ่า…พี่เฉิงเฉิง พี่บอกว่าพ่อจะมาที่นี่บ่อยๆแล้วใช่ไหม? จิ่วจิ่วกลัวค่ะ” จิ่วจิ่วพูดพลางแสดงท่าทางให้เห็นถึงความรู้สึกหวาดกลัว
***
บางทีสิ่งนี้อาจจะเรียกว่า การสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างพ่อลูก ความหวาดกลัวในใจของจิ่วจิ่วที่มีต่อพ่อเป็นสิ่งที่เป่หมิงโม่กำลังกังวลเช่นกัน เขาไม่เคยไม่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองที่ลูกสาวตัวน้อยมีต่อเขา
แต่ว่าแม้แต่กับผู้ใหญ่เอง เขายังไม่รู้วิธีง้องอนเลย แล้วนับประสาอะไรกับเด็กหญิงตัวน้อยที่อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาล่ะ นี่อาจจะถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเป่หมิงโม่
แต่โชคยังดีที่ตอนนี้มีเวลาอยู่มากให้ค่อยๆแก้ไข
*
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุมแล้ว แต่ไฟในห้องนั่งเล่นของวิลล่าที่เชิงเขายังคงเปิดอยู่
กู้ฮอนเอนกายอย่างผ่อนคลายบนโซฟา รีโมทคอนโทรลในมือเปลี่ยนช่องโทรทัศน์อยู่ตลอดเวลา สับสนวุ่นวายพอๆกับอารมณ์ของเธอตอนนี้
กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไม่ใช่เรื่องการแตกหักของบริษัทเป่หมิง แต่เป็นเพราะตัวของเป่หมิงโม่เองต่างหาก
“กู้ฮอน ดึกขนาดนี้แล้วเธอควรพักผ่อนเสียหน่อยนะ ตอนนี้เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตัวเธอต้องแบกรับตำแหน่งของกลุ่มบริษัทใหญ่ขนาดนี้ ถ้าหากพักผ่อนไม่เพียงพอ มันจะส่งผลกระทบต่อการทำงานในวันถัดไปนะ”
แอนนิเพิ่งเสร็จจากเรื่องของลั่วเฉียว ในตอนที่ลงมาชั้นล่างก็มองเห็นว่ากู้ฮอนยังคงอยู่ที่นี่
กู้ฮอนโยนรีโมทคอนโทรลไว้ข้างๆตัวแล้วถอนหายใจเบาๆ : “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากพักหรอกนะ แต่ว่านอนไม่หลับน่ะ แอนนิ ขอโทษด้วยจริงๆ ตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากเมืองซาบาห์ หลังจากที่ต้องยุ่งกับเรื่องของฉันโดยไม่ได้หยุดแล้ว ก็ต้องมายุ่งกับเรื่องของลั่วเฉียวอีก เธอทำเพื่อพวกเรามากมายขนาดนี้แต่พวกเรากลับทำเพื่อเธอน้อยมาก”
“ดูสิเธอพูดอย่างนี้อีกแล้ว ฉันถือว่าพวกเราเป็นเหมือนญาติกันไปแล้ว เธอว่าการที่เราจะทำเพื่อญาติของเรา ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำอย่างนั้นเหรอ? ยังจะมาเกรงใจอะไรกันอีก ถ้าหากพูดว่าจะต้องขอบคุณกันจริงๆละก็ ฉันต้องขอบคุณพวกเธอถึงจะถูก ฉันเป็นเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับเมืองนี้มาก แต่เพราะว่ามีพวกเธอฉันจึงรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ยิ่งไปกว่านั้นก็เป็นเพราะพวกเธอ ฉันจึงมีความมั่นใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง สรุปแล้วฉันไม่ได้ช่วยอะไรพวกเธอมากเท่ากับที่พวกเธอช่วยฉันเลย บอกมาเถอะน่า ว่าจริงๆแล้วเรื่องที่รบกวนจิตใจพี่ใหญ่กู้ฮอนผู้ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดของพวกเราคือเรื่องอะไรกันแน่” เธอยิ้มและยื่นมือออกมาตบไหล่กู้ฮอนเบาๆ
ใบหน้าทุกข์ใจของกู้ฮอนหันไปมองแอนนิ : “วันนี้เธอไม่รู้สึกเลยเหรอว่ามันมีอะไรแตกต่างจากเมื่อก่อน?”
แอนนิขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองซ้ายขวา : “ฉันไม่เห็นว่ามีอะไรที่ผิดปกติเลยนะ กู้ฮอน เธอกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?”
“ต้องเป็นเรื่องของผู้ชายตัวเหม็นคนนั้นอยู่แล้ว เธอน่าจะรู้แล้วว่า วันนี้เขาประกาศต่อหน้าสื่อทุกคนว่าให้ฉันเป็นประธานของตระกูลเป่หมิง ที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเขาหรือพวกเธอเองก็ตาม หรือแม้แต่ในในของฉันต่างก็รู้อย่างชัดเจนว่าฉันไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับงานนี้ ประการที่สอง เธอรู้ไหมว่า นี่คือแผนชั่วร้ายของเขา เพื่อทำให้ตัวเขาสบายมากขึ้นและจากนั้นจะได้ใกล้ชิดกับเด็กๆ”
แอนนิหัวเราะเล็กน้อยหลังจากที่ฟัง : “แล้วนี่มีอะไรให้บ่นล่ะ ความสามารถของเธอมีขีดจำกัด แต่สามารถฝึกฝนด้วยการปฏิบัตินี่นา เขาไม่ได้ส่งฉิงฮัวมาคอยช่วยเธอเหรอ นอกจากนี้ ถ้าความสามารถของเธอมันแย่ แล้วจะได้ใบอนุญาตทนายความได้ยังไง? และจากจุดนี้พูดได้ว่าเธอมีศักยภาพอย่างมาก เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้สนใจเรื่องที่เกี่ยวกับบริษัทเป่หมิงเท่านั้นเอง มาพูดเรื่องเธอกับเขาเถอะ ฉันรู้สึกว่าตอนนี้เธอน่าจะหึงเขาอยู่นะ”
“หึงเหรอ? ฉันจะไปหึงอะไรเขา เขาคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นแหละ ถึงยังไงฉันก็ไม่สนใจเรื่องของเขาหรอก” กู้ฮอนแสดงท่าทางไม่แยแส
แอนนิหัวเราะเบาๆ “เธอนี่นะ ปากไม่ตรงกับใจ”
***
กู้ฮอนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เธอหันหน้าไปมองแอนนิ : “ฉันปากไม่ตรงกับใจงั้นเหรอ? เธอพูดมาสิว่าฉันปากไม่ตรงกับใจตรงไหน?”
“กู้ฮอน เธอพูดว่าเธอไม่ได้หึงเป่หมิงโม่ แต่ครั้งนี้เขาต้องการที่จะมาพักผ่อนอยู่กับพวกเด็กๆ ในใจของเธอรู้สึกอึดอัดแล้วก็หึงด้วยใช่ไหม?”