ตอนที่ 913
บทที่ 913 พ่อที่เหมือนผี
October 28, 2026
บทที่ 913 พ่อที่เหมือนผี
แต่อย่างไรก็ตาม เวลาต่อมามีปีศาจน้อยปรากฏขึ้นบนไหล่ของเธอ ในมือถือส้อมเหล็กสีแดง หางเล็กๆนั้นงอง้าง : “เธอรู้อะไรบ้างเนี่ย กู้ฮอน เธอฟังนะ มีคำกล่าวว่า : เมื่อสุนัขจิ้งจอกแสดงธรรม ให้ระวังห่านของคุณไว้ให้ดี แล้วยังมีอีกคำที่กล่าวว่า : รอยยิ้มซ่อนมีด ฉันมองเห็นว่าเป่หมิงโม่มีแรงจูงใจแอบแฝง อย่าทำหน้าเป็นมิตรใส่เขา!”
นางฟ้าน้อยพูดอีกว่า : “กู้ฮอน อย่าคิดว่าทุกคนจะเลวร้ายแบบนั้นทั้งหมด ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อประโยชน์ของเธอไม่ใช่เหรอ?”
ปีศาจน้อยหยิบส้อมขึ้นมาแล้วขว้างไปที่นางฟ้าตัวน้อย : “ใครให้หล่อนมาทำลายขวัญและกำลังใจกัน กู้ฮอน เขาไม่ได้ทำดีเพื่อเธอเลย ที่เขาทำเช่นนี้เพื่ออยากให้เธอรู้ว่าสุดท้ายแล้วตัวเธอมีความสามารถมากแค่ไหน หลังจากนั้นจะอับอายต่อหน้าคนอื่นๆ…”
เจ้าตัวน้อยสองตัวนี้ ทำให้เธอมึนหัวจนอยากจะเป็นลมจริงๆ
ในเวลานี้เอง ดูเหมือนว่าจมูกของเป่หมิงโม่จะได้ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง : “นี่มันกลิ่นอะไรน่ะ หอมดีนะ”
ซวยแล้ว! ทันใดนั้นกู้ฮอนก็นึกขึ้นได้ว่ามีโจ๊กไข่เยี่ยวม้าอยู่บนเตา เป็นเพราะว่ามัวแต่โกรธอีตาโง่คนนี้ ทำให้ลืมเรื่องที่กำลังทำไปเลย
เธอรีบหันหลังกลับวิ่งไปที่ห้องครัว
เป่หมิงโม่เห็นเงาที่รีบร้อนของเธอแล้ว ในที่รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า จากนั้นส่ายหัวเบาๆ แล้วค่อยๆก้าวอย่างมั่นคงเข้าไปในบ้าน
*
กู้ฮอนกลับเข้ามาในครัว โชคดีที่มาทันเวลา โจ๊กยังไม่ล้นออกมา เธอรีบใช้ช้อนคนเบาๆสองสามครั้ง
“กลิ่นหอมไม่เลวเลย ดูเหมือนว่าระยะนี้คุณจะได้เรียนรู้งานฝีมือจากแอนนิอยู่ไม่น้อย ดูแล้ว ถึงคุณไม่ได้เป็นประธาน ก็สามารถเลี้ยงดูตัวเองด้วยการเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหารได้”
เสียงของเป่หมิงโม่แพร่กระจายเข้ามาในหูของกู้ฮอนอย่างแผ่วเบา ระดับความชัดเจนนั้น ราวกับเขามาพูดอยู่ข้างๆหูยังไงยังงั้น
สิ่งนี้ทำให้กู้ฮอนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“อย่างนั้นก็ดีสิ คุณกลับมาเป็นประธาน ฉันจะไปเป็นแม่ครัวอยู่หลังร้าน” กู้ฮอนไม่ได้หันไป เธอไม่อยากเห็นมุมปากที่ยกขึ้นของเป่หมิงโม่ในตอนนี้ เพราะเธอไม่อยากจะต้องคาดเดาว่าผู้ชายคนนี้ปิดบังเรื่องชั่วร้ายอะไรไว้ข้างหลัง
“ผมกลับไปเป็นประธานอยู่แล้วล่ะ และแน่นอนว่าผมจะพาลูกๆทั้งสามคนไปด้วย บางทีอาจจะตลอดไปเลยด้วย”
“คุณมันเป็นคนน่ารังเกียจ …” กู้ฮอนอยากจะหยิบหม้อบนเตาขึ้นมาแล้วเทโจ๊กลงไปบนตัวเขาจริงๆ
“หอมจริงๆเลย หอมมากเลย วันนี้แม่ทำอะไรอร่อยๆให้กินเหรอ…เฮ้ พ่อครับ พ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่มีเสียงอะไรอย่างกับผีเลย”
หยางหยางยืนอยู่ข้างเป่หมิงโม่ ขยี้ตาแล้วเงยหน้ามองเขา
เป่หมิงโม่กลับไม่ได้รู้สึกโกรธ เขายกมือขึ้นแล้วตบไหล่เล็กๆของหยางหยางเบาๆ : “ไม่ใช่เพราะลูกนอนเหมือนหมูตายหรือไง นี่เฉิงเป็นคนปลุกใช่ไหม?”
ที่เขาคาดเดาไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย หยางหยางถูกเฉิงเฉิงปลุกจริงๆ เฉิงเฉิงมีนิสัยตื่นแต่เช้าทุกวัน พอรุ่งสาง เขาก็ตื่นแล้วเรียบร้อย
สักพักก็ได้ยินเสียงรถ เขาวิ่งไปมองที่หน้าต่าง แล้วเห็นพ่อยืนอยู่ที่ปากประตูแล้ว แล้วยิ่งไปกว่านั้น ผ่านไปสักเดี๋ยว แม่ก็ปรากฏตัวอยู่ด้านนอก
ดังนั้นแล้วเฉิงเฉิงจึงปลุกหยางหยางและให้เขาลงไปดู
หยางหยางที่ยังหลับอยู่ จู่ๆก็ถูกเฉิงเฉิงปลุก เลยยังสะลึมสะลือเล็กน้อย
แต่หลังจากที่ลงมายังชั้นล่าง ก็ถูกกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องครัวดึงดูดให้เดินเข้าไป
เขาไม่ได้คิดไว้เลยว่าพ่อจะมาปรากฏตัวที่นี่
“รีบไปล้างหน้าแปรงฟันเร็ว เดี๋ยวต้องเตรียมตัวกินข้าวแล้ว” โดยไม่รอให้กู้ฮอนเอ่ยปาก เป่หมิงโม่ชิงพูดก่อน
“โอเคครับ โอเค” หยางหยางก้มหัวน้อยๆลง แล้วเดินโซเซไปทางห้องน้ำ
ตามมาด้วย แอนนิ ฉิงฮัว ลั่วเฉียว พวกเขาลงมาจากห้องนอนอย่างไม่ขาดสายจนมาถึงชั้นล่าง
“เจ้านาย คุณมาแล้ว” ฉิงฮัวเป็นคนส่งเสียงทักทายเป่หมิงโม่ก่อน แอนนิและลั่วเฉียวก็พยักหน้าให้เขา
การที่เป่หมิงโม่มาที่นี่ตอนเช้าขนาดนี้ พวกเขาต่างรู้บางอย่างอยู่ในใจ
“กินข้าวกันเถอะ” ตามมาด้วยเสียงทักทายของกู้ฮอน ทุกคนต่างนั่งลงในห้องกินข้าว
“กู้ฮอน หลังจากนี้เธอไม่ต้องตื่นแต่เช้าขนาดนี้มาเตรียมอาหารเช้าแล้วนะ เรื่องพวกนี้มอบให้ฉันทำเถอะ เธอทำงานทั้งวันก็เหนื่อยมากแล้ว จะต้องพักผ่อนให้มากๆ” แอนนิกล่าว ไม่ใช่เพราะว่าเธอเกรงใจ แต่เธอคิดถึงกู้ฮอนด้วยใจจริง
“อืม เธอพูดถูก อย่าเอาเวลามาใช้กับเรื่องนี้มากเกินไปเลย ถ้าหากว่าคุณมีเรี่ยวแรงเยอะก็เอามาคิดดีกว่าว่าจะจัดการกับเป่หมิงยี่เฟิงอย่างไรดี แล้วยังมีถังเทียนจื๋อคนนั้นอีก สองคนนั้นจะเป็นตัวถ่วงที่ใหญ่ที่สุดของคุณ” เป่หมิงโม่พูดต่อ
“คุณไม่ต้องยุ่งหรอกค่ะ เรื่องพวกนี้ฉันรู้ว่าอะไรควรไม่ควร นอกจากนี้ พวกเขาเป็นเพียงแค่ตัวขวางทางเจริญของคุณ มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ฉันคือประธาน ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันต้องการจะทำ” กู้ฮอนไม่ต้องการฟังน้ำเสียงของผู้นำที่สั่งสอนผู้ใต้บังคับบัญชาของเป่หมิงโม่เลยจริงๆ
**
เป่หมิงโม่ยักไหล่ แล้วแสดงท่าทางไม่แยแส : “โอเค ถ้าอย่างนั้นคุณอยากจะทำอะไรก็ทำตามที่ต้องการเถอะ แต่ว่าผมยังมีคำพูดสุดท้ายที่อยากจะบอกว่า ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลเป่หมิง คุณน่าจะรู้วิธีจัดการของผม ดังนั้นผมหวังว่าหลังจากนี้คุณจะคิดให้ดีก่อนที่จะทำงานอะไรก็ตาม อย่าหุนหันพลันแล่นเกินไป”
ที่จริงถึงเป่หมิงโม่ไม่พูด ในใจของกู้ฮอนก็เข้าใจในจุดนี้อย่างมาก แต่ทันทีที่ได้พบกับเป่หมิงโม่ ตัวเธอเองไม่สามารถต้านทานความอึดอัดใจนี้ได้