ตอนที่ 942
บทที่ 942 ชิมชา
October 28, 2026
บทที่ 942 ชิมชา
รอจนทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว เป่หมิงยี่เฟิงถึงได้เอ่ยปากพูด “เชิญเขาเข้ามาเถอะ”
เมื่อสิ้นเสียง หลังจากนั้นครึ่งนาที ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดออก เป่หมิงโม่เดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างเชื่องช้า
“กว่าหัวหน้าเป่หมิงจะเปิดประตูก็ตั้งนาน ไม่ทราบว่าผมมาทำลายเรื่องดีๆของคุณหรือเปล่า”
***
เป่หมิงยี่เฟิงยิ้มเฉยชา ระหว่างพวกเขา นอกจากเรื่องที่เกี่ยวกับงานแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีหัวข้ออื่นมาสนทนากันแล้ว
สำหรับเขาแล้วการที่เป่หมิงโม่มาเยือนไม่ถือว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายอะไร นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาเคยสร้างความประหลาดใจให้กับผู้อื่นมากเกินไปแล้ว พอถึงตอนสุดท้ายจึงเหลือเพียงแค่ความชินชา
“อารอง คุณพูดเรื่องตลกแล้ว ผมจะไปเทียบกับคุณอาได้อย่างไร ทุกวันล้วนมีสาวงามล้อมรอบกายไม่น้อย ความสุขแบบนี้นั้นผมไม่สามารถเพลิดเพลินกับมันได้หรอกครับ”
ในใจของเป่หมิงโม่ก็ชัดเจนเป็นอย่างมากว่า เขาก็แค่เยาะเย้ยการกระทำก่อนหน้านี้ของตัวเองเท่านั้น เพียงแต่ว่า สิ่งเหล่านั้นไม่เกี่ยวอะไรกับในตอนนี้อีกแล้ว
อย่างไรก็ตามเขามาที่นี่ก็ทำงานตามหน้าที่เท่านั้นเอง
“หัวหน้าเป่หมิง มีความจำเป็นต้องเอ่ยเรื่องเก่าก่อนด้วยหรือ” เขาพูดแล้วก็ทำตัวเองเหมือนไม่ได้เป็นคนนอก มือไพล่หลังแสดงมาดของหัวหน้า เดินเล่นในห้องทำงานเป่หมิงยี่เฟิง
ไม่ต้องพูดเลยว่าภายในห้องทำงานของเป่หมิงยี่เฟิง ตั้งแต่การตกแต่งภายในไปจนถึงของประดับที่จัดวางล้วนลงแรงไปไม่น้อย อีกทั้งยังมีสิ่งของอีกมากมายที่ตั้งใจซื้อกลับมาจากต่างประเทศ
“ไม่เลวๆ มองไม่ออกเลยว่าระดับการเห็นคุณค่าของนายสูงขึ้นมาไม่น้อยเลย อย่างไรก็ตามการตกแต่งภายในห้องนี้ดูเหมือนกับห้องข้างบนเลยนะ”
แม้เป่หมิงยี่เฟิงจะนั่งอยู่บริเวณที่นั่งของตัวเองโดยไม่ได้ขยับไปไหน แต่ว่าสายตาก็เคลื่อนไหวไปตามการเดินของเขา
เมื่อได้ยินเป่หมิงโม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตกแต่งห้องทำงานของตัวเองแบบนี้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “อารอง ประโยคนี้ของคุณอาเหมือนกับกำลังเอ่ยชมผม แต่ทำไมผมฟังแล้วเหมือนกำลังว่าผมกันล่ะ”
เป่หมิงโม่มองเป่หมิงยี่เฟิงครั้งหนึ่ง “ตรงนี้ก็ต้องดูว่านายจะคิดอย่างไร” เขาพูดแล้วก็เดินมาด้านหน้าโต๊ะวางน้ำชา “จะไม่เชิญฉันดื่มสักถ้วยหรือ”
“อารอง พูดอะไรกัน เชิญนั่งครับ” เป่หมิงยี่เฟิงเดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเองมาที่โต๊ะน้ำชาเช่นเดียวกัน รอบด้านมีเก้าอี้ตัวเล็กที่ทำจากตอไม้สี่ตัว ด้านในมีกาน้ำชาเซรามิคสีขาววางอยู่ ถาดน้ำชามีถ้วยน้ำชาวางอยู่สองใบ และยังมีอีกหกใบที่วางคว่ำอยู่
“ดูท่าที่นี่จะมีคนมาชิมชาบ่อยสินะ”
เป่หมิงยี่เฟิงเก็บถ้วยชาสองใบที่ใช้ไปแล้วขึ้นมา “ที่ห้องทำงานผมจะมีใครมากัน คนทั้งบนและล่างของบริษัทล้วนมีใจเป็นขึ้นตรงต่ออารอง แม้ว่าจะให้ทำเรื่องง่ายๆ ผมก็ยังเชิญให้ทำไม่ได้เลย”
“ประโยคนี้ของหัวหน้าเป่หมิงพูดเกินไปหน่อยแล้ว ถ้าหากว่าผมจำไม่ผิดแล้วล่ะก็ ตอนที่ประชุมกันเกือบจะทั้งหมดล้วนเอนเอียงไปทางคุณนะ” เป่หมิงโม่พูด สายตาก็จ้องมองเขาเขม็ง ดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
สำหรับหัวข้อสนทนานี้ เป่หมิงยี่เฟิงไม่คิดอยากจะพูดคุยกับเขามากนัก หลังจากที่ล้างถ้วยชาสองใบเรียบร้อยแล้ว ก็ใส่ใบชาลงไปในกาน้ำชาเล็กน้อย ถัดมาก็เทน้ำร้อนลงไป
ในเมื่อหัวข้อสนทนาด้านบนไม่ได้รับการตอบรับ อย่างน้อยก็หาเรื่องอื่นมาพูดแล้วกัน เมื่อเป่หมิงโม่เห็นวิธีการชงน้ำชาคล่องแคล่วของเป่หมิงยี่เฟิงแล้วก็พยักหน้า
เขาก็ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดื่มชาคนหนึ่ง สำหรับพิธีการชงชานั้นถึงไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก แต่ก็ถือว่าคุ้นเคยเป็นอย่างมาก “ศิลปะการชงชาของหัวหน้าเป่หมิงนี่ไม่เลวเลย แต่อุปกรณ์พวกนี้ด้อยไปเล็กน้อย อย่างไรตอนนี้คุณก็เป็นถึงคนที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียว แต่อยู่เหนือผู้คนทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ต้องหาอุปกรณ์ที่ดีกว่านี้มาสักหน่อย แบบนี้ก็สามารถเสริมหน้าตาให้คุณได้ไม่ใช่หรือ”
“ผมก็แค่ดื่มชาเล่นๆเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับอารองที่ศึกษาค่อนข้างลึกซึ้ง เพียงแต่เมื่อคุณอาเอ่ยขึ้นมาแล้ว อย่างนั้นผมก็ขอน้อมรับความเห็นนี้เอาไว้ รอจนถึงโอกาสที่เหมาะสมแล้ว ผมค่อยไปเปลี่ยนชุดใหม่”
***
เป่หมิงโม่และเป่หมิงยี่เฟิงนั่งอยู่ข้างโต๊ะวางน้ำชา มือของแต่ละคนมีชาหอมกรุ่นอยู่ถ้วยหนึ่ง ถ้าไม่รู้เรื่องราวภายในจะต้องรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้นเป็นอาหลานที่มีใจตรงกันอย่างแน่นอน
หลังจากดื่มชากันไปสองสามถ้วยแล้ว เป่หมิงยี่เฟิงอดทนต่ออารมณ์ของตัวเองไม่ไหว เขาวางถ้วยชาที่อยู่ในมือ “อารอง ชาก็ดื่มแล้ว เรื่องสัพเหระก็พูดคุยแล้ว อย่างนั้นตอนนี้ควรจะพูดเรื่องสำคัญได้แล้วใช่หรือไม่ครับ”
เป่หมิงโม่หัวเราะเบาๆ เขาวางถ้วยชาลงในถาดวางชา “นอกจากเรื่องธุรกิจแล้วพวกเราจะไม่สามารถสนทนาเรื่องอื่นๆได้แล้วหรือ”
“แน่นอนว่าสามารถสนทนาในหัวข้ออื่นๆได้ เพียงแต่ว่าอาศัยความเข้าใจที่ผมมีต่ออารองนั้น คุณอาจะไม่เสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่มีความหมาย พวกเราล้วนเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมหรอกครับ”
เป่หมิงโม่ยกกาน้ำชาขึ้นมารินชาให้ตัวเองด้วยท่าทางไม่เร็วไม่ช้า ความรู้สึกผ่อนคลายบนใบหน้าก็หายไปกลับสู่สีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม
เป่หมิงยี่เฟิงมองเขาด้วยท่าทีที่สงบเยือกเย็น ในใจก็รู้ชัดเจนว่ากำลังจะเข้าสู่ประเด็นแล้ว ที่จริงตอนที่รู้ว่าเป่หมิงโม่มา ก็คาดเดาถึงเรื่องที่ว่าได้ ในใจจึงมีการเตรียมรับมือไว้แต่เนิ่นๆแล้ว
“หัวหน้าเป่หมิง ผมมาที่นี่ก็แค่ทำตามหน้าที่ คุณก็รู้ว่าตอนนี้ผมก็เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยตัวเล็กๆคนหนึ่ง ประธานกู้สั่งอะไรมา ผมก็ทำอย่างนั้น วันนี้ผมมาทักทายคุณ หวังว่าหลังจากนี้จะให้ความร่วมมือในการทำงานกับผมนะ”