ตอนที่ 946
บทที่ 946 พูดคุยหลังดื่มเหล้า
October 28, 2026
บทที่ 946 พูดคุยหลังดื่มเหล้า
หลังจากที่เงียบไปได้หนึ่งนาทีก็ยังคงเป็นผู้อำนวยการโกวที่เปิดปาก “คุณกู้ คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมวันนี้ผมถึงได้เชิญคุณมา”
กู้ฮอนส่ายหน้า ยิ้มบางๆ “ขอโทษด้วยค่ะผู้อำนวยการโกว เรื่องนี้ฉันไม่ทราบแน่ชัด”
“คุณกู้ คุณตรงไปตรงมาเสียจริง เป็นแบบนี้ครับ ช่วงนี้ผมเพิ่งจะถูกย้ายมาจัดการดูแลในส่วนของวิศวกรรมการก่อสร้าง อีกทั้งผมก็เคยได้ยินชื่อของบริษัทเป่หมิงมาบ้างแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีโอกาสพูดคุยกับพวกคุณเลย โดยเฉพาะประธานเป่หมิงของบริษัทพวกคุณ เขามีชื่อเสียงโด่งดังมากในวงการนี้ ครั้งนี้ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้เชิญเขามาพูดคุยและส่งเสริมการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เข้มแข็งมากขึ้น แต่ช่างน่าเสียดายที่จู่ๆก็ได้ยินมาว่าเขาลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท และให้คุณกู้เข้ารับตำแหน่งนี้แทน แม้ว่าผมจะไม่ได้พบกับประธานเป่หมิงแล้วรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ในเมื่อคุณคือคนที่เขาเลือก อย่างนั้นผมก็เชื่อว่าความสามารถของคุณจะต้องไม่ห่างชั้นจากประธานเป่หมิงมากนัก”
ผู้อำนวยการโกวเล่าวัตถุประสงค์การเชิญมาพบในครั้งนี้คร่าวๆ เขาเผยแววเสียดายออกมาอย่างสุดซึ้ง
กู้ฮอนร่างกายแข็งเกร็ง นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟา หันไปทางผู้อำนวยการโกวเล็กน้อย เธอฟังและพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจในวัตถุประสงค์ครั้งนี้ของเขาโดยที่มีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าตั้งแต่ต้นจนจบ
ผู้อื่นพุ่งเป้ามาทางเป่หมิงโม่ เพียงแต่ว่าโชคไม่ดีเอาเสียเลยที่ตัวเองกลายเป็นประธานบริษัทแทน
“ผู้อำนวยการโกว ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับบริษัทเป่หมิงของพวกเรา ในขณะเดียวกันฉันก็ขอแสดงความขอบคุณคุณแทนคุณเป่หมิงโม่ผู้เป็นประธานบริษัทคนก่อนด้วยค่ะ ขอให้คุณวางใจ แม้ว่าบริษัทของพวกเราจะเปลี่ยนประธาน แต่คุณภาพอันยอดเยี่ยมของทางบริษัทไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย พวกเราจะปฏิบัติตามประเพณีอันดีงามแบบนี้ต่อไป ขอให้ท่านผู้นำวางใจค่ะ”
ผู้อำนวยการโกวได้ฟังแล้วก็เผยรอยยิ้มออกมา เขายกมือขึ้นมาปรบเล็กน้อย “ดี! ที่ผมต้องการก็คือประโยคนี้แหละ ตอนนี้ผมอยากจะฟังว่าในฐานะที่ประธานบริษัทเป่หมิง คุณวางแผนจะพัฒนาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทอย่างไร และเตรียมตัวที่จะร่วมมือกับภาครัฐอย่างไร”
กู้ฮอนได้ยินแล้วก็แอบร้องทุกข์เงียบๆกับตัวเอง เธอไม่มีประสบการณ์ในการไปมาหาสู่กับภาครัฐสักเท่าไร อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด ตัวเองนั้นไม่รู้เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ผู้อื่นกลับต้องการให้ตัวเองเสนอแนวคิด นี่ควรจะพูดอย่างไรดี
เธอคิดไปคิดมา ใบหน้าก็เผยแววลำบากใจออกมาเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงของเธอก็อยู่ในสายตาของผู้อำนวยการโกวแล้วเช่นกัน
***
เทียบกับกู้ฮอนที่เผชิญหน้ากับผู้อำนวยการโกวอย่างใจไม่สงบแล้ว ระหว่างเป่หมิงโม่กับจินซือหานนั้นสนิทสนมไม่กันไม่น้อยเลย
ทั้งสองคนย้ายออกมาจากห้องทำงานของจินซือหานไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลแทน เพียงแต่ว่าร้านอาหารแห่งนี้ยังห่างชั้นจากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอย่างพวก เซียงเหอหนานอยู่มากเมื่อเทียบจากสภาพภายนอก
“ประธานจิน คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะขี้งกขนาดนี้ รู้ว่าตอนนี้ผมเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยตัวเล็กๆคนนี้จึงคิดจะใช้ร้านนี้มาทำให้ผมจากไปใช่หรือไม่” เป่หมิงโม่ยืนอยู่ข้างรถตัวเอง เงยหน้ามองการตกแต่งบริเวณหน้าร้าน จากนั้นก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา เคาะกระจกรถเบนท์ลีย์คันที่จอดอยู่ข้างรถตัวเอง
เพียงแต่เขาไม่ได้รังเกียจสถานที่แห่งนี้ ยิ่งไม่ได้ไม่พอใจความคิดของเขา แต่เพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินซือหานนั้นเกินคำว่าคู่ค้าทางธุรกิจไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากเกินไป
จินซือหานลงมาจากรถ ส่ายหน้าจนปัญญาอย่างเห็นได้ชัด “ประธานเป่หมิง ผมดูถูกคุณที่ไหนกัน ผมเห็นแก่มิตรภาพของพวกเราถึงได้พาคุณมาที่นี่ต่างหาก” เขาพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “เอ๋ แต่ก่อนผมรู้ว่าคุณไม่ตัดสินอะไรจากภายนอก เปลี่ยนเป็นหยาบคายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
เป่หมิงโม่บนมองใส่เขา “หลายปีมาแล้ว คุณก็ยังคงไม่รู้จักการล้อเล่น ไม่ต้องพูดถึงสถานที่แบบนี้ แม้ว่าคุณจะพาผมไปทานอาหารข้างทาง ผมก็ไม่ได้ไม่พอใจความคิดของคุณ
“หืม อย่างนั้นหรือ คุณก็พูดให้เร็วกว่านี้สิ ผมจะได้ไม่ต้องมาจองโต๊ะที่นี่ ไม่อย่างนั้นเอาอย่างที่คุณพูด พวกเราไปหาร้านข้างทางกินไปพลางพูดคุยกันไปพลางไหม” จินซือหานพูดแล้วเปิดประตูรถอีกครั้ง
“พอแล้วคุณ รอครั้งหน้าผมเลี้ยงอาหารข้างทางคุณแล้วกัน วันนี้คุณเป็นคนส่งการ์ดเชิญก็ต้องให้คุณเป็นคนเลือกธรรมดา” เป่หมิงโม่พูด มือไพล่อยู่ที่ด้านหลัง แสดงมาดผู้นำออกมา เดินไปทางบันไดที่อยู่หน้าประตูร้าน
จินซือหานด่าเล่นๆอย่างระอาว่า “คุณมันพ่อค้าหน้าเลือดที่สมบูรณ์แบบเสียจริง” จากนั้นก็เดินตามเข้าไป
*
หลังจากดื่มเบียร์และทานอาหารกันไปมากพอสมควรแล้ว ทั้งสองคนก็ทานของที่เหลืออยู่บนโต๊ะไม่ลงอีกแล้ว
“เป่หมิงโม่ ตอนคุณทานอาหารช่วยระมัดระวังภาพลักษณ์ตัวเองหน่อยจะได้ไหม ดีร้ายอย่างไรคุณก็เป็นเศรษฐีคนหนึ่ง ทำไมถึงได้ทานเหมือนกับว่าหิวมาหลายวันแล้วอย่างนั้นกัน”
เป่หมิงโม่หยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดปากเบาๆ อาหารมื้อนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความพอใจและความอยากอาหารเป็นอย่างมาก
นับตั้งแต่ที่เขาต้องเข้าไปอยู่ในสถานีตำรวจเพราะคุณแม่ของกู้ฮอนจนถึงตอนนี้ อาหารทุกมื้อก็แค่ทานให้เสร็จๆไป หลักๆก็คือมีเรื่องน่ารำคาญมากเกินไป ทำให้เขารู้สึกไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย เรื่องเหล่านี้จินซือหานจะรู้ได้อย่างไรกัน แต่เขาก็ไม่อาจจะบอกออกไปตรงๆแบบนั้นได้
“นั่นก็ไม่ใช่เพราะว่ายากที่คุณจะเลี้ยงสักครั้งหนึ่ง โอกาสแบบนี้นั้นหายากและมีค่ามาก แน่นอนว่าต้องคว้าเอาไว้ไม่ปล่อยสิ”
จินซือหานหัวเราะ “ประธานเป่หมิง กับผมคุณไม่จำเป็นจะต้องตอบอย่างขอไปที” เขาพูดและยกเบียร์ขึ้นมาอีกขวดหนึ่ง รินใส่แก้วตัวเองและเป่หมิงโม่จนเต็มทั้งสองใบ
“เรื่องที่เป็นทางการพวกเราล้วนพูดคุยกันในห้องทำงานไปพอสมควรแล้ว ตอนนี้พวกเราคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า หลายปีมานี้คุณปรากฏตัวขึ้นบนสื่อนิตยสารไม่น้อย ข่าวกอสซิปของคุณผมก็เห็นมาไม่น้อย ผมคิดว่าคุณจะต้องมีความรู้สึกอะไรต่อผู้หญิงที่ชื่อว่ากู้ฮอน คนที่รับช่วงตำแหน่งต่อจากคุณไม่น้อยเลยอย่างแน่นอน”
ตอนที่เป่หมิงโม่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็รีบทำมือหยุดส่งให้เขา “คุณอย่าคิดที่จะพูดมั่วๆหลอกผม ผมคือคนที่เคยผ่านมาจึงดูออก”