ตอนที่ 966
บทที่ 966 เสียงหัวเราะแสบแก้วหู
October 28, 2026
บทที่ 966 เสียงหัวเราะแสบแก้วหู
และเพราะเป็นเช่นนี้จึงจำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิมในเมือง รวมไปถึงอาคารเก่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมือง จากนั้นก็สร้างอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่เดิมขึ้นมา
สำหรับโครงการที่มีชื่อว่า Modern city นั้นมีภาครัฐเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อบริษัทออกแบบก่อสร้างใหญ่ๆทั้งในและนอกประเทศได้ทราบข่าวนี้ก็เริ่มที่จะเตรียมพร้อมต่อสู้แล้ว กระทั่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กก็พากันเลือกเลียแข้งเลียขา เพื่ออาศัยใบบุญจากบริษัทใหญ่ให้ตัวเองได้ผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงแรงอะไรมาก แล้วยักษ์ใหญ่มีชื่อเสียงขนาดนี้อย่างบริษัทเป่หมิงจะถูกปล่อยไปได้อย่างไร ในทุกวันมักจะมีประธานบริษัท ผู้จัดการและบุคคลต่างๆมากหน้าหลายตามาเยี่ยมเยียนที่นี่
นี่ทำให้กู้ฮอนรู้สึกรับมือไม่ไหวอยู่บ้าง โดยเฉพาะงานเลี้ยงค็อกเทลและงานเลี้ยงเต้นรำในนามต่างๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกปวดหัว
โครงการก่อสร้างนี้ถือได้ว่ายิ่งใหญ่กว่าโครงการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ของบริษัทGT ถึงขั้นพูดได้ว่าใหญ่กว่าเล็กน้อย
ในฐานะประธานบริษัทเป่หมิงจะไม่ติดตามได้อย่างไรกัน แต่ความกังวลนี้ใครจะรู้ได้กัน
ก็เหมือนกับเรื่องที่เป่หมิงโม่ฝ่าด่านในคืนนั้น ถ้าหากว่าบริษัทเป่หมิงต้องการปิดบังข่าว ก็อาจจะมีการรั่วไหลออกไปได้
แต่นี่เป็นข่าวที่ภาครัฐปิดเอาไว้ แม้ว่าจะถูกสื่อมวลชนรู้เรื่องนี้เข้า แต่ให้ความกล้ากับพวกเขาเท่าฟ้า พวกเขาก็ไม่กล้าปล่อยข่าวออกไป
เพราะในใจของพวกเขาชัดเจนว่า เป็นศัตรูกับภาครัฐนั้นจะต้องมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างแน่นอน
ดังนั้นเรื่องนี้จึงเหมือนกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
กู้ฮอนรู้ว่าโครงการนี้อยู่ในมือของผู้อำนวยการโกว และระหว่างพวกเขานั้นมีความขัดแย้งที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ ดังนั้นจะยกเนื้อติดมันชิ้นนี้ให้กับพวกเขาได้อย่างไรกัน
นอกจากนี้เธอก็ไม่อยากให้เหล่าธุรกิจเล็กๆที่มาอาศัยตัวเองถูกลากมาเกี่ยวข้องด้วย ถึงอย่างไรกว่าที่ผู้อื่นจะผ่านมาจนถึงก้าวนี้ได้ก็ไม่ง่ายเลย
แต่คนเหล่านั้นจะเข้าใจความคิดของกู้ฮอนได้อย่างไรกัน พวกเขาคิดแค่ว่าบริษัทเป่หมิงเตรียมที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ฝ่ายเดียวเท่านั้น
แม้ว่าคนภายในบริษัทจะมีความเห็นต่อเธอ แต่เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ กู้ฮอนกลับมีท่าทีไม่ได้ยินไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งคนไปสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการเสนอราคากับทางภาครัฐ รวมถึงไม่ให้พนักงานในแผนกออกแบบเตรียมตัวเสนอราคาใดๆกับโครงการนี้ด้วย
***
การตัดสินใจแบบนี้ของกู้ฮอนไม่เพียงแต่ทำให้เพื่อนร่วมธุรกิจภายนอก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะมาอาศัยใบบุญไม่เข้าใจแล้ว กระทั่งผู้รับผิดชอบของแต่ละแผนกในบริษัทเป่หมิงก็ไม่เข้าใจด้วย
การประชุมรายสัปดาห์จะมีเป่หมิงยี่เฟิงเป็นผู้นำเหล่าหัวหน้าแผนกต่างๆ เริ่มเอ่ยถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับกู้ฮอน
นี่ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยว่าจะตอบคำถามอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างแน่นอน ส่วนข้ออ้างอื่นๆก็ยังไม่ได้คิดให้เรียบร้อย
เป่หมิงยี่เฟิงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลำบากใจของกู้ฮอน ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ กังวลอะไรอยู่กันแน่
หรือว่าพอไม่มีเป่หมิงโม่อยู่ข้างกายแล้ว เธอก็ไม่มีกลยุทธ์แล้ว
พูดไปแล้วก็แปลก ในเมื่อตอนนี้เขากลายเป็นผู้ช่วยของเธอแล้ว แต่กลับมีช่วงหนึ่งที่ไม่ได้พบกับเขาเลย ไม่รู้จริงๆว่าพวกเขาสองคนวางแผนจะทำอะไรอีก
“ประธานกู้ ผมขอพูดประโยคที่ไม่สมควรจะพูดออกมาประโยคหนึ่ง สถานการณ์ในตอนนี้คือภาครัฐได้ทำการประกาศถึงแผนงานทั้งหมดของ Modern city แล้ว ในไม่ช้าก็จะเข้าสู่รูปแบบการเปิดประมูลแล้ว ดีร้ายอย่างไรผมก็รู้จักระดับผู้จัดการของบริษัทใหญ่ในแวดวงอยู่บ้าง พวกเขาเริ่มลงมือเตรียมตัวกันแล้ว แต่ทำไมพวกเรากลับไม่ขยับตัวทำอะไรเลย กระทั่งเอ่ยก็ไม่เอ่ยถึงสักประโยค”
สายตาของกู้ฮอนหยุดลงที่ร่างของผู้เอ่ยพูด เขาเป็นผู้ช่วยหัวหน้าแผนกก่อสร้างคนหนึ่ง หลังจากที่ตัวเองเข้ารับตำแหน่งแล้วก็เห็นเขาจากสมุดบัญชีรายชื่อที่ฉิงฮัวให้เธอ ทั้งยังจำเครื่องหมายได้ชัดเจนด้วยว่ามีการรักษาความสัมพันธ์กับเป่หมิงยี่เฟิงเป็นอย่างดี
เดาได้ไม่ยากเลยว่าเขาจะต้องเป็นพวกเดียวกันกับเป่หมิงยี่เฟิง
สายตาของเธอเบนไปมองที่เป่หมิงยี่เฟิง ก็เห็นว่าเขากำลังมองไปที่คนคนนั้นเช่นกัน เพียงแต่ว่าใบหน้าไร้ความรู้สึก ไม่รู้ว่าเขากำลังตัดสินใจอย่างไรกันแน่
เมื่อมีการเปิดประเด็น เหล่าหัวหน้าแผนกอื่นๆที่นั่งอยู่ด้วยก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา “ใช่แล้วๆ ประธานกู้ บริษัทเป่หมิงของพวกเราจะเริ่มดำเนินการเคลื่อนไหวเมื่อไรกัน ไม่อย่างนั้นโอกาสที่ดีขนาดนี้จะถูกบริษัทอื่นๆแย่งไปนะครับ”
ในตอนนี้เองที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นมาชั่วครู่ เสียงนั้นฟังแล้วเหมือนกับว่ากำลังเยาะเย้ยกู้ฮอนอย่างไร้ความรู้สึก
เหล่าหัวหน้าแผนกที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้นก็หยุดการบ่นของตัวเอง พร้อมใจกันเบนสายตาไปยังผู้ที่ส่งเสียงหัวเราะออกมา กู้ฮอนก็มองไปทางนั้นเช่นเดียวกัน
ติงฉางชิ่ง........
เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ครั้งที่แล้วพวกเขาก็ได้มีการปะทะกันไปรอบหนึ่งแล้ว แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าเธอทำให้ติงฉางชิ่งโกรธจนเดินหนีไป แต่ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร
โดยเฉพาะผลกระทบจากไม้พลองชาเวย ( ไม้พลองลงทัณฑ์) เดิมคิดว่าหลังจากขัดแย้งกันแบบนี้แล้ว เขาจะไม่ปรากฏตัวขึ้นที่บริษัทเป่หมิงอีก
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเธอก็คือ หลังจากเขาหายเงียบไปหนึ่งอาทิตย์แล้วก็มาปรากฏตัวเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้บริหารที่นี่อีกครั้ง
อีกทั้งยังเหมือนกับว่าจงใจทำให้เธอมีโทสะ ไม่พูดถึงท่าทีเดิมๆที่แสดงออกมา แต่ยังหัวเราะเยาะเย้ยใส่กู้ฮอนตอนพูดอีกด้วย