ตอนที่ 965
บทที่ 965 คนธรรมดา
October 28, 2026
บทที่ 965 คนธรรมดา
ในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจะสามารถรับมือได้อย่างไรกัน นี่ไม่เหมือนกับการดูละครสงครามนางในที่นางเอกสามารถต่อสู้กับท่านหญิง ผู้สูงศักดิ์อะไรนั่นได้หลายคน แล้วในตอนท้ายจะได้รับการโปรดปรานทะนุถนอมจากฮ่องเต้เพียงคนเดียว เดินมุ่งหน้าขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเหนือผู้คน.......
นางเอกแบบนี้ดูแล้วยุ่งมาก แต่ขอเพียงแค่รวบรวมจิตใจและกำลังเอาไว้เพื่อปกป้องตัวเองและต่อสู้ก็พอแล้ว นางเอกจะแย่อย่างไรก็ยังสามารถพบกับคนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับเธอ และไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีเป้าหมายอะไร แต่สุดท้ายแล้วก็จะช่วยนางเอกอยู่ดี
เรื่องวุ่นวายด้วยความปากหวานก้นเปรี้ยวในอดีตจะมีมากมายเหมือนในปัจจุบันที่ไหนกัน อย่างไรก็เป็นแค่เรื่องที่พวกกินอิ่มจนท้องแน่นไม่มีอะไรทำจงใจหาเรื่องขึ้นมาเท่านั้นเอง
แต่ในสมัยนี้ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย ยุคนี้แม้จะเป็นกังวลต่อชีวิตน้อยมาก แต่มีเหตุการณ์ยุ่งยากเยอะแยะ ประดังประเดเข้ามาเรื่องแล้วเรื่องเล่าไม่หยุด
ไม่อย่างนั้นในสมัยก่อนถึงได้ต้องการเพียงแค่จอมยุทธ์ที่เหาะเหินเดินไปบนหลังคาได้ก็พอแล้วได้อย่างไร ส่วนปัจจุบันนี้ด้านบนกลับสามารถเดินทางข้ามผ่านดวงดาว เบื้องล่างสามารถเดินทางไกลท่องเที่ยวได้ นอกจากต้องรับมือกับการโจมตีของมนุษย์ต่างดาวแล้วก็ยังต้องการฮีโร่ผู้มาทำลายสัตว์ประหลาดในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่โผล่มาอย่างคาดไม่ถึงด้วย
สรุปได้ว่าผู้คนในยุคปัจจุบันนั้นใช้ชีวิตกันเหน็ดเหนื่อยเกินไปแล้วจริงๆ.......
ไม่ง่ายเลยที่กู้ฮอนกลับมาถึงบริษัทเป่หมิงอีกครั้ง ครึ่งวันนี้เธอถูกทรมานจนทนไม่ไหวแล้ว
โชคดีที่การใช้ชีวิตในไม่กี่วันต่อมาทำให้เธอรู้สึกทำตามกิจวัตรได้ช่วงสั้นๆ ทุกวันไปกลับระหว่างบริษัทเป่หมิงและบ้านพัก
วันสองวันผ่านไปค่อยไปสถานีตำรวจเยี่ยมเป่หมิงโม่ที่อยู่ในนั้นสักรอบ รวมไปถึงการสนทนากับหยินปู้ฝันในทุกวัน แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกใจสงบได้บ้างเล็กน้อย
ช่วงเวลาวันหยุดของลูกๆจบลงแล้ว เริ่มต้นช่วงเวลาแห่งการเล่าเรียนอีกครั้ง เพียงแต่ว่าสองสามวันก่อนที่จะเปิดเทอมนั้นทำให้เธอวางใจ ตัวสร้างความวุ่นวายอย่างหยางหยางนั้นสงบลงไม่น้อย
เพียงแต่ว่าเรื่องที่ทำให้สบายใจนั้นมีน้อย เรื่องรำคาญใจนั้นมักจะมีมาก
ระยะนี้เธอได้รับรู้ข่าวไม่ดีมาจากหยินปู้ฝัน
ข่าวแรก เกี่ยวกับคดีความที่เป่หมิงโม่ต้องสงสัยว่าขับรถบุกฝ่าเข้าไปในสถานที่ราชการ เพราะถูกสงสัยในปัญหาที่เปราะบาง ดังนั้นจึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ข่าวที่สอง ตัวที่จะทำลายอุปสรรคอย่าง ‘เสี่ยวเฉิน’ นั้นสาบสูญไร้ร่องรอยไปแล้ว การหายตัวไปของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่หยินปู้ฝันหาเขาเจอในวันที่สอง เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีคนไม่ต้องการให้คนคนนี้มาทำให้เรื่องเสีย ดังนั้นจึงใช้วิธีการที่ไม่ต้องการให้ใครรู้มาจัดการ สำหรับเรื่องที่ว่ามีชีวิตอยู่หรือตายนั้น ตอนนี้ยังคงเป็นปริศนา
ยากจะที่เดาได้ นี่อาจจะเป็นแผนชั่วร้ายของหลี่เชิน แม้ว่าเป่หมิงโม่จะมีทนายความ กำหลักฐานเอาไว้ในมือ ศาลไม่เปิดศาลก็ไร้ประโยชน์ เช่นเดียวกันกับที่สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของเป่หมิงโม่ได้ก็บรรลุจุดประสงค์ที่เขาต้องการได้
นี่ทำเกินไปบ้างแล้วจริงๆ จึงทำให้กู้ฮอนโกรธสุดขีด
***
เมื่อเผชิญหน้ากับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันคาดคิด กู้ฮอนและหยินปู้ฝันก็ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาอยู่บ้าง
ภายในห้องสอบปากคำ เป่หมิงโม่นั่งอยู่ที่ด้านหน้าโต๊ะ มองไปยังใบหน้าที่โศกเศร้าของกู้ฮอน ที่เธอมาในวันนี้ อย่างแรกคือมาเยี่ยมเยียนดูความเป็นอยู่ของเขา อย่างที่สองคือข่าวร้ายนี้เขามีสิทธิ์ที่จะรู้
เป่หมิงโม่ที่เดิมใส่ชุดสูทเข้ารูปในตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดลำลองแล้ว เห็นได้ชัดว่านี่ไม่เข้ากับบุคลิกลักษณะที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของเขาเลย
เพียงแต่ดูแล้วเหมือนกับว่าเขาคุ้นชินกับเสื้อผ้าแบบนี้แล้ว
แน่นอนว่าหลังจากที่เขาได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของกู้ฮอนแล้วก็ยิ้มบางๆ “ในเมื่อเรื่องดำเนินมาจนถึงขั้นนี้แล้ว พวกคุณก็พยายามมากแล้ว ดูเหมือนว่าผมจะติดค้างคำขอโทษในเรื่องที่ผมบีบบังคับให้คุณเป็นประธานบริษัทเอาไว้ ตอนนี้ก็ชดเชยให้คุณแล้วกัน ตอนนี้คุณได้รับอิสระใหม่อีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องไปที่บริษัทเป่หมิงอีก สามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนกับก่อนหน้านี้ ใช้ชีวิตกับลูกๆอย่างที่พวกคุณต้องการเถอะ”
กู้ฮอนเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตะลึงในทันที “นี่คุณหมายความว่าอะไร”
“คุณยังมองไม่ออกหรือ เรื่องดำเนินมาถึงตอนจบแล้ว เป้าหมายในการยืดระยะเวลาของพวกเขาก็คือไม่อยากให้ผมได้ออกไป แม้ว่าพวกเราจะวิ่งเต้นกันต่อไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
“เป่หมิงโม่ คุณคิดแบบนี้ได้อย่างไรกัน” กู้ฮอนรู้สึกเหมือนว่าเขาจะยอมแพ้แล้วได้จากน้ำเสียงและสีหน้าท่าทาง “สถานการณ์ตรงหน้าก็เป็นเพียงแค่อุปสรรคเพียงชั่วคราว ทำไมจะต้องรีบร้อนยอมแพ้ด้วยล่ะ นี่ไม่ใช่นิสัยของคุณเลย หลายวันมานี้คุณอยู่ที่นี่จนโง่ไปแล้วหรือ”
เธอพูดแล้วก็ตั้งใจมองเขาไปมา
เป่หมิงโม่ขมวดคิ้ว ข้อสรุปแบบนี้เป็นการดูถูกเขาอย่างสุดซึ้ง จึงกวาดตามองเธออย่างดุร้ายครั้งหนึ่ง “ผมพูดเมื่อไรกันว่าจะยอมแพ้ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ คุณคิดว่าผมสามารถควบคุมได้หรือว่าคุณกับหยินปู้ฝันสามารถควบคุมได้หรือ ในเมื่อไม่มีวิธีแล้ว อย่างนั้นก็พักผ่อนฟื้นกำลังเสียเลยจะดีเสียกว่า”
“ยังพูดอีกว่าคุณไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรตอนที่อยู่ที่นี่ คุณที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ แม้ว่าจะพบเจอกับปัญหายุ่งยากอะไร คุณก็จะคิดหาวิธีออกมาแก้ไขมัน อีกอย่างนะ ทำไมคุณถึงได้อนุญาตให้ฉันไปจากบริษัทเป่หมิงในตอนนี้กัน นี่ไม่ใช่ว่าเป็นปล่อยมือจากหม้อที่แตกแล้ว (เป็นปล่อยมือจากหม้อที่แตกแล้ว ไม่อาจทำอะไรกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ ปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรม) หรืออย่างไร” เธอพูดอย่างจริงใจน่าเชื่อถือ
ท่าทางจริงจังแบบนั้น เป่หมิงโม่เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดึงใบหน้ารูปไข่ผิวเนียนนุ่มนั้น
เขาอยู่ที่นี่มาหลายวัน ก็ได้สนทนากับผู้คุมที่รับผิดชอบดูแลเขาไปหลายเรื่อง ที่จริงแล้วไม่เพียงแต่พูดคุยกับคนที่มีความรู้เท่านั้นที่จะทำให้ความคิดและความสามารถของตัวเองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งก็สามารถที่จะชี้แนะให้เขาได้เหมือนกัน
ในอดีตน้อยครั้งที่เขาจะมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบุคคลธรรมดา ดังนั้นสิ่งเรียบง่ายต่างๆนั้นเขาขาดเป็นอย่างมาก แต่หลายวันมานี้เขากลับรู้สึกว่าได้รับประโยชน์มากมาย