ตอนที่ 964
บทที่ 964 บุคคลสำคัญ
October 28, 2026
บทที่ 964 บุคคลสำคัญ
“ถ้าตอนที่นายมาคิดแบบนั้นจริงๆล่ะก็ นายจะมาทำไมกัน นี่ไม่ใช่สไตล์ของนาย” ในเวลานี้เป่หมิงโม่ก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยประชดหยินปู้ฝันสักประโยค
หยินปู้ฝันก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาพยักหน้ามองไปที่เป่หมิงโม่ “นายพูดไม่ผิดเลย ตามนิสัยของฉันแล้วจะไม่เสียเวลาไปกับเรื่องไร้ประโยชน์ พวกเราสองคนล้วนเหมือนกันในส่วนนี้ แต่สิ่งที่นายไม่รู้ก็คือ ระหว่างฉันกับนายมีส่วนไม่เหมือนกันที่ทำให้ฉันมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่นมากกว่านาย นั่นก็คือการมีน้ำใจมากกว่านาย”
“มีน้ำใจ......” เป่หมิงโม่เอ่ยเงียบๆ
“ใช่แล้ว มีน้ำใจ นายรู้ไหมว่า ตั้งแต่เด็กจนโต นอกจากฐานะทางบ้านที่ไม่เหมือนกันแล้ว พวกเราสองคนมีหลายอย่างที่คล้ายกัน แต่สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันก็คือ ไม่ว่าผู้คนรอบตัวนายจะเป็นห่วงหรือว่าเย็นชากับนาย สำหรับนายแล้วล้วนทำเป็นไม่สนใจ แน่นอนว่าสามารถทำแบบนี้กับคนที่ปฏิบัติไม่ดีกับนายได้ แต่การกระทำแบบนี้สำหรับคนที่เป็นห่วงนายนั่นหมายความว่าอะไรน่ะหรือ ก็คือการทำร้ายยังไงล่ะ นายทำร้ายคนที่เป็นห่วงนายอย่างไร้ความรู้สึก แน่นอนว่าแม่ของฉันก็เคยพูดกับฉันว่า นายเกิดมาก็เป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง พ่อแม่ล้วนสร้างบาดแผลให้กับนาย และสองคนนี้ก็เป็นญาติที่สนิทที่สุดกับนาย นี่ก็เช่นกัน แม้ว่านายจะทำเรื่องเกินไปมากแค่ไหน ก็ยังคงมีคนช่วยนายอย่างสุดความสามารถ เพราะว่าสงสารนาย ก็เหมือนกับฉันในตอนนี้ เพราะสงสารนายเช่นกัน และแน่นอนว่าสงสารกู้ฮอนยิ่งกว่า”
คำพูดของหยินปู้ฝันแต่ละคำกระทบเข้ากับส่วนลึกในใจของเป่หมิงโม่ที่เหมือนกับหลุมดำหลุมหนึ่ง
คนเราในตอนที่ราบรื่นนั้นน้อยมากที่จะฟังคำเตือนจากคนรอบข้างอย่างเงียบสงบ และมักจะรู้สึกว่าผู้อื่นมีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่
แต่หลังจากที่ตกอยู่ในสภาพยากลำบากแล้ว สถานการณ์ก็เกือบจะเปลี่ยนแปลงไป บางคนสามารถสงบใจมาสัมผัสได้ แน่นอนว่ามีบางคนที่ดื้อดึงไม่ยอมรับผิดเหมือนกับเขาควาย (อุปมาว่าเป็นคนดื้อรั้นและไม่รู้จักพลิกแพลง เสียเวลาในการคิดค้นและแก้ปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้)
เป่หมิงโม่นั้นไม่ได้ถูกจัดอยู่ในพวกหลัง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างในตอนนี้ คำพูดจากส่วนลึกในหัวใจของหยินปู้ฝันในครั้งนี้นั้นปรากฏเป็นแสงสว่างขึ้นกลางหลุมดำในใจของเขา
หรือพูดได้ว่า คำพูดและการกระทำของกู้ฮอนนั้นล้วนกระตุ้นเขาตลอดเวลา เพียงแต่หยินปู้ฝันช่วยผลักดันอีกหนึ่งแรง
เป่หมิงโม่หลับตา ภาพในอดีตปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
หยินปู้ฝันรู้ว่าเขาได้รับความสะเทือนใจอย่างหนัก ก็รู้สึกเห็นใจเล็กน้อย จะพูดอย่างไรพวกเขาก็มีเลือดส่วนหนึ่งที่เหมือนกันอยู่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แม้จะเทียบไม่ได้กับพี่น้องแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อการคงอยู่ของสายสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว
“เป่หมิงโม่ พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว นายก็ลิ้มรสไปช้าๆก็แล้วกัน ถ้าหากมีวันหนึ่งที่สามารถออกมาได้ล่ะก็ เลี้ยงข้าวฉันสักมื้อก็พอ ต้องรู้นะว่า ทนายความตัวเล็กๆอย่างฉัน เบื้องหน้าแสดงออกอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ว่าจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีหน้าที่การงานดี เงินเดือนสูงมากมายอะไรขนาดนั้น
ประโยคหยอกล้อของหยินปู้ฝันทำให้เป่หมิงโม่หัวเราะอย่างอดไม่ได้ “นายต้องแสร้งทำเป็นยากจนต่อหน้าฉันด้วยหรือ ขับรถหรูหราตั้งหลายล้าน เพียงแต่ว่าเลี้ยงข้าวนายมื้อหนึ่งก็ได้อยู่ ถึงตอนนั้นพาคุณป้ามาด้วยล่ะ”
***
สำหรับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีความของเป่หมิงโม่นั้น หยินปู้ฝันรวบรวมหลักฐานข้อมูลอยู่ฝ่ายเดียวครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
ในช่วงบ่ายหลังจากที่กู้ฮอนจัดการภารกิจของบริษัทเป่หมิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปปรากฏตัวขึ้นที่สำนักงานกฎหมายของหยินปู้ฝันอีกครั้ง
“หยินปู้ฝัน วันนี้ที่นายไปหาเป่หมิงโม่ เขาไม่ได้ทำอะไรให้นายลำบากใจสินะ” กู้ฮอนรู้นิสัยนั้นของเป่หมิงโม่
หยินปู้ฝันกลับแสดงใบหน้าที่มีรอยยิ้มเจื่อนๆให้กู้ฮอน
กู้ฮอนพูดอย่างโกรธๆว่า “เจ้าคนหน้าเหม็น ทุกคนล้วนช่วยเหลือเขา เขายังไม่รับน้ำใจอีก ไม่สำนึกบุญคุณของผู้อื่นเลยจริงๆ”
“ฉันก็พูดกับเขาแบบนี้ตอนอยู่ที่นั่น”
“อย่างนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรนายใช่ไหม” กู้ฮอนรู้นิสัยของเป่หมิงโม่ดี มีคนตำหนิเขาแบบนี้จะต้องทำอะไรโดยไม่สนผลลัพธ์ในภายหลังอย่างแน่นอน
หยินปู้ฝันยักไหล่อย่างไม่สนใจ “เขาจะกล้าทำอะไรฉัน ก็สารภาพออกมาอย่างตรงไปตรงมาแล้วนี่ไงล่ะ” เขาพูดพลางหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาโบกไปมาด้านหน้ากู้ฮอน
กู้ฮอนเข้าใจได้ในทันที จึงกลอกตาใส่เขา “นายก็ไม่ใช่คนที่จะให้ความร่วมมือง่ายๆ อีกอย่างฉันก็คิดว่านายไม่อาจทำสำเร็จโดยบังเอิญอย่างโชคดีหรอกนะ”
“กู้ฮอน ฉันเป็นคนที่เธอขอร้องให้มาช่วยเหลือเป่หมิงเอ้อ ไอ้หมอนั่นอย่างไม่อายนะ ต้องแกล้งฉันขนาดนี้ด้วยหรือ ไม่กลัวว่าฉันจะทิ้งงานไม่ทำแล้วหรือ” หยินปู้ฝันก็ไม่ยอมอ่อนให้ ตอกกู้ฮอนกลับไปหนึ่งประโยค
“ได้ นายทิ้งงานไม่ทำสิ อย่างไรตอนนี้ภายในวงการก็รู้หมดแล้วว่านายช่วยเป่หมิงโม่ แม้จะเป็นเส้นทางที่เคยผ่านมา ฉันว่านายก็ไม่มีหนทางแล้ว”
“เฮ้ ผู้หญิงอย่างเธอกลายเป็นคนยอดเยี่ยมขนาดนี้แล้ว ดูท่าเป่หมิงเอ้อ เจ้าหมอนั่นปกติจะสอนวิธีการในการทำร้ายคนอื่นให้เธอไม่น้อยเลย”
หลังจากหยอกล้อกันไปชั่วครู่แล้ว กู้ฮอนก็เก็บรอยยิ้ม “เฮ้อ พูดเรื่องจริงจังกับนายนะ ตอนนี้นายได้ข้อมูลจากฉันกับเป่หมิงโม่ทั้งสองคนแล้ว นายรู้สึกว่าเทียบกับการวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ตอนนี้มีโอกาสชนะเท่าไรกัน”
หยินปู้ฝันยกนิ้วชี้ขึ้นมานิ้วหนึ่ง
“10 เปอร์เซ็นต์หรือ! ไม่น่าจะน้อยขนาดนั้นนะ”
หยินปู้ฝันโยกนิ้วไปมา “ไม่ใช่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่กระทั่ง 10 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่มี ฉันล้วนบอกกับเธอแล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคดีความนี้มีคนสร้างความยุ่งยากให้กับเป่หมิงโม่ ถ้าหากว่าหาคนคนนั้นพบก็อาจจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย”
ประโยคนี้ของหยินปู้ฝันทำให้กู้ฮอนนึกออกในทันที “อ่อ ฉันนี่โง่จริงๆ ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้นายฟังเลย ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง”
“ใครกัน” หยินปู้ฝันมีท่าทีกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที