ตอนที่ 963
บทที่ 963 ประเภทผู้ต้องสงสัยที่ไม่เหมือนกัน
October 28, 2026
บทที่ 963 ประเภทผู้ต้องสงสัยที่ไม่เหมือนกัน
ปัญหายุ่งยากปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากู้ฮอนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ได้พุ่งเป้ามาทางตัวเอง แต่ว่าเธอกลับถูกเหมารวมเข้าไปในนั้นด้วยจนทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองหายใจได้ยากลำบากมากขึ้น สิ่งที่ต้องแบกรับเอาไว้บนบ่าก็หนักมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน.......
เธอรู้ว่าหลี่เชินมีความสามารถที่จะจัดการกับเป่หมิงโม่แน่นอน แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีพลังอำนาจมากขนาดนี้ เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ สถานะของเขาจนถึงตอนนี้นั้นยังคงเป็นปริศนา
เพียงแต่ว่าไม่สามารถโทษเขาได้ พวกเขามีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆช่วงหนึ่ง และยังเป็นความทรงจำที่เป็นส่วนๆ โดยรวมแล้วเขาปฏิบัติกับคุณแม่อย่างดี เป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถขจัดความรู้สึกละอายใจที่มีต่อเธอมาหลายปีนี้ออกไปได้เท่านั้นเอง
สิ่งที่เขาแสดงออกมาทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนไม่อยู่ในสายตาของกู้ฮอน
เหมือนกับว่าในที่สุดเขาก็สามารถทำให้เป่หมิงโม่ตกอยู่ในสถานการณ์อันยากลำบากได้ เพื่อที่จะให้แผนการของเขาดำเนินต่อไปจึงไม่เสียดายที่จะใช้อำนาจและเส้นสายที่มี
ถึงจะไม่รู้ว่านี่เป็นการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ แต่ก็สามารถยืนยันได้ว่าขัดต่อความยุติธรรมอย่างแน่นอน
ส่วนสิ่งที่กู้ฮอนจำเป็นต้องทำนั้นก็คือยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเป่หมิงโม่ เพื่อสะสางกับบิดาหรือพูดได้ว่าสะสางเหล่าอภิสิทธิ์ชนผู้เป็นตัวแทนบิดา
*
นับตั้งแต่ที่หยินปู้ฝันยินยอมรับทำคดีความให้กับเป่หมิงโม่แล้ว ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปในสังคมของทนายความ หลายคนไม่เห็นด้วยที่เขาทำเช่นนี้
เพื่อประธานบริษัทเป่หมิงคนก่อนคนหนึ่งที่ในตอนนี้กลายเป็นนักโทษตกอับ จำเป็นจะต้องสู้ตายขนาดนี้ด้วยหรือ แม้ว่าจะสามารถชนะได้แล้วจะได้อะไรกัน
ได้รับภูเขาเงินภูเขาทองกองใหญ่กองหนึ่ง หรือว่าผลประโยชน์จากอะไรอื่นๆกัน คนที่มีความคิดตื้นเขินพวกนี้นั้นครุ่นคิดได้ถึงแต่สิ่งเหล่านี้
แม้ว่าจะได้รับสิ่งเหล่านี้แต่ว่าสิ่งที่สูญเสียกลับมากยิ่งกว่า เพราะการที่เขาทำแบบนี้เป็นการหักหลังเนติบัณฑิตยสภาในเมืองนี้อย่างเปิดเผย และยังเป็นการท้าทายเหล่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐทั้งหลายด้วย
แค่คิดก็รู้แล้วว่า นับตั้งแต่เรื่องนี้เป็นต้นมา เส้นทางการเป็นทนายความของหยินปู้ฝันก็ไม่ได้ราบเรียบอีก
เขามาถึงสถานีตำรวจตามที่กู้ฮอนให้มาเพื่อพูดคุยกับเป่หมิงโม่ครั้งหนึ่งหลังเธอจากไปไม่นาน แม้ว่าก่อนหน้านี้กู้ฮอนจะเล่ารายละเอียดในคดีความในเขาฟังแล้ว แต่เขาจะต้องทำความเข้าใจคดีความนี้จากมุมมองของเป่หมิงโม่ แบบนี้ถึงจะเข้าใจรูปคดีได้อย่างสมบูรณ์
การถูกนำตัวเข้าห้องกักขังในครั้งนี้ของเป่หมิงโม่ไมได้รับการปฏิบัติอย่างดีเหมือนครั้งที่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้แย่จนถึงขั้นหอพัก ยังคงเป็นห้องเดี่ยวอยู่ดี
เห็นเสื้อผ้าที่กู้ฮอนนำมาให้ตัวเองแล้วในใจก็รู้สึกสงบนิ่งเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินชั่วครู่หนึ่ง ฟังจากจังหวะการเดินและเสียงที่กระทบเข้ากับพื้นแล้วสามารถสรุปได้ว่าเป็นผู้คุมคนนั้น
เป็นอย่างคิดเอาไว้ เขาเดาไม่ผิดเลย
“เป่หมิงโม่ ผมเคยได้ยินมาว่าตอนที่คุณเป็นประธานบริษัทเป่หมิงนั้นเป็นคนที่มีภารกิจมากมาย คิดไม่ถึงเลยว่ากระทั่งอยู่ที่นี่ในตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมอยู่ดี มีแขกมาพบบ่อยครั้งทุกวัน ดูท่าว่าผมจำเป็นต้องยื่นเรื่องกับเบื้องบนให้จัดห้องเยี่ยมญาติให้คุณสักห้องแล้วล่ะ” ผู้คุมพูดไปก็หยิบกุญแจที่แชวนอยู่บริเวณเอวมาเปิดประตู
เป่หมิงโม่เขาครู่หนึ่ง “ข้อเสนอแบบนี้ของคุณจะไม่มีใครอนุมัติให้ อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง ผมอาจจะต้องย้ายไปที่คุมขังอื่นๆแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับคุณ เพียงแต่ว่าก่อนที่จะถึงตอนนั้น เกรงว่าจำเป็นต้องให้คุณวิ่งอีกหลายรอบ”
ปฏิสัมพันธ์กันมาเป็นระยะเวลาสั้นๆสองวัน เป่หมิงโม่กลับสามารถพูดคุยกับผู้คุมได้ประโยคสองประโยคอย่างเหนือความคาดหมาย
***
ทั้งสองคนเดินไปพลาง พูดคุยอย่างสบายอารมณ์ไปพลาง
ผู้คุมทำเพียงแค่ยิ้มให้กับคำตอบของเป่หมิงโม่ “ผมอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปี คุณเป็นผู้ต้องสงสัยส่วนน้อยที่ไม่ทำให้ผมรู้สึกเกิดความรู้สึกไม่พอใจ”
“อ่อ อย่างนั้นคุณรู้สึกเบื่อผู้ต้องสงสัยแบบไหนกันล่ะ” เป่หมิงโม่หันกลับไปมอง รอคำตอบของเขา
“ผู้ต้องสงสัยที่ผมเคยพบมีอยู่สองประเภทด้วยกัน ประเภทแรกเป็นคนดีที่ถูกบีบบังคับจนไร้หนทาง คนเหล่านี้ปกติไม่ได้มีความขัดแย้งกับผู้อื่น แต่ว่ามักจะถูกคนนำพาเรื่องยุ่งยากมาให้ สุดท้ายก็บังคับให้คนดีทำผิด ประเภทที่สองก็คือพวกที่สมควรได้รับโทษ ก่อกรรมทำชั่วสม่ำเสมอ แต่ประเภทนี้ก็แบ่งออกเป็นสองพวกด้วยกัน พวกแรกคือเชื่อมโยงอยู่ระหว่างประเภทแรก อีกทั้งคนเหล่านี้ยังเป็นพวกสับปลับ มักจะแสร้งทำตัวเป็นคนดี และพวกที่สองคือเลวร้ายทุกกระเบียดนิ้ว กระทั่งแสร้งทำก็ยังขี้เกียจแสร้ง สำหรับคนแบบคุณนั้นถูกจัดอยู่ในประเภทแรก และประเภทที่สองนั้นเป็นประเภทที่ผมเบื่อมากที่สุด”
“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมคือประเภทแรก ไม่ใช่ประเภทสองที่คุณพูดกันล่ะ”
ผู้คุมหยุดเท้า เขาหมุนตัวกลับมามองเป่หมิงโม่ที่เดินตามหลังตัวเองอยู่ เขาที่นัยน์ตาคมปลาบราวกับเหยี่ยวเหมือนกันนั้นเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
เขายกนิ้วชี้ไปที่ดวงตาและศีรษะของตัวเอง “อาศัยพวกมัน ที่ต้องข้องเกี่ยวกับการทำงาน ผมมักจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ต้องสงสัย และเมื่อผ่านไปนานผมก็สรุปมันออกมาเป็นประสบการณ์”
เอ่ยถึงตรงนี้แล้วเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “สำหรับคุณเป่หมิง แม้ผมจะรู้ว่าคุณเข้ามาเพราะอะไร แต่ผมมักจะมีความรู้สึกว่า คุณถูกบีบบังคับให้ไม่มีทางเลือกถึงได้ทำแบบนี้ คนที่มีทรัพย์สินทางบ้านเป็นร้อยล้านอย่างคุณ ผมคิดว่าคงไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายหรอก”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ พวกเขาสองคนล้วนเผยรอยยิ้มบางๆออกมา จากนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ