ตอนที่ 998
บทที่ 998 เรื่องภายในครอบครัว เรื่องคับแค้นใจ
October 28, 2026
บทที่ 998 เรื่องภายในครอบครัว เรื่องคับแค้นใจ
“คนในครอบครัวหรือ” กู้ฮอนรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง ถัดมาก็รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย “ฉัน ระหว่างฉันกับตระกูลเป่หมิงไม่มีความสัมพันธ์อะไรกัน แม้ว่าตอนนี้จะเป็นประธานบริษัทเป่หมิง แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องมีสักวันหนึ่งที่ฉันไปจากที่นี่”
เป่หมิงยี่เฟิงส่ายหน้า มองไปที่กู้ฮอน “ไม่ เธออบรมสั่งสอนเด็กทั้งสามคนของตระกูลเป่หมิง นี่ทำให้เธอไม่สามารถตัดความสัมพันธ์ใดๆกับตระกูลเป่หมิงได้แล้ว วันนี้ที่ผมเชิญคุณมาก็เพราะอยากพูดเรื่องในครอบครัวกับคุณ”
เขาพูดพลางรินไวน์แดงลงในแก้วของตัวเองจนเต็ม จากนั้นก็เงยหน้าดื่มรวดเดียว
“คุณผู้ชายครับ ต้องการให้ผมช่วยอะไรไหมครับ” ตอนนี้เองที่บริกรคนหนึ่งเดินมาอยู่ข้างเป่หมิงยี่เฟิง เอ่ยถามอย่างเป็นกังวล
ภายในร้านอาหารแห่งนี้ การที่จะเห็นคนที่ดื่มไวน์แดงรวดเดียวทั้งแก้วนั้นพบเห็นได้น้อยมาก
เป่หมิงยี่เฟิงโบกมือ “ขอบคุณครับ ผมไม่เป็นอะไร”
กู้ฮอนก็พูดกับบริกรว่า “ฉันสามารถจัดการเหตุการณ์ตรงนี้ได้ ถ้าหากว่าฉันต้องการความช่วยเหลือก็จะเรียกพวกคุณนะคะ”
เธอมองบริกรที่จากไปแล้ว และมองไปที่ชายหนุ่มตรงข้ามตัวเองที่นับวันยิ่งทำให้เธอมองไม่ออก “ยี่เฟิง คุณอยากพูดอะไรก็พูดเถอะ ฉันจะฟังก็ได้ เพียงแต่คุณต้องรับปากฉันเรื่องหนึ่ง เมื่อครู่นี้ถือเป็นแก้วสุดท้ายแล้วได้ไหม”
***
เป่หมิงยี่เฟิงมองกู้ฮอน และมองไวน์แดงครึ่งขวดที่ถูกแช่ในน้ำแข็งข้างมือของตัวเอง จากนั้นก็ยกมือเรียกบริกรให้เขามานำไวน์ไป
“OK ตอนนี้ปัญหาเรื่องไวน์แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ผมขอบคุณคุณอย่างจริงใจที่สามารถนั่งฟังผมพูดได้” ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มอันคุ้นเคยขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่เป็นอะไร เพียงแต่เวลาของฉันมีจำกัด หวังว่าคุณจะสามารถพูดสั้นๆกระชับใจความนะ” ตอนนี้กู้ฮอนก็ไม่มั่นใจมากว่าตัวเองทำแบบนี้ถูกหรือผิด อาจจะเป็นเสี้ยววินาทีที่ความเห็นอกเห็นใจของตัวเองถูกเขาเอาชนะ
“ฮอน คุณน่าจะรู้ว่าผมกลับมาที่บริษัทเป่หมิงได้อย่างไร”
กู้ฮอนพยักหน้า “อืม เรื่องนี้ฉันยังถือว่าชัดเจนอยู่ เบื้องหลังคุณมีผู้สนับสนุน เพียงแต่ผู้สนับสนุนคนนี้ฉันไม่เห็นว่าจะมีแนวโน้มที่ดี”
เป่หมิงยี่เฟิงดูเหมือนว่าจะรู้สึกเหมือนกันในตอนนี้ “เป็นแบบนี้แหละ เพียงแต่ว่าผมไม่มีหนทางอื่นๆ เพื่อจะเอาหุ้นของคุณพ่อที่ถูกแย่งไปกลับคืนมา จนถึงขั้นนำทั้งบริษัทเป่หมิงกลับคืนมา”
“เอาล่ะ คุณอย่าพูดอีกเลย ฉันไม่อยากฟังคุณพล่ามถึงความยุติธรรม ฉันคิดว่าจุดเริ่มต้นของคุณนั้นมีปัญหามาก”
“มีปัญหาหรือ” เป่หมิงยี่เฟิงมองเธออย่างไม่เข้าใจ
“ไม่ผิด มีปัญหา สถานการณ์ของคุณในตอนนี้เหมือนกับ คนที่มองไม่เห็นภาพด้านในว่าเป็นอย่างไร แม้ว่าในมุมของคุณอาจจะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง แต่สำหรับฉันที่อยู่ในฐานะคนนอกนั้น คุณกับเป่หมิงโม่ทั้งสองคนล้วนทำผิด พวกคุณอยากจะสู้กันไปสู้กันมา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าพวกคุณล้วนเป็นคนตระกูลเป่หมิง พวกคุณล้วนมีสายเลือดเดียวกัน”
กู้ฮอนพูด หงายมือออกไปข้างตัวเล็กน้อย “ทำไมจะต้องทำแบบนี้กัน ผลลัพธ์ของการสู้กันไปสู้กันมาก็คือให้ผู้อื่นได้เห็นเรื่องขบขัน แบบนี้คุ้มแล้วหรือ”
“ล้วนแซ่เป่หมิง......ถ้าหากว่าเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เขาก็คงไม่แย่งส่วนที่เป็นของคุณพ่อผมไป ไม่ไล่พวกเราออกไปทั้งครอบครัว ตอนนี้ล่ะ เขาสบายแล้ว หลังจากที่ใช้อิทธิพลเล่ห์เหลี่ยมปิดบังผู้คนแล้ว ก็ให้คุณมาดำรงตำแหน่งประธานหุ้นเชิดนี้ ส่วนผมและคุณพ่อผมล่ะ ทำได้เพียงแค่อาศัยอำนาจของผู้อื่นในการกลับมา ต้องการนำสิ่งที่เป็นของพวกเราส่วนนั้นกลับมา หรือจะพูดว่า ทวงคืนสิ่งที่เป็นของพวกเราส่วนนั้นกลับคืนมาก็เป็นความผิดหรือ” เป่หมิงยี่เฟิงแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดของกู้ฮอน แน่นอนว่าเขาก็มีเหตุผลของเขา อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดที่เขาปกป้องมานานหลายปี จะถูกกู้ฮอนเปลี่ยนแปลงง่ายๆได้อย่างไรกัน
กู้ออนก็ไม่ได้มีความคิดว่าอาศัยแค่ประโยคเดียวของตัวเองแล้วจะสามารถเปลี่ยนมุมมองของเขาได้ แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นจะต้องพูดมุมมองของตัวเองกับเขาให้ชัดเจน
เพราะเธอชัดเจนว่า บริษัทเป่หมิงนั้นอยู่ในช่วงล่อแหลมมาก บุคคลที่อยู่เบื้องหลังเป่หมิงยี่เฟิงและผู้อำนวยการโกวเป็นบุคคลคนเดียวกัน หลี่เชิน
อย่างไรเป้าหมายที่เขาต้องการต่อสู้ด้วยก็ไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นก็คือเป่หมิงโม่
หลังจากที่ตัวเองได้รับรู้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าการอาศัยความสามารถที่แท้จริงในตอนนี้นั้น ไม่มีวิธีที่จะต่อต้านพวกเขาได้อีก ไม่เพียงแต่เช่นนั้น แต่ละย่างก้าวของพวกเขาก็เดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ ยากที่จะรับประกันได้ว่าหลังจากจับเป่หมิงโม่เข้าคุกเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะหันกลับมาทำอะไรกับบริษัทเป่หมิงหรือไม่
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นล่ะก็ ตัวเองควรจะทำอย่างไร จะเผชิญหน้ากับตระกูลเป่หมิงได้อย่างไร จะเผชิญหน้ากับเป่หมิงโม่ได้อย่างไร
แม้ว่าเธอจะสามารถหาข้ออ้างมาทำให้พวกเขาไม่สามารถโค่นล้ม แต่ว่าสุดท้ายแล้วความจริงก็ยังคงอยู่
“ยี่เฟิง ในเมื่อคุณก็มีตรรกะของคุณ ฉันก็ไม่อยากจะคัดค้านวิธีของคุณ เพียงแต่ฉันหวังว่าคุณจะสามารถเลือกที่จะ อยู่ห่างจากพวกถังเทียนจื๋อได้ มิเช่นนั้นผลลัพธ์ในตอนท้ายอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเรา ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่อยากเผชิญหน้า”
***
กู้ฮอนพูดจบแล้วก็ดื่มน้ำผลไม้ที่วางอยู่ด้านข้างอึกหนึ่ง “ขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อครู่ฉันสัญญาไว้ว่าจะไม่พูดคุยเรื่องงาน คิดไม่ถึงเลยว่าฉันจะเป็นคนแรกที่ผิดสัญญา ฉันเห็นว่าคุณไม่ค่อยได้ทานอะไร จะต้องหิวอยู่บ้างแน่นอน มีอะไรรอทานเสร็จแล้วค่อยพูดคุยเถอะ”
เป่หมิงยี่เฟิงเห็นว่าเธอไม่มีความสนใจที่จะพูดคุยต่อไปแล้ว ก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้า ยิ้มบางๆ และเริ่มลงมือทานอาหาร
ช่วงเวลาถัดมานั้น พวกเขาทั้งสองคนล้วนไม่มีใครพูดอะไรมากไปกว่านี้สักประโยคหนึ่ง แต่ในใจของพวกเขากลับดีดรางลูกคิดของตัวเอง
จนกระทั่งทานอาหารเสร็จแล้ว เป่หมิงยี่เฟิงก็ส่งกู้ฮอนกลับไปที่บริษัทเป่หมิง หน้าลิฟต์โดยสารที่ลานจอดรถใต้ดิน เป่หมิงยี่เฟิงยื่นมือกดปุ่มลิฟต์โดยสารตัวหนึ่งในนั้น
ผ่านไปชั่วครู่ หลังจากเสียงกังวานดังขึ้น ประตูลิฟต์โดยสารก็เปิดออก