ตอนที่ 1010
บทที่1010 ไร้สมอง
October 28, 2026
บทที่1010 ไร้สมอง
จ้าวจิงอี้ร้อนรน เธอตะโกนเสียงดังลั่น “ช่วยด้วย ทางนี้มีคนจะตีกัน....”
“เห้ย หยางหยาง แกดูทางนั้นสิมีคนจะตีกัน”
หยางหยางซึ่งกำลังเตะฟุตบอลอยู่กับเพื่อนสนิทอีกหลายคน
นี่เป็นโอกาสที่ดี เขาและผู้รักษาประตูประจันหน้ากัน ในขณะที่เขาเตะลูกพิฆาต เพื่อนของเขาหวูเสี่ยวเอ๋อดึงเขาเอาไว้
“โถ่ คนเขาตีกันมีอะไรน่าสนุกกัน ฉันกำลังยิงประตูแล้ว!” หยางหยางในตอนนี้เพ่งสมาธิไปยังลูกฟุตบอล เขามีกะจิตกะใจสนใจคนอื่นที่ไหนกัน
หวูเสี่ยวเอ๋อไร้ทีท่าปล่อยมือแต่อย่างใด : “ฉันว่าเสียงนั้นคลับคล้ายยจ้าวจิงอี้เลย เธอร้องตะโกนขอความช่วยเหลืออยู่ทางด้านนู้น เราไปช่วยเธอกันไหม?”
เขาหลุดโฟกัส ลูกบอลใต้เท้าเขาถูกกองหลังแย่งไป
“ดูสิ เรากำลังชนะแล้วแท้ๆ ฉันไม่สนอะไรจ้าวจิงอี้นั่นหลอก เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันเลยสักนิด” หยางหยางจ้องมองหวูเสี่ยวเอ๋อ
“ไม่ใช่สักหน่อย ฉันเห็นว่าพวกมันจับพี่ชายนายเอาไว้ พวกมันจะทำร้ายพี่ชายนาย”
“แกว่าไงนะ?” เมื่อหยางหยางได้รับข่าวสารว่าเฉิงเฉิงกำลังถูกกลั่นแกล้ง ความโกรธเมื่อครู่หายไปทันที เขามองไปในทิศทางที่นิ้วของหวูเสี่ยวเอ๋อชี้ นั่นน่ะสิ เฉิงเฉิงถูกชายสองคนที่ตัวสูงกว่าเขาล็อคเอาไว้พาเดินไปที่ชายหนุ่มอีกคน เฉิงเฉิงทำการขัดขืน แต่กลับไม่เป็นผล
จ้าวจิ้งอี้ตะโกนขอความช่วยเหลือต่อเนื่อง
“นายส่งบอลมาที่ฉัน เราไปดูกันหน่อยสิ” หยางหยางเอ่ย พร้อมหลี่ตาลง ก่อนวิ่งออกไปทางนั้น
เฉิงเฉิงถูกลากมาอยู่ตรงหน้าจินเล่ย จ้องมองเด็กหนุ่มที่สูงกว่าตน เราพอรับรู้บ้างว่าตนต้องเผชิญกับอะไร หากแต่เขาไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย
“ต่อหน้าฉันยังสามารถนิ่งขนาดนี้ได้ แกนี่ใจกล้าจริงๆ”
จินเล่ยเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่น เขาไม่รู้เลยว่าเด็กชายที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นใคร และแน่นอนว่าเขาไม่ต้องการรับรู้
ก่อนที่เขาจะย้ายมาที่นี่ เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหัวโจกในโรงเรียนอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนเขาอยู่ในระดับชั้นที่ต่ำกว่า เพราะระดับชั้นที่สูงกว่านั้นยังมีพี่ใหญ่คอยดูแลอยู่
อาจเพราะหลายปีมานี้พ่อของเขาประจบสอพลอเก่ง หลังผ่านการหล่อหลอมมาหลายโครงการที่สุดถือได้ว่าเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ เป็นเศรษฐีใหม่แน่นอนว่าต้องคอยจับตาดูเหล่าเศรษฐีจากทุกที่
หลังเปลี่ยนบ้าน และรถใหม่ จึงเริ่มมองหาโรงเรียนสำหรับลูกผู้ดีเพื่อลูกชายสุดที่รักของตน
อันที่จริง จากประวัติของจินเล่ยนั้นไม่สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ แต่อาจารย์ใหญ่และคณบดีไม่สามารถยับยั้งใจต่อหน้าเงินทองได้ สุดท้ายจึงหยักหน้ารับ
เพิ่งย้ายมาที่นี่แท้ๆ ส่วนระดับชั้นเรียนนั้น แค่สูงกว่าหยางหยางชั้นหนึ่ง
นายจินเล่ยนี่อายุยังน้อย แต่อย่างอื่นกลับโตก่อนวัยอยู่ไม่น้อย วันแรกของการมาเยือน เขาก็เริ่มแสดงอิทธิพลของตนในทันที
พวกคุณชายทั้งหลาย ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ต่างถูกจัดการอย่างราบคาบ แถมเขายังรับลูกน้องไว้อีกสองคน ที่เหมือนกับเขา พ่อแม่ร่ำรวยกะทันหันจึงย้ายมาที่นี่
เขาถูกใจจ้าวจิงอี้ตั้งแต่แรกเห็น แถมยังไปหาเธออยู่บ่อยครั้ง แต่กลับถูกเธอปฏิเสธทุกครั้งไป
นายจินเล่ยไม่ย่อท้อ ตามตอแยเธอทุกที่
ช่วงนี้จ้าวจิงอี้ถูกตอแยจนเบื่อหน่ายนัก พ่อและแม่ของเธออยู่ยังดีหน่อย แต่ตอนนี้ท่านทั้งสองเดินทางไปที่อื่น ตัวเธอหวาดหวั่นจึงแบกหน้ากลับบ้านไปกับเฉิงเฉิง
แน่นอน รายละเอียดพวกนี้เธอไม่เคยบอกกับเฉิงเฉิงและหยางหยาง
วันนี้ที่จินเล่ยเข้ามาหาเรื่องเพราะเขานั้นเห็นว่า จ้าวจิงอี้อยู่กับเฉิงเฉิง โดยเฉพาะตอนกลับบ้าน เด็กหนุ่มหึงอย่างมาก วันนี้เด็กหนุ่มทนไม่ไหวจึงเข้ามาหาเรื่อง
“จินเล่ย ฉันจะบอกอะไรให้ หากแกแตะเขาแม้ปลายเล็บ ฉันจะสู้ตายกับแก” จ้าวจิงอี้ไร้วิธีอื่น เมื่อครู่ที่ร้องตะโกน แต่กลับไม่มีใครสนใจเธอเลย
เหล่าคุณชายพวกนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนทำทีท่าสูงศักดิ์ เมื่อเห็นมีเรื่องกันสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือออกห่าง
จินเล่ยเอื้อมมือกระชากเสื้อของเฉิงเฉิง พร้อมเหลือบมองจ้าวจิงอี้ : “เธอพยายามช่วยมันมากเท่าไร ฉันก็อยากสั่งสอนเขามากเท่านั้น ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไอนี่ไม่เห็นมีดีกว่าฉันตรงไหน”
เฉิงเฉิงนั้นนิ่งสงบอยู่อย่างนั้น ตอนที่เขาเจอโจรขโมย เขายังไม่หวั่น แถมนี่ยังเป็นเด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกับตน เพียงแค่หมัดเร็วกว่าตนเท่านั้น
“ไม่ต้องสนใจฉัน เธอไปหาครูเถอะ” เฉิงเฉิงเข้าใจดีจ้าวจิงอี้อยู่ตรงนี้ช่วยอะไรไม่ได้ทั้งนั้น สู้เรียกอาจารย์มาที่นี่เสียยังดีกว่า
ประโยคนี้เตือนสติจ้าวจิงอี้ : “ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
“เห้ยเห้ย ซ้อ จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น รอดูให้ดีว่าพี่ใหญ่เราสั่งสอนมันยังไง” เส้นทางของจ้าวจิงอี้ถูกชายหนุ่มทั้งสองขัดขวาง
จินเล่ยจ้องมองอย่างพึงพอใจ ก่อนยกหมัดขึ้น : “ไอ้หนู แกกล้าแย่งผู้หญิงของฉัน งั้นฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความแกร่งกล้าของฉัน!”
เฉิงเฉิงเห็นว่าจ้าวจิงอี้ถูกขวางทาง ดูท่าวันนี้ตนคงเจออุปสรรคเข้าให้แล้ว เมื่อเห็นว่าจินเล่ยยกหมัดขึ้น เขาหลับตาลง รอลมฝนปะทะ
“เห้ย ไอ้เวรปล่อยพี่ชายฉัน”
ในเวลานี้เอง เขาได้ยินเสียงของหยางหยางลอยเข้ามา
“เห้ย ได้ยินไหม ปล่อยเขาซะ ไม่งั้นฉันไม่เกรงใจนะ”