ตอนที่ 1095
บทที่1095 เข้าใจในตัวพ่อผ่านลูก
October 28, 2026
บทที่1095 เข้าใจในตัวพ่อผ่านลูก
“คุณก็ดีต่อเธอไม่ใช่หรือ อย่างน้อยก็เคยใช่ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเกิดเรื่องนั้นขึ้นล่ะก็ ตอนนี้คนที่จะอยู่เป็นเพื่อนคุณก็ควรจะเป็นเธอนะ”
ตอนที่กู้ฮอนพูดประโยคนี้ออกมา ไม่รู้ว่าทำไม ในใจถึงได้เจ็บแปลบเล็กน้อย
“นั่นไม่เหมือนกัน ความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอนั้นเป็นความรู้สึกละอายใจเสียมากกว่า แต่ว่าความรู้สึกนั้นก็ไม่มีอีกแล้วหลังจากที่ได้พบกับเธอ”
“เป็นเพราะคำพูดเหล่านั้นที่เธอพูดกับคุณเป็นการส่วนตัวหรือ แม้ว่าอารมณ์ของเธอจะรุนแรง แต่ก็มีสาเหตุมาจากฉัน ระหว่างพวกคุณ.......”
เป่หมิงโม่บิดขี้เกียจ สำหรับเรื่องนี้ เขาไม่ยินยอมจะคิดอีกแล้ว
“พวกเราไม่คุยเรื่องนี้จะดีกว่า ถึงอย่างไรก็ผ่านไปแล้ว ผมเห็นว่าช่วงนี้อากาศไม่เลวเลย นานแล้วที่ทั้งครอบครัวไม่ได้ออกไปไหน ไม่สู้พวกเราไปท่องเที่ยวกันเถอะ”
เขาเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยประโยคหนึ่ง ทำให้กู้ฮอนชะงักค้างไปจริงๆ
“คุณพูดอะไรนะ” กู้ฮอนมองเขาอย่างสงสัย
แนวคิดของเป่หมิงโม่จะกระโดดเกินไปหน่อยแล้วนะ
ก่อนหน้านี้วินาทีหนึ่งยังดูท่าทางโศกเศร้าไม่น้อย แต่หลังจากนั้นวินาทีหนึ่งก็เหมือนกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
รู้สึกว่าตามจังหวะเขาไม่ทันอยู่บ้างจริงๆ
เห็นท่าทางเอ๋อๆซื่อบื้อของเธอแล้ว ใบหน้าโศกเศร้านั้นก็ปรากฏรอยยิ้มบางๆขึ้นมา “ผมจะพูดว่า ไม่สู้พวกเราทั้งครอบครัวออกไปท่องเที่ยวกันเถอะ”
“ดีสิครับๆ สามารถออกไปเที่ยวเล่นได้แล้ว......”
ถัดมาจากเสียงโห่ร้องของเด็กๆ ก็เป็นเสียงหกล้ม
“ไอ้หยา.......พวกนายสองคนคิดจะทับฉันตายใช่ไหม”
ยามค่ำคืน จู่ๆก็มีประโยคนี้ดังขึ้นมา และตามด้วยเสียงเคลื่อนไหวดังชั่วครู่ นั่นทำให้พวกเขาสะดุ้งตกใจจริงๆ
พวกเขาหมุนตัวกลับไปดู ก็เห็นว่าประตูเปิดกว้าง บนพรมมีเด็กน้อยสามคนนอนซ้อนกันเป็นรูปพีระมิด
หยางหยางนั้นถูกทับอยู่ล่างสุด แยกเขี้ยวยิงฟันขยับตัวไม่ได้
ถัดมาก็เป็นเฉิงเฉิง บนสุดก็คือจิ่วจิ่ว
กระทั่ง เบลล่า ก็เข้าร่วมการแอบฟังเรื่องนี้ด้วย
มันยื่นศีรษะเข้ามาด้านในอย่างขี้ขลาดผ่านช่องว่างที่เจ้านายตัวน้อยทั้งสามเหลือเอาไว้
“พวกลูกสามคนยังไม่ไปนอนอีก อยากโดนตีใช่หรือไม่!”
ไม่รอให้เป่หมิงโม่พูดอะไร กู้ฮอนก็เอ่ยพูดก่อนแล้ว
ดูคล้ายกับว่ามีโทสะเป็นอย่างมาก แต่กลับมีแรงจูงใจในการปกป้องลูกรักทั้งสามคน
ถ้าหากให้เป่หมิงโม่เป็นคนพูดล่ะก็ ใครจะรู้ว่าจะพูดจนมีสภาพแบบไหน เขาอารมณ์ไม่คงที่มาตลอดสองวันนี้
เด็กทั้งสามคนรีบลุกขึ้นยืนใหม่
หยางหยางบ่น มองไปทางเฉิงเฉิงกับจิ่วจิ่ว “รู้หรือไม่ว่าพวกนายสองคนหนักขนาดไหน”
“พอแล้ว หยางหยางลูกยังไม่จบใช่ไหม มาแอบฟังที่นี่ก็เป็นความคิดของลูกใช่ไหม”
หยางหยางยิ้มฮิฮิอย่างหน้าไม่อาย “คุณแม่ครับ ที่จริงแล้วผมก็เป็นเพราะว่าห่วงคุณพ่อจริงๆนะ สองวันมานี้ คุณพ่อดูแล้วอารมณ์ไม่ดี”
“อย่ามาพูดอ้างกับแม่เลย ไม่ดูบ้างเลยว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว รีบไปนอนเร็วเข้า”
“อ่อ” เด็กทั้งสามคนเดินหน้าม่อยคอตก เตรียมจะหมุนตัวเดินจากไป
เพียงแต่หยางหยางคล้ายกับว่ายังไม่ยอมแพ้ หันหน้ากลับมาเอ่ยถามประโยคหนึ่งว่า “คุณพ่อครับ เห็นแก่ที่พวกเราเป็นห่วงคุณพ่อ เมื่อครู่ที่คุณพ่อบอกว่าจะออกไปท่องเที่ยวนั้นจริงหรือเปล่าครับ”
เป่หมิงโม่พยักหน้า “พรุ่งนี้ออกเดินทาง”
“พรุ่งนี้หรือ นี่มันจะเร่งรีบเกินไปแล้วนะ อย่างไรก็จำเป็นต้องเตรียมตัวสักหน่อย” กู้ฮอนคิดไม่ถึงว่า เป่หมิงโม่ เจ้าหมอนี่จะใจร้อนขนาดนี้
“ทำไม พรุ่งนี้ คุณยังมีธุระอื่นอีกหรือ จะไปกับผมจำเป็นต้องเตรียมอะไรด้วยหรือ” เอ่ยจบแล้วก็หันไปมองเด็กๆทั้งสามคน “ความอยากรู้อยากเห็นของลูกทั้งสามคนได้รับการเติมเต็มแล้ว อย่างนั้นก็กลับไปเข้านอนได้แล้วล่ะ”
พรุ่งนี้จะออกไปท่องเที่ยวแล้ว ข่าวคราวนี้ทำให้เด็กๆทั้งสามคนดีใจกระโดดโลดเต้น
นับตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ออกไปเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวก็เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว
“คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ขอโทษด้วยจริงๆที่รบกวนพวกคุณ พวกเราจะกลับไปนอนแล้ว” หยางหยางเอ่ยจบก็ผลักเฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วไปทางประตู จากนั้นตัวเองก็ออกไปเป็นคนสุดท้าย
“ปิดประตูให้สนิทด้วย จำเอาไว้ว่า ครั้งหน้ามีเรื่องอะไรก็อย่าทำลับๆล่อๆแบบนี้ วันนี้จะปล่อยพวกลูกไปสักครั้ง ถ้าหากว่ามีครั้งหน้าอีก พ่อจะไม่ไว้หน้าแล้วนะ”
การออกไปท่องเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัว สำหรับเด็กๆทั้งสามคนแล้ว นั้นมีความหมาย ทำให้พวกเขาตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าการที่ตัวเองมีของเล่นชิ้นใหม่มากมายนัก
โลกภายนอกสำหรับพวกเขานั้น มีเรื่องราวมากมายที่ยังไม่รู้ ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ตลอดทั้งคืนนี้ เด็กๆทั้งสามคนคล้ายกับว่าไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสงบอีก
ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยการรอคอยและความตื่นเต้นนั้น อยู่เป็นเพื่อนกับพวกเขาจนก่อนจะถึงช่วงฟ้าสว่างในไม่กี่ชั่วโมง
“คุณทำให้ลูกๆทั้งสามคนนอนหลับไปสนิท แม้ว่าคุณจะตัดสินใจแบบนี้ อย่างนั้นก็ควรจะบอกพวกเขาแต่เนิ่นๆสิ”
ลูกๆจากไปแล้ว กู้ฮอนก็บ่นเป่หมิงโม่เล็กน้อย
ความจริงใจที่มารดามีต่อลูกๆ ในฐานะคุณพ่อมีหลายครั้งที่เทียบไม่ติด
แน่นอนว่าเป่หมิงโม่ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
เขาแสดงท่าทางไม่ใส่ใจออกมา “พวกเขานอนน้อยครั้งหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่คุณที่เป็นคุณแม่ ตอนนี้ก็ควรจะไปพักผ่อนได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเกรงว่าพรุ่งนี้ คุณจะไม่มีแรงมากพอจะไปรับมือเด็กๆที่ซุกซนทั้งสามคนแล้ว”
เป่หมิงโม่พูด ยื่นมือออกไปตบไหล่กู้ฮอนเบาๆ
“ดูท่าทาง ความแข็งแรงของคุณจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าอายุยังไม่เยอะ แต่ทำเหมือนตัวเหมือนกับว่าเป็นวัยทองอย่างนั้นแหละ ทำให้ผู้คนทั้งครอบครัวล้วนไม่สงบ” หลังจากกู้ฮอนกลอกตามองเขาแล้วก็ลุกขึ้น
เป่หมิงเอ้อ เจ้าหมอนี่เดี๋ยวเครียด เดี๋ยวมีความสุข จนทำให้ผู้อื่นรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
เพียงแต่เมื่อพบกับเรื่องแบบนี้ ใครจะยังรับไหวกัน
เธอถอนหายใจ จากนั้นก็ออกจากสถานที่พักอาศัยชั่วคราวของเป่หมิงโม่ไป
เป่หมิงโม่มองกู้ฮอนจากไปแล้ว รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าก็ค่อยๆเลือนหายไป
มีบางเรื่องที่ให้ตัวเองเผชิญหน้าเองคนเดียวค่อนข้างจะดีกว่า