ตอนที่ 741
ตอนที่ 741 เป่หมิงโม่ในอีกมุมหนึ่ง
October 28, 2026
ตอนที่ 741 เป่หมิงโม่ในอีกมุมหนึ่ง
เจ้าของร้านเห็นทั้งคนสองที่ตามมาทีหลังแล้ว ไม่ว่าจะมองจากเสื้อผ้าหรือว่าบุคลิกก็ล้วนแสดงให้เห็นถึงลักษณะท่าทางที่ไม่ธรรมดาออกมา โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกที่ยืนอยู่ข้างหน้าคนนั้น ยิ่งแผ่กลิ่นอายอันสูงส่งประเภทหนึ่งออกมา
“เชิญทั้งสองท่านหาที่นั่งได้เลยครับ รอคุณผู้หญิงท่านนี้สั่งอาหารเสร็จแล้ว ผมจะมาให้บริการกับพวกคุณ”
กู้ฮอนยิ้มบางๆให้กับเจ้าของร้าน “พวกเขามากับฉันค่ะ อาหารน่ะ คุณพิจารณาแล้วนำมาเสิร์ฟแล้วกันค่ะ เชี่ยวชาญเมนูไหนก็เสิร์ฟเมนูนั้นได้เลย ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินของพวกเขา”
เจ้าของร้านพยักหน้า หัวเราะฮ่าๆ “คุณกู้ คุณผู้ชายทั้งสองท่าน กรุณารอสักครู่นะครับ ผมไปครู่เดียวแล้วจะกลับมา”
เขาเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านหลัง ไม่นานก็ยกถาดรองน้ำชาออกมา “เชิญทั้งสามท่านดื่มน้ำชากันไปก่อน อาหารจะมาเสิร์ฟในเร็วๆนี้ครับ”
***
เป่หมิงโม่ ฉิงฮัว และกู้ฮอน นั่งอยู่ที่โต๊ะแปดเซียนตัวหนึ่งสามมุม ทุกคนล้วนนั่งบนม้านั่งยาวตัวหนึ่ง
เป่หมิงโม่มองไปรอบด้าน ร้านขายขนมขบเคี้ยวแห่งนี้ถือว่าขนาดไม่ใหญ่มากเท่าไร ถึงเวลาทานอาหารกันแล้วกลับไม่มีคนเข้ามา
“ทำไมคุณถึงเลือกมาทานข้าวที่สถานที่แห่งนี้กัน ผมว่าที่นี่ไม่น่าจะมีอาหารอะไรอร่อย ไม่สู้พวกเราออกไปหาโรงแรมที่ดูดีกว่านี้หน่อยดีกว่า” เป่หมิงโม่เอ่ยพูด
“จะทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน ฉันสั่งอาหารไปหมดแล้วนะ” กู้ฮอนรีบเอ่ยพูด
“เรื่องนี้ง่ายมาก ผมดูอาหารในร้านนี้ก็ไม่แพง วางเงินไว้สัก 100 หยวนไม่ต้องทอนก็พอค่าประกอบการวันหนึ่งของเขาแล้ว” เป่หมิงโม่พูดพลางส่งสัญญาณให้ฉิงฮัวหยิบเงินเพื่อเตรียมตัวจากไป
กู้ฮอนส่ายหน้า “พวกคุณอยากจะทานที่ไหนก็ไปทานที่นั่นเถอะ แต่ฉันจะทานที่นี่อย่างแน่นอน”
คราวนี้เป่หมิงโม่ก็ยากจะขยับตัว
ฉิงฮัวหยิบถ้วยน้ำชาที่มีฝาปิดอยู่จากถาดรองน้ำชาออกมาสองถ้วยส่งให้กับเป่หมิงโม่และกู้ฮอน ส่วนที่เหลือนั้นก็ให้ตัวเอง
เดิมเช้าวันนี้เป่หมิงโม่มาเซ็นสัญญา แต่ภายหลังพบกับโม้จิ่งเฉิงที่เอ่ยถึงคุณแม่ของเขาอีก
แม้ว่าอารมณ์โมโหจะลดลงไปไม่น้อยแล้ว แต่อารมณ์ก็ยังไม่ดีเท่าไร เขายกถ้วยชาขึ้นมา น้ำชาอุ่นร้อนกำลังพอดี จิบไปคำเล็กๆ
คิ้วที่ขมวดเป็นปมของเขาก็ค่อยๆคลายออก รสชาตินี้ไม่เลวเลย เมื่อรสชาติเปรี้ยวหวานถูกปากไหลผ่านลำคอไปแล้ว ทั้งร่างก็รู้สึกถึงความผ่อนคลายเล็กน้อย
เขาก็ดื่มต่ออีกอึกใหญ่ จากนั้นก็พยักหน้าไม่หยุด “ชาแปดอัญมณี(ชาแปดสมบัติหรือจะเรียกว่าชาแปดอัญมณีก็ได้ เป็นชาสมุนไพรอย่างหนึ่ง ที่ประกอบด้วยสมุนไพรแปดชนิด
)นี้รสชาติไม่เลวเลย”
“โอ้ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะสามารถชิมออกด้วย” นี่ทำให้กู้ฮอนรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
เป่หมิงโม่มองเธอเหยียดๆครั้งหนึ่ง “อย่างไร อย่าคิดว่าผมเกิดในครอบครัวร่ำรวยแล้วจะไม่รู้จักกับอาหารที่คนทั่วไปทานกัน”
“ว่ามาเถอะ วันนี้ที่คุณเรียกฉันออกมา ฉันคิดว่าคงไม่ได้มาเพื่อนั่งทานข้าวกับฉันง่ายๆหรอกนะ ‘คนที่ไม่มีเลวร้ายอะไรก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นมา’ อย่างคุณน่ะ” ตอนนี้เวลากู้ฮอนพูดคุยกับเป่หมิงโม่ก็ไม่คิดกังวลอะไรให้มากความอีก มีอะไรก็พูดอย่างนั้น
เป่หมิงโม่ที่อารมณ์ผ่อนคลายเมื่อสักครู่ ก็เริ่มจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง ตอนที่เขากำลังจะเปิดปากพูด ผ้าม่านห้องครัวที่อยู่ด้านหลังก็ถูกเปิดออก
เจ้าของร้านเดินออกมาจากด้านในอย่างรวดเร็ว ยกถาดใบใหญ่ด้วยมือเดียว บนถาดมีจานเล็กวางอยู่หลายใบ
เขาวางจานเล็กๆลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว จานเล็กใหญ่รวมกันแล้ว 8 จาน 8 อย่าง หนึ่งในนั้นมีปอเปี๊ยะที่กู้ฮอนชอบมากที่สุดด้วย
“ทุกท่านทานกันได้ตามสบายเลยครับ” เจ้าของร้านเอ่ยจบก็หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องครัวทางด้านหลังอีกครั้ง
ตอนนี้เป่หมิงโม่ก็ไม่พูดอะไร หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบปอเปี๊ยะที่วางอยู่ด้านหน้ากู้ฮอน
หลังจากที่ละเลียดชิมไปแล้วก็พยักหน้าไม่หยุด จากนั้นก็คีบถั่วกวนเข้าปากไปชิ้นหนึ่ง รสชาตินี้ไม่เลวเลย
เขาชิมขนมทั้งหมดแปดจานจานละหนึ่งชิ้นในรวดเดียว
กู้ฮอนหยิบตะเกียบยังไม่ทันจะขยับ เห็นเป่หมิงโม่ทานอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับเพิ่งถูกปล่อยออกมาจากคุก “เฮ้ๆ คุณทานช้าๆหน่อย ไม่มีใครแย่งคุณหรอกนะ”
ผ่านไปชั่วครู่ เจ้าของร้านก็ยกไส้หมูตุ๋นออกมาสามชาม วางไว้เบื้องหน้าทั้งสามคน
เป่หมิงโม่ชี้ตะเกียบไปที่วงแป้งทอดจานหนึ่ง เอ่ยกับเจ้าของร้านว่า “ทำไมถึงไม่มีน้ำถั่วเขียวหมัก(น้ำโต้วจือร์ เครื่องดื่มที่ทำมาจากกากถั่วเขียวที่ผ่านการหมัก มีรสชาติออกเปรี้ยวและกลิ่นแปลกๆ)มาคู่กันล่ะ”
ประโยคนี้ทำให้กู้ฮอนตกใจเป็นอย่างมาก
เจ้าของร้านเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “ฮ่าๆ คิดไม่ถึงเลยว่าเถ้าแก่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ด้วย น้ำถั่วเขียวหมักนั้นมีรสชาติเฉพาะตัว ผมเป็นกังวลว่าเถ้าแก่จะรับไม่ได้เลยไม่ได้นำมาเสิร์ฟ ในเมื่อเถ้าแก่พูดแล้ว ผมจะรีบยกมาเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้เลย”
เจ้าของร้านเอ่ย พลางหมุนตัวกลับไป ไม่ถึงสองนาทีก็ยกน้ำถั่วเขียวหมักเข้ามา
เป่หมิงโม่ดื่มไปคำหนึ่ง “รสชาติไม่เลวเลย”
กู้ฮอนมองเป่หมิงโม่ที่อยู่เบื้องหน้า ยังคงเป็นอันธพาลที่เธอเคยแอบด่าในใจเป็นร้อยๆครั้งคนนั้นอยู่ไหม หรือว่าเป็นเป่หมิงเอ้อที่การพูดกิริยาท่าทางล้วนเหมาะสมและแสดงให้เห็นถึงความสูงส่งหาที่ใดเปรียบมิได้คนนั้นหรือไม่
เป่หมิงโม่มองกู้ฮอนครั้งหนึ่ง “คุณยังนั่งเอ๋อเหรออยู่ทำไมกันอีก ยังไม่รีบทานอีก ถ้าเย็นแล้วรสชาติจะไม่อร่อยแล้วนะ”
***
การกระทำแบบนี้ของเป่หมิงโม่ ไม่เพียงแต่ทำให้กู้ฮอนตะลึงค้างไปแล้ว กระทั่งคนที่ติดตามอยู่ข้างกาย เป็นเงาไม่ห่างเขามาตลอดอย่างฉิงฮัวก็ยังมองจนตะลึงเช่นกัน
กู้ฮอนมองท่าทางการทานอย่างเอร็ดอร่อยของเป่หมิงโม่แล้ว ถ้าหากไม่ใช่ว่านั่งมาในรถคันเดียวกันกับเขาเมื่อครู่นี้ ก็ยังไม่รู้จริงๆว่าชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเธอนั้นเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เป็นสามัญชนมากเกินไปแล้ว อย่างน้อยก็ในด้านของอาหารการกิน
“คุณ......คุณไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม” สุดท้ายแล้วกู้ฮอนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างระมัดระวังประโยคหนึ่ง
เป่หมิงโม่ไม่ได้ตอบคำถามของเธอในทันที เพียงแต่ส่งสายตาให้ฉิงฮัวกับเธอรีบทานอาหารเร็วๆ
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เป่หมิงโม่ถึงได้วางตะเกียบลงอย่างพึงพอใจเล็กน้อย
ตอนนี้กู้ฮอนและฉิงฮัวก็ทานไปพอประมาณแล้ว เพียงแต่ในใจของพวกเขายังคงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ดังนั้นจึงทานได้ไม่เยอะเท่าไร ถือได้ว่าทานไม่อิ่มอยู่บ้าง
เป่หมิงโม่ยกมือเรียกเจ้าของร้าน
“เถ้าแก่ คุณยังต้องการสั่งอะไรอีกครับ” เขามองเป่หมิงโม่ยิ้มๆพลางเอ่ยถาม