ตอนที่ 742
ตอนที่ 742 เรื่องในใจจะปิดไปได้นานเท่าไรกัน
October 28, 2026
ตอนที่ 742 เรื่องในใจจะปิดไปได้นานเท่าไรกัน
แบบนี้จะได้ไม่ต้องกล้ามเนื้อขาลีบเพราะว่านอนอยู่บนเตียงเป็นระยะเวลานาน
รอจนถึงเวลาที่อาการป่วยดีขึ้น สามารถลงเดินบนพื้นได้ก็จะไม่ต้องฟื้นฟูสมรรถภาพมากนัก
“เมื่อวานหนูมีเรื่องยุ่งๆที่ต้องไปทำนิดหน่อย จึงไม่ได้มาเยี่ยมคุณแม่ คุณแม่คงไม่กล่าวโทษหนูหรอกนะคะ” กู้ฮอนเอ่ยตอบ
ลู่ลู่ยิ้มบางๆ “เด็กโง่ แม่จะถือโทษลูกได้อย่างไรกัน เพียงแค่แม่สามารถพบลูกได้บ่อยๆ ในใจก็สงบนิ่งมากแล้ว”
กู้ฮอนนวดช่วงขาให้กับคุณแม่ต่อไป เธอกำลังคิดว่าจะบอกเรื่องที่คุณป้าหวีหรูเจี๋ยกลับมาให้คุณแม่รู้ดีหรือไม่
“ฮอน ลูกกำลังคิดอะไรหรือ” แม้ว่าลู่ลู่กำลังดูโทรทัศน์อยู่ แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าแรงและความเร็วที่กู้ฮอนนวดขาให้เธอนั้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
บวกกับเห็นสติว่าของเธอในตอนนี้ มีท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่บ้าง
กู้ฮอนได้ยินคำถามของคุณแม่ก็ดึงสติกลับมาทันที เธอตัดสินใจว่ายังจะไม่พูดเรื่องนี้ออกมา
***
กู้ฮอนมองคุณแม่แล้วยิ้มบางๆ ส่ายหน้า พลางเอ่ยว่า “คุณแม่ ไม่มีอะไรค่ะ หนูกำลังคิดเรื่องเกี่ยวกับงานเล็กน้อย”
ลู่ลู่มองลูกสาวของตัวเองอย่างสงสาร “ฮอน ถ้าหากว่างานยุ่ง ไม่ต้องมาเยี่ยมแม่ทุกวันก็ได้ ยังต้องให้งานเป็นอันดับแรกนะ”
“คุณแม่ ไม่เป็นไรค่ะ เวลาแค่นี้หนูสามารถแบ่งออกมาได้” กู้ฮอนเอ่ย มองไปที่นาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว
“คุณแม่ หนูจะไปซื้อข้าวให้คุณแม่นะคะ” กู้ฮอนพูดแล้วก็หยิบกล่องข้าวที่ลู่ลู่ใช้ทานอาหารในเวลาปกติออกมาจากลิ้นชักบริเวณหัวเตียง จากนั้นก็เดินไปทางประตู
รอจนออกประตูห้องพักผู้ป่วย กู้ฮอนถึงได้ถอนหายใจเสียงยาว
ทางด้านคุณแม่นั้นตัวเองสามารถปิดบังได้ แต่ทางฝั่งพ่อบุญธรรมล่ะ ถึงเวลาเขาจะต้องหาเวลานัดตัวเองออกมาพบแน่นอน
อย่างนั้นตัวเองควรจะเผชิญหน้ากับคุณป้าหวีหรูเจี๋ยอย่างไรดี จะเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบพบเจอออกมาอย่างไร จะเล่าเรื่องที่ตัวเองหาคุณแม่เจอให้พวกเขาฟังได้อย่างไร
ถึงเวลานั้น จะเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์อันน่ากระอักกระอ่วนแบบนี้อย่างไรดี…….
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว ศีรษะของเธอก็ปวดหัวเป็นสองเท่าจริงๆ
*
ในเวลาเดียวกันนั้น เป่หมิงโม่ก็ถูกฉิงฮัวขับรถพากลับไปส่งที่บ้าน
นับตั้งแต่เมื่อวานที่ฉิงฮัวกลับมาจากบ้านพัก ความสัมพันธ์ระหว่างเจียงฮุ่ยซินและหยางหยางก็ดูเหมือนว่าจะคลายความตึงเครียดลงมาก
ในเวลานี้ทั้งสองคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องโถงใหญ่
“ผมเอาอาหารกลับมาให้พวกคุณลองชิม” เป่หมิงโม่เอ่ยแล้ววางกล่องอาหารสองกล่องลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เดินไปที่ห้องหนังสือของตัวเองโดยไม่หันกลับมามองอีก
กระทั่งประโยคคำถามที่ถามหยางหยางว่าเขียนการบ้านเสร็จหรือยังก็ไม่ได้ถาม
หยางหยางเห็นอารมณ์ความรู้สึกของคุณพ่อผิดปกติ ตาเห็นเขาไปที่ห้องหนังสือแล้ว ก็โบกมือเรียกฉิงฮัว “คุณลุงหัวฟู”
ฉิงฮัวที่กำลังจะเดินไปยังห้องหนังสือของเป่หมิงโม่ เห็นหยางหยางเรียกเขา
เขาไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็เดินเข้าไปหา “คุณชายน้อยหยางหยาง มีเรื่องอะไรจะกำชับหรือครับ”
หยางหยางกดเสียงลงต่ำ กลัวว่าเป่หมิงโม่จะได้ยิน “คุณลุงหัวฟู คุณพ่อของผมปิดปกตินิดหน่อยนะครับ”
เจียงฮุ่ยซินก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ใช่แล้ว ฉันเห็นว่าตอนที่เขากลับมาวันนี้ อารมณ์ก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร เกิดเรื่องอะไรกับทางบริษัทหรือ”
“นี่......” ฉิงฮัวนั้นยากจะเอ่ยตอบคำถามนี้จริงๆ แม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรตอนที่เป่หมิงโม่อยู่ในห้องประชุมคนเดียว แต่หลังจากที่พวกเขาอยู่ในร้านอาหารเล็กๆร้านนั้น ก็ฟังออกได้ถึงความนัยที่อยู่ในบทสนทนาของเจ้านายและคุณผู้หญิง
ดูเหมือนว่ามารดาผู้ให้กำเนิดเจ้านายจะกลับมาเมือง A แล้ว ยังมีพ่อบุญธรรมโม้จิ่งเฉิงของคุณผู้หญิงด้วย
แต่ว่าเรื่องราวพวกนี้จะพูดกับท่านนายเป่หมิงได้อย่างไรกัน เดิมทางฝั่งเจ้านายก็ยุ่งวุ่นวายมากพอแล้ว
เขาคิดอยู่ชั่วครู่แล้วก็เอ่ยว่า “ที่จริงแล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรครับ วันนี้ประธานเป่หมิงพาคุณชายยี่เฟิงออกไปพบลูกค้าคนหนึ่ง จากนั้นก็ออกแบบสำนักงานธุรกิจให้กับพวกเขา ผมคิดว่าเจ้านายอาจจะรู้สึกสิ้นเปลืองความคิดเพราะการออกแบบนี้ครับ”
เจียงฮุ่ยซินพยักหน้า “นายบอกกับโม่ว่าอย่าใช้ความคิดและแรงกายมากไป เขาพายี่เฟิงไปด้วยไม่ใช่หรือ เรื่องเกี่ยวกับการออกแบบพวกนี้ มากน้อยก็ยกให้กับยี่เฟิงทำเถอะ เป็นผู้จัดการใหญ่ไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองทั้งหมดขนาดนั้น”
“ท่านนายเป่หมิงพูดได้ถูกต้องครับ ผมจะแจ้งให้กับเจ้านายทราบ” ฉิงฮัวรีบรับคำ
เจียงฮุ่ยซินพยักหน้า
ตอนนี้หยางหยางเบนสายตาไปให้ความสนใจกับกล่องอาหารสองกล่องนั้นแล้ว เขามีความรู้สึกร้อนใจอยากจะเปิดออกดู เป็นปอเปี๊ยะกล่องหนึ่งและขนมลากลิ้งกล่องหนึ่ง
จากนั้นก็เงยหน้ามองฉิงฮัว พลางถามว่า “คุณลุงหัวฟู พวกคุณไปพบกับคุณแม่มาหรือครับ”
ฉิงฮัวรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ทำไมพอหยางหยางเห็นของสองอย่างนี้ก็เชื่อว่าพวกเขาไปพบกับคุณผู้หญิงมา
แต่เขาคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบัง จึงพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “วันนี้ตอนบ่ายเจ้านายนัดคุณผู้หญิงออกมาทานอาหารกลางวันครับ”
เจียงฮุ่ยซินที่ได้ยิน ใบหน้าก็มีรอยยิ้มบางๆ “ดูท่าอีกไม่นาน ครอบครัวของเราก็จะมีคนเพิ่มเข้ามาแล้ว ฮ่าๆ”
***
หลังจากกู้ฮอนทานอาหารเป็นเพื่อนคุณแม่แล้วก็พูดคุยเรื่องไร้สาระกับเธออยู่ชั่วครู่
“ฮอน เวลาก็ไม่เช้าแล้ว ลูกกลับไปพักผ่อนเร็วๆหน่อยเถอะ แม่เห็นว่าวันนี้ท่าทางของลูกดูจะไม่มีสติเท่าไร” ลู่ลู่มองลูกสาวอย่างเป็นห่วง
“คุณแม่ หนูไม่เป็นอะไรค่ะ” กู้ฮอนส่ายหน้า พยายามแสร้งทำเป็นไม่มีปัญหา
“ฮอน ลูกเป็นห่วงแม่ ในใจแม่เข้าใจ แต่แม่เห็นว่าสภาพจิตใจของลูกนั้นดีสู้เมื่อก่อนไม่ได้ ฟังแม่นะลูก กลับไปพักผ่อนดีๆ วันอื่นค่อยมาเยี่ยมแม่ก็ได้” ลู่ลู่ตบไหล่เธอเบาๆ
กู้ฮอนเม้มริมฝีปาก มองไปทางคุณแม่แล้วพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ หนูกลับแล้วนะคะ รอจนจัดการเรื่องที่อยู่ในมือเรียบร้อยแล้วจะมาเยี่ยมคุณแม่ค่ะ”
เธอล้างชามและตะเกียบเรียบร้อยแล้วก็เก็บเข้าไปในตู้บริเวณหัวเตียง
“คุณแม่ หนูไปแล้วนะคะ คืนนี้คุณแม่ก็อย่าพักผ่อนดึกมาก” กู้ฮอนกำชับคุณแม่ครั้งแล้วครั้งเล่า