ตอนที่ 814
ตอนที่ 814 ระบายความในใจ
October 28, 2026
ตอนที่ 814 ระบายความในใจ
เขาได้ยินคำพูดของถางเทียนจื๋อแล้วก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที “คุณอาบิวตี้ คุณจะพาผมไปที่ไหนหรือครับ”
ถางเทียนจื๋อยิ้มบางๆ “เธอจะรู้เองเมื่อถึงที่นั่น”
ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน รถเก๋งสีขาวคันหนึ่งเคลื่อนตัวผ่านรถราและฝูงชนไปอย่างคล่องตัว หลังจากอ้อมผ่านหัวมุมถนนไปหลายมุมแล้ว รถยนต์ก็จอดอยู่ในลานจอดรถด้านข้างถนนสตรีทพาร์ค
“เอาล่ะ หยางหยางลงจากรถกันเถอะ พวกเราถึงที่นี่แล้ว” ถางเทียนจื๋อเอ่ยพูดพลางช่วยเขาถอดเข็มขัดนิรภัยออก จากนั้นตัวเองก็ลงจากรถ
หยางหยางที่ลงมาจากรถแล้วก็มองไปรอบด้าน นอกจากแสงไฟนีออนที่ทำให้เขาตาพร่าก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรพิเศษ
“คุณอาบิวตี้ ผมยังนึกว่าคุณจะพาผมไปที่สนุกๆอะไรพวกนี้เสียอีก ที่แท้ก็เป็นที่นี่นี่เอง รอบๆที่นี่นอกจากตึกสูงใหญ่แล้วก็มีแค่เหล่าคุณป้าผู้ชราที่มาเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะกลุ่มหนึ่ง” หยางหยางมองสภาพรอบด้านอย่างรู้สึกผิดหวัง
ถางเทียนจื๋อยิ้มน้อยๆ มองไปที่หยางหยางแล้วส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยว่า “มองสิ่งต่างๆอย่ามองแต่เพียงภายนอก ต้องเชี่ยวชาญในด้านการขุดค้นเบื้องหลังของสิ่งนั้นๆด้วย บางทีเธออาจจะค้นพบสิ่งใหม่ได้”
หยางหยางหันหน้ากลับไปมองถางเทียนจื๋อ เขาเกาศีรษะ “คุณอาบิวตี้ ดูเหมือนว่าคำพูดที่คุณพูดนั้นลึกซึ้งมากจริงๆ”
“มา ตามฉันไปดูด้านใน” ถางเทียนจื๋อเอ่ย ชี้นิ้วไปที่สตรีทพาร์ค
สถานที่แห่งนี้ในยามราตรีนั้นไม่เหมือนกับเวลากลางวันที่มองแค่ครั้งเดียวก็เห็นทุกอย่างหมดแบบนั้น มีเพียงแค่แสงไฟถนนสลัวๆสองข้างทางเป็นตัวที่ส่องให้เห็นถนนเส้นเล็กๆเส้นหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะ
พวกเขาเดินไปตามทางก็สามารถมองเห็นคนสองสามคนกำลังเดินเล่นอยู่ที่นี่
ค่อยๆเดินจากเส้นถนนที่เหล่าคุณป้าผู้ชราที่มาเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะไป เสียงเอะอะวุ่นวายของเมืองนั้นค่อยๆเงียบลงไป รอบด้านเริ่มเต็มไปด้วยความเงียบสงบ
“หยางหยาง พบการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม” ถางเทียนจื๋อเอ่ยถามต่อ
ตอนนี้เองที่หยางหยางพยักหน้า “ผมรู้สึกว่าตอนนี้ที่นี่เงียบมาก ดูเหมือนว่าใจจะไม่สับสนวุ่นวายแล้วด้วย คุณอาบิวตี้ ที่นี่คือที่ไหนกันแน่ครับ ทำไมแต่ก่อนผมถึงไม่เคยมาที่นี่”
ถางเทียนจื๋อยื่นมือออกมาลูบผมของหยางหยางเบาๆ “ที่นี่ก็คือสตรีทพาร์ค แต่จากความเห็นของฉัน ที่นี่เป็นสถานที่พักฟื้นจิตใจแห่งหนึ่งจริงๆ”
***
“สถานพักฟื้นหรือ ผมรู้แล้ว ผมเคยเห็นในโทรทัศน์ คุณปู่กับคุณย่าจะพักผ่อนอยู่ข้างใน สถานที่เลี้ยงดูผู้สูงอายุ แต่ผมเห็นว่าที่นี่นอกจากเดินผ่านคุณป้าผู้ชราที่มาเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะกันเมื่อครู่นี้แล้วก็ไม่เห็นมีคนอื่นๆเลยนะครับ อีกทั้งกระทั่งบ้านหลังหนึ่งก็ไม่เห็นเลยด้วย มีแต่ป่าสีดำมืดสนิทแถบหนึ่ง” หยางหยางมองไปทางถางเทียนจื๋ออย่างสงสัย เขายากที่จะเข้าใจการเปรียบเทียบแบบนี้
“หยางหยาง พวกเราไปนั่งตรงนั้นสักพักหนึ่ง” ถางเทียนจื๋อชี้ไปยังม้านั่งตัวยาวที่อยู่ใต้ดวงไฟถนนด้านหน้า
หยางหยางพยักหน้า เดินตามเขาไป
หลังจากที่ทั้งสองคนนั่งลงแล้ว ถางเทียนจื๋อก็มองไปที่หยางหยาง “หยางหยาง ตอนนี้เธอสามารถบอกฉันว่าทำไมเธอถึงได้วิ่งออกจากบ้านมาได้แล้วสินะ”
เมื่อหยางหยางถูกถามถึงเรื่องนี้ เขาก็ก้มหน้าลง ใบหน้าปรากฏความรู้สึกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณอาบิวตี้ ถ้าหากว่าผมพูดกับคุณแล้ว คุณคงจะไม่ตำหนิผมเหมือนกับคุณพ่อและคุณแม่แบบนั้นหรอกนะครับ”
ถางเทียนจื๋อยิ้มบางๆ “เธอยังไม่พูดกับฉันเลยว่าเรื่องอะไร ฉันจะตัดสินใจได้อย่างไรกัน เธอก็เป็นลูกผู้ชายแล้วนะ ตอนแรกได้ยินเธอพูดว่าเธอกับคุณแม่เผชิญหน้ากับคนชั่วร้ายสองคน เธอก็ไม่กลัว ทำไมตอนนี้ความกล้าถึงได้หดลงเสียล่ะ”
หยางหยางเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็เอ่ยว่า “วันนี้โรงเรียนของพวกเราสอบปลายภาค ผมสอบได้ 295 คะแนน ลำดับที่สามของทั้งชั้นปี”
“อ่อ นี่เป็นเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่งนะ ทำไมถึงได้ทำให้พวกเขาโกรธได้กันล่ะ” ถางเทียนจื๋อเลิกคิ้ว นี่ทำให้เขาไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อย
หยางหยางยื่นมือออกไปอยู่ด้านหน้าให้ถางเทียนจื๋อดู “นั่นก็เป็นเพราะว่าสิ่งนี้”
ถางเทียนจื๋อยื่นมือออกไปจับมือเล็กของหยางหยางเบาๆ อาศัยแสงสลัวในการมอง มือของเขานั้นมีตัวอักษรและสูตรเขียนเบียดเสียดกันเต็มไปหมด
เขาดูเหมือนว่าจะเข้าใจอะไรขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังอยากฟังหยางหยางอธิบายเรื่องนี้ “ฉันเห็นแล้ว น่าจะเป็นเพราะพวกมันที่สร้างเรื่องวุ่นวายให้กับเธอสินะ”
หยางหยางพยักหน้า เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อคุณอาบิวตี้เห็นตัวอักษรพวกนี้แล้วจะไม่มีท่าทีแบบนั้นเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่
หัวใจที่ตึงเครียดของเขาดวงนั้นก็ค่อยๆผ่อนคลายลง “คุณพ่อและคุณแม่ กระทั่งเฉิงเฉิง ล้วนคิดว่าผมโกงข้อสอบในครั้งนี้ แต่ว่าที่จริงแล้วผมเปล่า”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงได้เขียนสิ่งเหล่านี้ไว้บนมือกันล่ะ”
“ที่จริงแล้ว......ที่จริงแล้วผมก็เคยคิดว่าจะโกง นั่นก็เป็นเพราะผมกังวลว่าคะแนนของตัวเองจะไม่ดีพอ ผมกับคุณพ่อ ยังมีจ้าวจิ้งอี๋พนันกันเอาไว้ว่า การสอบปลายภาคครั้งนี้ ผมจะต้องอยู่ในสามลำดับแรกของทั้งชั้นปีได้อย่างแน่นอน เขียนสิ่งเหล่านี้ไว้บนมือก็เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจว่าจะไม่มีวันพลาด” หยางหยางเล่าความคิดที่แท้จริงทั้งหมดของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบให้กับถางเทียนจื๋อฟัง
ตอนนี้ เขารู้สึกว่าบนโลกใบนี้มีเพียงแค่คุณอาบิวตี้และโล่ฮานสองคนนี้ที่สามารถเข้าใจตัวเองได้
เพียงแต่ว่าตอนนี้มีเพียงแค่คุณอาบิวตี้ที่อยู่ที่นี่
ใบหน้าของถางเทียนจื๋อนั้นแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าตั้งใจฟัง ทั้งยังพยักหน้าอยู่บ่อยๆ “หยางหยาง พูดต่อไปสิ”
“หลังจากที่ผมลอกคำถามพวกนี้ลงบนมือแล้ว ในใจก็มีความมั่นใจอยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาสอบ ผมก็ยังคิดว่าตัวเองรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง เพียงแต่ผมก็นึกถึงคำพูดที่คุณพ่อพูดให้ฟังตอนส่งผมมาสอบได้ประโยคหนึ่ง นั่นก็คืออาศัยความสามารถของผมในตอนนี้ เผชิญหน้ากับการสอบแบบนี้น่าจะไม่ยากอะไร คำตอบของคำถามก็เหมือนกับวางไว้อยู่เบื้องหน้าอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งสอบเสร็จ ผมสาบานเลยว่าไม่ได้แอบมองสิ่งที่เขียนอยู่บนมือเลย คุณอาบิวตี้ คุณจะเชื่อว่าผมไม่ได้โกงไหมครับ”
***
หยางหยางพูดจบแล้วก็มองถางเทียนจื๋อ แววตานั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้รับการยอมรับ
ถางเทียนจื๋อมองไปที่หยางหยาง ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพียงแต่สำหรับหยางหยางที่ยังเด็กขนาดนี้นั้นยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างเห็นได้ชัด
เขาพยักหน้าให้กับหยางหยางอย่างจริงจัง “หยางหยาง ฉันเชื่อว่าตอนที่เธอสอบนั้นไม่ได้โกง”