ตอนที่ 847
ตอนที่ 847 ข่าวที่คาดไม่ถึง
October 28, 2026
ตอนที่ 847 ข่าวที่คาดไม่ถึง
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะต้องพิจารณากันใหม่แล้วว่าควรจะทำอย่างไร
“เป็นอย่างไร เรื่องนี้ยากสำหรับคุณหรือไม่” เป่หมิงยี่เฟิงที่ยังคงเต็มไปด้วยภาพที่วาดฝันเอาไว้เอ่ยถามหนึ่งประโยค
ถังเทียนจื๋อขมวดคิ้ว “คุณอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ รอข่าวจากผมก่อนก็พอ” ถังเทียนจื๋อเอ่ยจบก็ตัดสายโทรศัพท์ไป
เป่หมิงยี่เฟิงได้ยินเสียงสายไม่ว่างจากฝ่ายตรงข้ามแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าหลังจากที่ตัวเองพูดชื่อของกู้ฮอนออกไปแล้ว ถังเทียนจื๋อก็รีบวางสายโทรศัพท์ในทันที
หรือว่ากู้ฮอนจะมีอะไรปิดบังเอาไว้กัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เป่หมิงยี่เฟิงก็รู้สึกได้ว่าเป็นไปไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนกับกู้ฮอนมาตั้งหลายปี เธอเป็นอย่างไร ตัวเองยังไม่ชัดเจนอีกหรือไงกัน
บางทีคนคนนั้นอาจจะมีเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำพอดีก็ได้
*
ถังเทียนจื๋อวางสายโทรศัพท์แล้ว เขารู้สึกว่าโทรศัพท์สายนี้สำคัญสำหรับเขาและอาจารย์ของเขาเป็นอย่างมากจริงๆ
เพียงแต่ก่อนที่จะบอกเรื่องนี้กับอาจารย์ เขายังต้องทำอะไรบางอย่างก่อน
เป่หมิงโม่ถูกกักขังเอาไว้เพราะฆ่าคนโดยเจตนา แบบนี้สำหรับถังเทียนจื๋อแล้วไม่ถือว่าเป็นการทำให้ความเกลียดจางหายไป
เพราะเขาไม่ได้ล้มลงด้วยมือของตัวเอง เขาจำเป็นต้องราดน้ำมันบนกองไฟให้กับเป่หมิงโม่ในเวลานี้สักหน่อย
สำหรับเรื่องคดีฆ่าคนโดยเจตนาที่เป่หมิงโม่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เขาจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
***
ถังเทียนจื๋อบอกข่าวเรื่องที่เป่หมิงโม่ถูกตำรวจกักตัวเอาไว้ให้กับหลี่เชินอย่างรวดเร็ว
หลี่เชินฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ เขาถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “คนอย่างเป่หมิงโม่คนนี้ คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ด้วย ดูเบาเขาไปแล้วจริงๆ ฉันไม่ชอบเลยที่คนที่ฉันต้องต่อสู้ด้วย เกิดเรื่องก่อนที่ฉันจะลงมือกับเขา ถึงเวลานั้นเธอก็ไปสืบข่าวสักหน่อยว่าเป็นเพราะเรื่องอะไรกันแน่”
เมื่อเอ่ยถึงกู้ฮอน ถังเทียนจื๋อก็นึกถึงเรื่องที่เป่หมิงยี่เฟิงบอกกับเขาขึ้นมาได้ในทันที
“อาจารย์ ผมยังมีอีกข่าวหนึ่งที่ต้องบอกกับคุณ นั่นก็คือก่อนที่เป่หมิงโม่จะถูกตำรวจพาตัวไป เขาได้เปิดประชุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป่หมิง ภายในการประชุมเขาได้กำหนดบุคคลที่จะมาเป็นประธานบริษัทคนต่อไปของบริษัทเป่หมิงเอาไว้ด้วย”
หลี่เชินเคาะบ้องสูบยาที่ทำจากปะการังสีดำกับถาดเขี่ยก้นบุหรี่เบาๆ “เป่หมิงโม่เข้าคุกไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่พวกเราที่ทำ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องเช่นกัน สำหรับทางฝั่งบริษัทเป่หมิงนั้น ก็ให้เจ้าเด็กเป่หมิงยี่เฟิงนั่นดูแลและจัดการไปตามสมควรเถอะ ปัญหาเรื่องบุคคลผู้ถูกเลือกมาเป็นประธานบริษัทของพวกเรานั้น ฉันไม่มีความสนใจเท่าไร”
สำหรับหลี่เชินนั้น เมื่อเป่หมิงเจิ้งเทียนตายไป เป่หมิงโม่เข้าคุกแล้ว ทั้งสองคนนี้มีจุดจบแบบนี้ก็ถือว่าความแค้นระหว่างตัวเองและพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็สามารถระบายความแค้นที่เกิดขึ้นเพราะหวีหรูเจี๋ยทำลูกเขาหายไปได้ไม่มากก็น้อย
ตอนนี้กู้ฮอนก็หาพบและได้อยู่ร่วมกันกับลู่ลู่แล้ว แม้ว่าเธอจะไม่นับถือว่าตัวเองเป็นพ่อคนหนึ่ง แต่ตอนที่ไปเยี่ยมเยียนลู่ลู่ คนในครอบครัวก็สามารถอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สำหรับหลี่เชินนั้นถือว่าเป็นความสุขที่หาได้ยากอย่างหนึ่ง
แต่ว่า.....ความสุขนี้สั้นเกินไปจริงๆ สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันจางหายไปชั่วชีวิต
ถ้าหากไม่ใช่เพราะหวีหรูเจี๋ยในปีนั้น บางทีพวกเขาอาจจะใช้ชีวิตที่มีความสุขและงดงามตั้งแต่ต้นจนจบเช่นนี้ อีกทั้งพวกเธอแม่ลูกก็ไม่ต้องประสบพบเจอกับอุปสรรคมากมายตลอดระยะเวลา 20 ปีนี้ด้วย
เดิมก่อนที่เป่หมิงโม่จะเกิดเรื่อง หลี่เชินก็มีโอกาสมากมายที่จะจัดการกับเขาให้จบสิ้น
จำได้ว่าระหว่างที่พูดคุยกับลู่ลู่ครั้งหนึ่งก็ได้รับรู้อย่างคาดไม่ถึงว่าลูกสาวมีลูกชายฝาแฝดกับเป่หมิงโม่คู่หนึ่ง ทั้งยังมีลูกสาวคนเล็กอีกคนด้วย
นี่ทำให้เขาเริ่มที่จะลังเล
บุญคุณความแค้นและโชคชะตาบนโลกมนุษย์ก็ถูกร้อยเข้าด้วยกันเช่นนี้
บุญคุณความแค้นของผู้อาวุโสที่ลากมาจนถึงรุ่นลูกกลับต้องใช้วิธีการแบบนี้มาอธิบายให้เข้าใจ
ความคิดเดิมที่เคยคิดเอาไว้นั้นไม่สามารถใช้ได้แล้ว เพราะในฐานะผู้ใหญ่ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารุ่นหลานจะมีชีวิตที่มีความสุข
เขาไม่อยากให้เด็กๆทั้งสามคนมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ แม้ว่าตอนนี้กู้ฮอนกับเป่หมิงโม่จะไม่ได้เดินเข้าโบสถ์แต่งงานกันก็ตาม
อย่างน้อยตอนที่ฝ่ายสาวและฝ่ายชายล้วนยังไม่ได้แต่งงานก็ยังถือว่ามีโอกาสอยู่บ้าง
การตายของเป่หมิงเจิ้งเทียน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเดิมงานแต่งงานที่เป่หมิงโม่ต้องการจัดนั้นถูกล้มเลิกไปแล้วจริงๆ
ถังเทียนจื๋อก็เข้าใจว่าตอนนี้อาจารย์ของตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าหากอาจารย์ไม่รู้เรื่องนี้แล้วให้เป่หมิงยี่เฟิงกระทำความผิดอย่างกำเริบเสิบสานในบริษัทเป่หมิงล่ะก็ บางทีอาจจะโยงไปสู่คนคนหนึ่ง นั่นก็คือกู้ฮอนได้
“อาจารย์ครับ สำหรับบุคคลที่ถูกเลือกมาเป็นประธานบริษัทเป่หมิงนั้น ผมคิดว่าคุณควรจะรู้ดีกว่า”
“หืม เธอคิดว่านี่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้อย่างนั้นหรือ” หลี่เชินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าทำไมถังเทียนจื๋อถึงได้ให้ความสนใจกับบริษัทเป่หมิงมากนัก
ถังเทียนจื๋อพยักหน้า “ผมคิดว่าจำเป็นมากครับ เพราะว่าก่อนที่เป่หมิงโม่จะถูกนำตัวไปนั้นได้กำหนดให้กู้ฮอนเป็นประธานบริษัท”
***
หลี่เชินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเดาความคิดของเป่หมิงโม่ได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก
ตำแหน่งประธานบริษัทสามารถหาใครมาแทนก็ได้อย่างนั้นหรือ นี่จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ถึงจะสามารถรับตำแหน่งได้
หรือว่าเป่หมิงโม่คิดว่าเมื่อตัวเองเข้าไปแล้วจะออกมาได้ยากกัน
ได้ยินถังเทียนจื๋อพูดว่า ก่อนหน้านี้เป่หมิงโม่ก็ไม่ถูกกับตระกูลเป่หมิงนานแล้ว บีบบังคับให้เป่หมิงเฟยหย่วน พี่ชายคนโตต้องจากไป ทั้งยังใช้อุบายในการนำสิทธิ์ในหุ้นของเขาทั้งหมดมาครอบครองเอาไว้เอง จนได้กลายเป็นประธานบริษัทเป่หมิง