ตอนที่ 850
ตอนที่ 850 ตกอยู่ในสภาพวิกฤต
October 28, 2026
ตอนที่ 850 ตกอยู่ในสภาพวิกฤต
เป่หมิงเฟยหย่วนเห็นว่าลูกชายไม่เป็นอะไรแล้วก็โล่งใจเช่นกัน ดูท่าว่าเขาก็แค่มีโทสะแบบเด็กๆเท่านั้นเอง
***
ระหว่างทางจากโรงพยาบาลไปยังบริษัทเป่หมิงนั้น ฉิงฮัวขับรถด้วยสีหน้าที่ไม่น่าดูนัก
“วันนี้คุณชายยี่เฟิงกระทำเกินไปแล้วจริงๆ เดิมหน้าที่ในการจัดการเรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ที่เขาพึงกระทำอยู่แล้ว ตอนนี้ทำเหมือนกับว่ากลายเป็นเรื่องของพวกเราเสียอย่างนั้น”
“คุณก็อย่าบ่นจู้จี้อีกเลย คำพูดของยี่เฟิงนั้นเกินไปอยู่บ้าง เพียงแต่เห็นแก่อาการป่วยทางจิตใจของเขาแล้วก็ให้อภัยเขาสักหน่อยเถอะ คุณไม่ได้ยินที่คุณเป่หมิงพูดหรือว่า เขาจะไม่เฝ้ามองเรื่องนี้อย่างนิ่งดูดาย”
แม้ว่าตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาล กู้ฮอนจะรู้สึกโมโหอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาบ่น ต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมก่อน
*
ภายในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล
เป่หมิงยี่เฟิงเลิกผ้าห่มออกแล้วลงจากเตียง
“ยี่เฟิง ลูกจะทำอะไร” หลันเนี่ยนมองเป่หมิงยี่เฟิงอย่างเคร่งเครียด
เธอเข้าใจนิสัยของลูกขาย เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยที่ยอมรับความลำบากโดยไม่ขัดขืนประเภทนั้น จึงกลัวเป็นอย่างมากว่าเขาจะทำอะไรที่เกิดความคาดหมายออกมา
“วางใจเถอะครับคุณแม่ ในใจผมรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ในเมื่อคุณพ่อไม่ใจร้ายมากพอที่จะให้บริษัทเป่หมิงถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย อย่างนั้นผมก็จะออกหน้าไปจัดการแก้ไขสักหน่อย” เขาพูดพลางสวมเสื้อโค้ทแล้วเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วย
*
ฉิงฮัวขับรถมาจอดบริเวณหน้าประตูบริษัทเป่หมิง
เมื่อกู้ฮอนลงจากรถแล้วเพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ก็ถูกกลุ่มนักข่าวขวางเอาไว้ที่หน้าประตู
เกือบจะเสี้ยววินาทีที่แสงแฟลชจากอุปกรณ์คู่กายของเหล่านักข่าวก็สาดเข้าสู่นัยน์ตาของกู้ฮอน ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาบังเบื้องหน้าดวงตา
“คุณกู้ ในฐานะที่คุณเป็นประธานบริษัทคนใหม่ของบริษัทเป่หมิง สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในโครงการของบริษัทเจียเม้านั้นมีมาตรการขั้นต่อไปหรือไม่คะ”
การถูกนักข่าวรุมล้อมสำหรับกู้ฮอนนั้นไม่ใช่การเผชิญหน้าเป็นครั้งแรกแล้ว มากน้อยอย่างไรก็ถือว่ามีประสบการณ์อยู่บ้าง
แต่ก่อนหน้านี้ตัวเองมีบทบาทเป็นแค่ทนายความคนหนึ่ง มาตอนนี้กลับกลายเป็นผู้รับผิดชอบของบริษัทแห่งหนึ่ง
หลังจากเปลี่ยนบทบาทก็จะมีความกดดันที่ไร้รูปร่างปกคลุมอยู่บนศีรษะ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เผชิญหน้ากับสื่อมวลชน เธอกลับไม่มีคำพูดที่จะนำมาตอบโต้ไปชั่วขณะ
ยังดีที่ฉิงฮัวแหวกกลุ่มคนเข้ามาถึงข้างกายกู้ฮอน
“นักข่าวทุกท่าน สำหรับเรื่องนี้ พวกเราได้เริ่มลงมือแก้ไขแล้ว ขอให้ทุกท่านโปรดวางใจ พวกเราจะหาโอกาสที่เหมาะสมมาประกาศรูปแบบวิธีการในการแก้ไขเรื่องนี้อย่างแน่นอน”
ฉิงฮัวเอ่ยจบก็ยื่นมือออกมาปกป้องกู้ฮอน
“ขอให้ทุกคนเปิดทางด้วยครับ พวกเรายังมีงานอีกมากมายที่จำเป็นต้องไปสะสาง” แม้ฉิงฮัวจะพูดจาสุภาพ แต่มืออีกข้างหนึ่งกลับออกแรงเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้กับพวกเขา
*
หลังจากนั้นวันหนึ่ง กู้ฮอนก็เดินขมวดคิ้วแน่นเป็นปมเดินเข้ามาในห้องทำงาน
“คุณผู้หญิงครับ เมื่อสักครู่ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งมาว่า เรื่องของบริษัทเจียเม้านั้นได้รับการจัดการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว คุณสบายใจได้แล้วครับ” ฉิงฮัวเอ่ย
“อะไรนะ แก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือ” หลังจากที่กู้ฮอนได้ยินข่าวนี้แล้วคิ้วที่ขมวดกันเป็นปมก็คลายออกในทันที “ดูท่าว่าคุณเป่หมิงจะไม่ได้ไม่รักษาสัจจะ”
ฉิงฮัวพยักหน้า “จริงครับ เพียงแต่ว่าคุณชายยี่เฟิงเป็นคนออกหน้าจัดการเรื่องนี้ ดูท่าว่า เมื่อวานผมจะปฏิบัติต่อเขาแย่เกินไปอยู่บ้าง”
“ฉิงฮัว คุณไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองในเรื่องนี้ ตอนนั้นอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น อารมณ์ของทุกคนล้วนไม่ดีเป็นอย่างมาก มีความขัดแย้งกันบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญก็คือสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็พอแล้ว”
กู้ฮอนถอนหายใจเสียงยาว ด่านนี้แม้จะดูเหมือนร้ายแรงแต่ก็ผ่านไปได้อย่างไม่เป็นอันตรายใดๆ
*
บนห้องใต้หลังคาในบ้านของลั่วเฉียว เฉิงเฉิงและหยางหยางยังคงไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาเช่นเคย
สองพี่น้องนั้นอยู่ในบรรยากาศตึงเครียดติดต่อกันมาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว
***
จิ่วจิ่วกำลังเล่นอยู่กับเบลล่าอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องใต้หลังคา
เพียงแต่ว่าเธอมักจะหันกลับมามองทางพี่ชายทั้งสองบ่อยๆ
จากนั้นก็กระซิบเสียงเบากับเบลล่าอย่างจริงจังว่า “พี่เฉิงเฉิงกับพี่หยางหยาง พวกเขาสองคนไม่พูดไม่จามาหลายวันแล้ว พวกเขาไม่ได้เล่นกับหนูมานานแล้วด้วย พวกเราคิดหาหนทางกันสักหน่อยดีไหมคะ”
เบลล่ามองจิ่วจิ่วตาปริบๆ มันจะไม่อยากให้เจ้านายทั้งสองคนดีกันได้อย่างไร เพียงแต่ว่าคำพูดของมันนั้น ‘ไม่สำคัญและไร้น้ำหนัก’ นินา
“อิ๋ง.......” ดูเหมือนว่าสิ่งที่มันสามารถทำได้จะมีเพียงแค่สะบัดหางไปมา
จิ่วจิ่วมองท่าทางของเบลล่าแล้วสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา “พวกเขานั้นทำให้พวกเราลำบากใจมากจริงๆ”
ในตอนนี้เองที่เสียงโทรศัพท์ของหยางหยางดังขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบบนห้องใต้หลังคาลงด้วย
หยางหยางรีบหยิบโทรศัพท์มือขึ้นมา บางทีอาจจะเป็นเพราะเบื่อหน่ายมากเกินไป เขาจึงแสร้งพูดสำเนียงเหมือนเสียงบันทึกการโทรว่า “นี่คือโทรศัพท์ของหยางหยางผู้มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล กรุณาทิ้งข้อความหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณ ‘ติ๊ด’........ ‘ติ๊ด’”
“......ฮัลโหล สวัสดีครับ ผมคือผู้กำกับรายการวาสนารักจากสถานีโทรทัศน์ XX ไม่ทราบว่าคุณกู้ฮอนอยู่ไหมครับ” เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นรู้สึกจนปัญญากับวิธีการรับโทรศัพท์แบบนี้ของหยางหยางเล็กน้อย
เมื่อหยางหยางได้ยินว่าสถานีโทรทัศน์โทรศัพท์มา ท่าทางเบื่อหน่ายก็มลายหายไปในทันที จนดูเหมือนว่าจะตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย “อ่อๆ ผมรู้จักรายการวาสนารักของพวกคุณ อีกอย่างพวกเราล้วนชื่นชอบที่จะดูด้วย ผมจำแขกรับเชิญผู้หญิงได้มากมาย ผมเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณกู้ฮอน ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่าครับ”
เฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วที่ได้ยินคำพูดของหยางหยางก็มองไปทางเขาเป็นสายตาเดียว
จิ่วจิ่วพาเบลล่าวิ่งมาถึงข้างกายหยางหยาง พลางเอ่ยถามเสียงเบาว่า “พี่หยางหยาง พวกเขาโทรหาหม่ามี๊มีธุระอะไรหรือคะ”