ตอนที่ 726
ตอนที่726 เรื่องของผู้ใหญ่นั้นซับซ้อนมาก
October 28, 2026
ตอนที่726 เรื่องของผู้ใหญ่นั้นซับซ้อนมาก
เป่หมิงโม่เหมือนถูกตบหน้าไป เนื้อบนใบหน้ากระตุกขึ้นมาสองครั้ง แล้วสายตาที่เย็นชามองไปทางกู้ฮอน และพูดแบบข่มขู่ว่า : “ผมยังมีที่คล่องแคล่วว่องไวกว่านี้อีกคุณอยากลองไหม!”
กู้ฮอนตกใจจนรีบปิดปากทันที แล้วสายตาของเธอก็เบนออกจากสายตาที่เย็นชาและมีความเร่าร้อนขึ้นมานิดหนึ่งของเป่หมิงโม่
เธอไม่อยากจะลอง‘ความคล่องแคล่วว่องไว’อะไรของเป่หมิงโม่ทั้งนั้น ไม่กี่ปีมานี้ เธอเสียเปรียบเป่หมิงโม่ยังไม่มากพออีกเหรอ
เป่หมิงโม่เห็นกู้ฮอนไม่กล้าพูดต่อ ก็ฉีกยิ้มมุมปากขึ้นมา แล้วเลื่อนสายตาไปมองหยางหยางอีกครั้งและเล่าเรื่อง‘วีรบุรุษคุณงามความดี’ของเขาต่อ : “คุณรู้ว่าพ่อแก้ไขยังไงไหม? ”
หยางหยางส่ายหัวทื่อๆ เขาเคยได้ยินมาว่าถ้ากระดูกของคนหักจะเชื่อมกระดูกต้องใส่แผ่นเหล็กกล้า
จากนั้นเขายื่นมือเล็กๆออกมาอย่างกล้าหาญบีบไปที่รอยแผลเป็นของเขา แล้วก็บีบแขนของตัวเอง นอกจากความหนาบางของแขนแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลย
“พ่อ พ่อทำได้ยังไง? ทำไมผมไม่เห็นแผ่นเหล็กกล้าเลยสักนิดล่ะ ”
เป่หมิงโม่เห็นท่าทางที่อยากรู้อยากเห็นของลูกชายอย่างนั้น แล้วก็พูดออกมาว่า : “ที่จริงมันง่ายมาก ทำให้หักกระดูกแล้วเชื่อมใหม่อีกครั้ง ”
คำพูดนี้ออกมาจากปาก ร่างกายของหยางหยางและกู้ฮอนก็อดไม่ได้ที่จะสั่นขึ้นมานิดหนึ่ง
หยางหยางรู้สึกว่ากระดูกเขาแตกแบบนี้ก็เจ็บมากพอแล้ว ถ้าทำให้กระดูกหักละก็……
แม้แต่คิดก็ไม่กล้าคิดเลยจริงๆ
กู้ฮอนแอบคิดเงียบๆ ดูเป่หมิงโม่ไม่ออกจริงๆ ปกติเขาโหดร้ายกับคนอื่นก็พอแล้ว ยังจะมาโหดร้ายกับตัวเองอีก
ในตอนนั้นเองเจียงฮุ่ยซินก็พูดต่อ : “ตอนนั้นฉันกับพ่อของเขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะทำแบบนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำก็ได้ และอีกอย่างยังต้องเสี่ยงกับความอันตรายอีก การรักษาในตอนนั้นก็ไม่ได้ดีเหมือนกับตอนนี้ ”
พูดถึงตรงนี้เจียงฮุ่ยซินก็หยุดไป มองไปที่เป่หมิงโม่แล้วพูดต่อว่า : “แต่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปสองวัน เขาจับแขนของตัวเองกลับมาจากด้านนอก พวกเราก็ถามเขาว่าเป็นอะไร เขากัดฟันพูดว่าเพื่อที่จะให้แขนของเขากลับคืนสู่สภาพเดิม ก็เลยเอาแท่งเหล็กมาตีให้กระดูกตัวเองหัก ”
เป่หมิงโม่จัดเสื้อผ้าของตัวเองเรียบร้อย แล้วพูดกับหยางหยางว่า : “ถ้าคุณไม่อยากตีกระดูกให้หักแล้วเชื่อมใหม่เหมือนพ่อล่ะก็ ก็ควรที่จะซื่อสัตย์ ไม่ฉะนั้นเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้คุณจะไม่ทำ แต่พ่อก็จะช่วยคุณทำ ”
หยางหยางได้ยินอย่างนั้นแล้วก็สั่นไปทั้งตัว ร่างกายเล็กๆเหงื่อออกเต็มไปหมด
กู้ฮอนเอาหยางหยางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด : “คุณพูดให้มันไม่น่ากลัวไม่ได้หรือไง คุณดูคุณพูดซะเขากลัวหมดแล้วเนี่ย ”
เจียงฮุ่ยซินยื่นมือมาตีเป่หมิงโม่เบาๆ : “โอเคแล้วโอเคแล้ว คุณอย่ามาทำให้เรื่องวุ่นวายเลย ออกไปทำเรื่องของตัวเองไป ”
มองเป่หมิงโม่เดินออกไปจากห้องนอนหยางหยางแล้ว เจียงฮุ่ยซินก็พูดกับหยางหยางว่า : “หลานเป็นเด็กดีไม่ต้องกลัวนะ พ่อคุณเขาล้อคุณเล่นนะ ”
หยางหยางขมวดคิ้วมองไปที่เจียงฮุ่ยซิน พูดในใจว่า : มีการล้อเล่นแบบนี้ด้วยเหรอ?
***
“ป้าซิน ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ฉันอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนหยางหยางก็โอเคแล้ว ”
เจียงฮุ่ยซินได้ยินกู้ฮอนพูดแบบนั้น ก็ทำได้แค่พยักหน้า เธอสั่งให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้องหยางหยางให้เรียบร้อย แล้วก็เอาข้าวชุดใหม่มาเสิร์ฟอีก
มีแม่อยู่ด้วย หยางหยางก็นิ่งเงียบไปไม่น้อย กินข้าวเสร็จ ทุกอย่างเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว
“หยางหยาง ทำไมลูกมองแม่อย่างนี้ล่ะ? ” กู้ฮอนมองหยางหยาง ใบหน้าน้อยของเขาทำท่าทางไม่พอใจ
“แม่ ทำไมแม่ถึงต้องทำดีกับย่าด้วย ปกติเธอกับนางคนไม่สวยคนนั้นชอบพูดใส่ร้ายแม่แบบเสียๆหายๆ ”
ตอนนี้ในห้องนอนเหลือแค่กู้ฮอนสองแม่ลูก ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลคิดมากมายกับหยางหยาง
กู้ฮอนลูบไปที่หัวของหยางหยางเบาๆ : “ที่จริงแม่กับคุณย่ามีเรื่องที่เข้าใจผิดกับเยอะมาก แต่ก่อนเป็นเพราะพวกเราไม่ได้แก้ไขปัญหา ตอนนี้พวกเราพูดเรื่องทั้งหมดออกมาแล้ว การเข้าใจผิดก็แก้ไขหมดแล้ว ”
หยางหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
กู้ฮอนอยู่เป็นเพื่อนหยางหยาง จนเห็นเขานอนหลับไป หลังจากที่เธอห้าวนอนเสร็จ ก็ลุกขึ้นมาเบาๆ แล้วก็เอาผ้าห่มห่มให้หยางหยางอย่างเรียบร้อย
แล้วหลังจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องนอนเขา
หยางหยางนอนหลับแล้ว งั้นคืนนี้ตัวเองควรจะนอนที่ไหนดีล่ะ? ห้องทั้งด้านบนด้านล่างของบ้านตระกูลเป่หมิงยังเปิดไฟอยู่ แต่ว่าก็เปลี่ยนเป็นเงียบสงบขึ้นมาแล้ว
ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ในช่วงเวลานั้นเพื่อที่จะไม่ทำให้หยางหยางตื่น เธอเลยส่งข้อความไปบอกเฉิงเฉิงว่าคืนนี้เธอจะอยู่เป็นเพื่อนหยางหยางจะไม่กลับบ้าน
ในเวลานี้ฝนก็ยังคงตกอยู่ แถมยังดูเหมือนว่ายิ่งตกยิ่งหนักขึ้นอีกด้วย
ดูเหมือนว่าคืนนี้คงต้องนอนบนโซฟาของห้องรับแขกแล้วล่ะ
เธอค่อยๆเดินลงบันไดไปชั้นหนึ่ง ตอนนั้นเธอก็ห้าวนอนอีกครั้ง แล้วหลังจากนั้นก็ตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้า
บนโซฟาในห้องรับแขก เป่หมิงโม่กำลังนั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้น เหมือนกับเป็นหุ้นรูปปั้น
นอกจากเขาแล้วในห้องรับแขกก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว เงียบสงบจนได้ยินเสียงฝนตกที่อยู่ด้านนอก
เจ้าหมอนี่ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่นอนอยากจะทำอะไร? กู้ฮอนคิดถึงตรงนี้ ก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา
ปัญหาเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเรื่องก็ไม่สู้ปัญหาลดลงไปหนึ่งเรื่องไม่ได้ ฉันยั่วยุไม่ได้แล้วยังหลบไม่ได้อีกเหรอ กู้ฮอนคิดถึงตรงนี้ก็ ค่อยค่อยหมุนตัวกลับ อยากจะค่อยๆเดินกลับขึ้นไปด้านบน ยอมนอนที่พื้นในห้องนอนหยางหยางดีกว่าตกอยู่ในน้ำมือของไอ้เจ้าหมอนี้
ตอนที่เธอกำลังเคลื่อนตัวเดินขึ้นบันไดไปนั้น ก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาของรูปปั้นที่ดังมาจากโซฟาบนห้องรับแขกนั้น : “เห็นผมแล้วจำเป็นต้องรีบหนีไปแบบนั้นไหม?”
ขาที่กู้ฮอนยกขึ้นกลับวางลงมาที่เดิมอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วนิดหน่อย ด่าในใจว่า : ความสามารถของเป่หมิงโม่นี้ยิ่งมากขึ้นไปทุกที่แล้วนะ หูดีอย่างกับคนตาบอด
แต่คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ได้ตาบอด แต่การได้ยินกลับดีกว่าคนปกติไม่น้อย