ตอนที่ 1
บทที่ 1
November 4, 2026
เจ้าของร่างสูงใหญ่ยืนทอดสายตามองออกไปยังเนินเขาที่ลาดลงไปยังถนนด้านล่างที่ปกคลุมด้วยหญ้าที่ถูกตัดไว้จนสั้นเตียน ท้องฟ้ามืดครึ้มเพราะเม็ดฝนที่พร่างพรมลงมาเพิ่งซาลง เห็นพุ่มไม้ดอกไม้ประดับเป็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่สองข้างทางที่ลาดปูด้วยหินธรรมชาติ แม้เพิ่งอยู่ในเวลาพลบค่ำ
ดวงตาสีนิลที่มองออกไปคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของเจ้าของไม่ได้
“เธอพร้อมแล้วครับนายหัว” ลูกน้องคู่กายในวัยสี่สิบปีที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการโรงเลื่อยไม้บุรินทรด้วยบอกกับเจ้านายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาห้าปีเสียงเรียบ นายหัวสีหราช บุรินทร นั่นคือนามของบุรุษรูปงามผิวสีแทนที่ยังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงกว้างของบ้านปูนสองชั้น
“อืม เดี๋ยวผมเข้าไป” ใบหน้าและแววตายังคงนิ่งไม่เปลี่ยนก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกระดิกเพื่อเขี่ยเถ้าบุหรี่ทิ้ง แล้วอัดเข้าปอดอีกครั้ง
“ให้ผมรอไหมครับ” นานมากแล้วที่นายของเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คนอย่างสีหราชคิดอยากหลับนอนกับหญิงสาวที่ไม่ใช่คนรัก แถมยังใช้บ้านที่เคยคิดว่าจะเป็นเรือนหออีกต่างหาก ในฐานะลูกน้องอาชว์ก็ได้แค่สงสัยว่าผู้ชายที่หวงเรือนหอมากที่สุดอย่างเขาทำไมกล้าพาผู้หญิงพวกนั้นเข้ามาในบ้านได้ แต่นายจะทำอะไรย่อมเป็นสิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว อาชว์มีหน้าที่แค่รับส่งผู้หญิงของนายที่นรีเตรียมไว้ให้ก็พอ นอกนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เขาจำเป็นจะต้องรู้ ถึงแม้ว่าเขาจะสนิทกับสีหราชมากแค่ไหน แต่เรื่องนี้ก็ไม่สมควรถ้าเขาจะเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง” ตอบกลับเสียงเรียบไม่มีความตื่นเต้นในแววตาแม้แต่เสี้ยวเดียว
“ครับ” สิ้นคำลูกน้องที่ร่างกำยำไม่ต่างจากนายแต่ผิวสีเข้มกว่ามากโค้งคำนับให้เล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังเดินออกไปยังห้องพักของตนที่อยู่บ้านหลังเล็กกว่าข้าง ๆ เรือนหลังใหญ่แห่งนี้
ภายในห้องนอนที่ดูเรียบง่ายและไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก ดูแล้วเขาคงเป็นมหาเศรษฐีที่มีความพอเพียงอยู่ในตัวค่อนข้างมาก หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ค่อยได้มาบ้านหลังนี้บ่อยเท่าไรนัก เพราะในห้องมีเพียงเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ที่เธอนั่งอยู่ และตู้เสื้อผ้าสองหลังขนาดใหญ่เท่านั้น นอกนั้นก็มีโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเพียงของใช้จำเป็นสำหรับผู้ชายไม่กี่ชิ้นวางอยู่ มันทำให้ห้องนอนแห่งนี้ดูกว้างมากขึ้นจนตัวเธอดูเล็กลงไปถนัด ฝั่งซ้ายมือของห้องรู้สึกเหมือนจะมีประตูอีกบาน มันอาจจะเป็นห้องที่เขาเอาไว้เก็บอะไรสักอย่าง
“อย่าใจสั่นสิวะ แกเลือกแล้วนะเว้ย มันคงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกน่า” อชิรญาปลอบใจตัวเองมือเล็กที่เริ่มชื้นเหงื่อบีบกันแน่น ใจยังหวั่น ๆ ว่าเธอตัดสินใจถูกหรือไม่ที่จะทำสิ่งนี้ลงไป
“…”
“เอาวะ แค่คืนเดียวเอง” แค่คืนเดียวกับเงินสองแสนบาทแล้วทุกอย่างก็จะจบ และเธอจะไม่ได้เจอหน้าเขาอีก แต่นึกถึงคำพูดของคนที่เธอยอมถ่อกายเข้าไปขอความช่วยเหลือในเย็นวันนั้นก็อดหวั่นใจไม่ได้จริง ๆ
‘เคยผ่านมือชายมาบ้างแล้วใช่ไหม’