ตอนที่ 298
ตอนที่ 298 (I) เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมาง? เป็นสงครามหรือสันติภาพ?
October 22, 2026
ตอนที่ 297 (II) ร่างศักดิ์ สิทธิ์อีกาทองคํา
Sign in Buddha’s palm 298 (I) เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมาง? เป็นสงครามหรือสันติภาพ? ด้านนอกแหล่งกําเนิดธาตุไฟ ชายชราเฟยยี่กําลังนั่งขัดสมาธิ ทันใดนั้น เฟยย ก็เหมือนจะค้นพบบางสิ่งและเงยหน้าขึ้นไปมองแหล่งกําเนิดธาตุไฟในทันที “นี่คือ?” ใบหน้าของชายชราเฟยยี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในขณะนี้แหล่งกําเนิดธาตุไฟได้ดับลงอย่างสมบูรณ์พลังงานธาตุไฟจํานวนนับไม่ถ้วนหลอมรวมกันอย่างรวดเร็วในที่สุดก็กระจุกตัวกันอยู่ที่ทางเข้า ซึ่งไม่รู้ว่ามีร่างบุคคลผู้หนึ่งมายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อใด “นายท่าน?” ชายชราเฟยยวมองไปที่ร่างสูงเพรียวฉับพลันก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ หน้าทางเข้าแหล่งกําเนิดธาตุไฟมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เปรียบประดุจรูปปั้นหยกยืนอยู่ บุรุษผู้นั้นยืนอยู่เงียบๆ ลึกล้ําราวกับทะเลปราณในส่วนลึกของความว่างเปล่าภายในดวงตาของเขามีดวงอาทิตย์แผดเผาร้อนแรงอยู่ จางๆ ลักษณะโดยภาพรวมของบุรุษผู้นี้เหมือนซูฉินกว่าเก้าส่วนตามความทรงจําของเฟยย แต่มีความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆอยู่บ้างและการเปลี่ยนแปลงเล็กๆนี้เองที่ทําให้ความรู้สึกยามมองเห็นแปรเปลี่ยนราวพลิกหน้ามือเป็นหลังมือประหนึ่งเทพสุริยันผู้ร้อนแรงสมบูรณ์แบบ ดิบเถื่อน “ข้าเอง ซูฉินเหลือบมองเฟยยวพร้อมกับกล่าว เบาๆ แม้ว่าเสียงจะเหมือนเดิมแต่ก็ทุ่มลึกและทรงพลังชายชราเฟียยวเพียงสดับฟังก็ทําให้รู้สึกว่าแก่นแท้แห่งพลังและเลือดเนื้อของเขารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา “เป็นนายท่านจริงๆหรือ?”ชายชราเฟยย ตกตะลึงเขาตั้งสติกลับมาอย่างรวดเร็วระงับแก่นแท้แห่งพลังและเลือดเนื้อภายในกายเกิดคลื่นลมภายในใจในเวลาแค่ปีเดียว ซูฉินปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้งราวกับเกิดใหม่ถูกต้องความคิดเดียวของเฟยยวในตอนนี้คือการผลัดเนื้อหนังเปลี่ยนไขกระดูกหากซูฉินคนก่อนเป็นเหมือนเหวลึกไม่อาจหยั่งถึงฉะนั้นยามนี้ก็เป็นราวกับดวงอาทิตย์ดวงโตบนฟากฟ้าแผดเผาดุเดือด ราวกับมันสามารถเผาโลกได้ทั้งเฟยย คิดไม่ถึงว่าจะมีใครบนโลกสามารถเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้มากเช่นนี้ถ้าไม่ใช่เพราะความคล้ายคลึงกันอย่างมากของซูฉินทั้งก่อนและหลัง เขาอาจจะคิดว่าทั้งคู่เป็นคนละคนกันเลยก็ได้ในความเป็นจริงที่เฟยยี่คิดก็ไม่ผิดซูฉินได้ผลัดเนื้อหนังเปลี่ยนไขกระดูกแล้วจริงๆหลังจากถึงความสําเร็จระดับเล็กในภาพดวงตะวันขนาดมหึมาต้นกําเนิดธาตุไฟก็ได้ไปรับแก้ร่าง ของซูฉินไปอย่างสมบูรณ์แม้ว่าจะยังคงเป็นร่างกายดั้งเดิม แต่ก็มีการจัดระเบียบใหม่ในระดับจุลภาคด้วยต้นกําเนิดธาตุไฟเพื่อให้กลายเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์อีกาทองคํา“ยินดีกับนายท่านด้วยที่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขต เซียนเทพปฐพี” ความคิดของชายชราเฟยยวเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว และรีบคุกเข่าลงด้วยความ ยินดีการเปลี่ยนแปลงของซูฉินนั้นยิ่งใหญ่เกินไปเปลี่ยนตั้งแต่ภายในสู่ภายนอกแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับก็เปลี่ยนผันไม่มีทางอื่นที่จะ เป็นไปได้นอกเสียจากจะก้าวข้ามโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งไว้แล้วกลายเป็นเซียนเทพปฐพีมีเพียงความก้าวหน้าในระดับขอบเขตใหญ่เช่นนี้เท่านั้น จึงจะเปลี่ยนแปลงคนผู้หนึ่งไปได้อย่างสมบูรณ์“เซียนเทพปฐพี่?” ซูฉินครุ่นคิดชั่วครู่มองที่มือของตนเองพร้อมกับส่ายศีรษะ “ตอนนี้ข้ายังไม่ได้เป็นเซียนเทพปฐพี่”“ไม่ได้เป็นเซียนเทพปฐพี?” ชายชราเฟยยกะพริบตาไม่ตอบสนองไปพักใหญ่“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่เซียนเทพปฐพี แต่…” ซูฉันกําหมัดของเขาแน่น แสงประหลาดสว่างวาบผ่านใบหน้าของเขา “แม้แต่เซียนเทพปฐพี่ที่แท้จ ริง ข้าก็ยังสู้กับมันตัวต่อตัวได้”ความสําเร็จระดับเล็กในวิชาภาพดวงตะวันขนาดมหึมานั้นส่งเสริมซูฉินอย่างมากในตอนแรกซูฉันคิดว่าหลังจากสําเร็จภาพดวงตะวันฯ ระดับเล็กจะทําให้เขาเล่นแง่กับเซียนเทพปฐพีได้บ้าง แต่ในขณะนี้เมื่อได้รับร่างศักดิ์สิทธิ์อีกาทองคําควบคู่ไปกับทิพยอํานาจธาตุไฟที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแม้จะต้องเผชิญหน้ากับเซียนเทพปฐพีซูฉินก็มีความมั่นใจว่าจะต่อสู้ได้ซูฉินในร่างศักดิ์สิทธิ์อีกาทองคําทั้งความแข็งแกร่งความเร็วและพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งยังมีปราณเลือดที่ยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทรอันกว้างขวางแม้แต่อาณาเขตขนาดใหญ่ของเซียนเทพปฐพีก็ทําเช่นนี้ไม่ได้เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ของซูฉินแม้ว่าเขาจะมีไฟลับมากมาย ในหมู่พวกนั้นก็มีเคล็ดวิชาที่สามารถใช้พลังเทียบเท่าเซียนเทพปฐพีได้เช่นฝ่ามือยูไล