ตอนที่ 299.1
ตอนที่ 299 (II) เริ่มสงคราม ครั้งใหญ่
October 22, 2026
299 (II) เริ่มสงคราม ครั้งใหญ่
Sign in Buddha’s palm 299 (II) เริ่มสงคราม ครั้งใหญ่ “ในเมื่อสหายเต่ไม่เห็นด้วย ข้าจะขอจากไปก่อน สําหรับการมาเยือนครั้งนี้ ขอขอบคุณสหายเต่ําที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับอย่างดี” ขณะที่เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางพูด ร่างของเขาก็ละลายหายไปกับความมืดอย่างสมบูรณ์ ในการรับรู้ของซูฉิน เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมาง กําลังพุ่งตัวออกไปนอกเมืองฉางอันด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว “เป็นทักษะหลบหนีที่น่าสนใจดีนี่? มันเป็นทักษะหลบหนีที่คล้ายกันกับของวิหารหมื่นพุทธ?” ซูฉินรับรู้อย่างระมัดระวัง ครุ่นคิดในใจเงียบๆ ทักษะท่าเท้าหลบหนีศักดิ์สิทธิ์ของวิหารหมื่นพุทธสืบทอดมาตั้งแต่ยุคเฟื่องฟูกระแสปราณฉีครั้งล่าสุด รากฐานบางอย่างของวิหารหมื่นพุทธก็เป็นทักษะลับที่สร้างขึ้นมาจากทิพยอํานาจในพุทธศาสนา แม้จะอ่อนด้อยกว่าทิพยอํานาจไปมาก แต่ก็เหนือกว่าทักษะหลบหนีทั่วไป อย่างไรก็ตาม วิธีการที่เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางใช้เมื่อครู่ คล้ายคลึงกับท่าเท้าหลบหนีศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง “แต่ว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นผู้คนจากสํานักผู้วิเศษ…” ซูฉินเหม่อมองครุ่นคิด “เมื่อเทียบกับเทพจันทราที่ข้าพบในลัทธิบูชาจันทร์ มันก็ดูคล้ายๆกัน” ความคิดของซูฉินเริ่มผันผวน สิบปีที่ผ่านมา นักบุญจากลัทธิบูชาจันทร์ได้แทรกซึมเข้ามาภายในเมืองฉางอัน ต้องการจะควบคุมตระกูลซูรวมถึงอาณาจักรถัง หลังจากที่ซูฉินรับรู้เรื่องนี้ เขาก็ได้สังหารนัก บุญลัทธิบูชาจันทร์ทันที และในไม่ช้าก็เดินทางไปยังอาณาจักรหนานจ้าวเพียงลําพัง เพื่อทําลายลัทธิบูชาจันทร์ทิ้ง “เป็นไปได้ไหมว่า “เทพจันทรา” นั้นมาจากสํานักผู้วิเศษ?” ใบหน้าของซูฉันยังคงนิ่งเรียบ ไม่ได้คิดเรื่องราวเหล่านี้ต่อไปไม่ว่าเทพจันทราที่ลัทธิบูชาจันทร์คอยกราบ ไหว้บูชาจะมีความเชื่อมโยงกับสํานักผู้วิเศษหรือไม่ มันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของซูฉินอีกต่อไปหากเทพจันทรานั้นเป็นศิษย์ของสํานักผู้วิเศษจริงๆ? สํานักผู้วิเศษกล้าที่จะแก้แค้นซูฉินเพียง เพราะศิษย์ขอบเขตตํานานยุทธหรือไม่?หลังจากที่เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางจากไปอย่างสมบูรณ์ชายชราเฟยย ที่อยู่ด้านข้างในที่สุดก็งัดความกล้าออกมาแล้วกล่าวว่า “นายท่าน เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสํานักผู้วิเศษ ปล่อยเขาไปเช่นนี้จะดีหรือ?”ชายชราเฟียยวมองซูฉินอย่างระมัดระวังแม้ซูฉินจะไม่ได้พูดคุยกับเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางมากนัก แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการตัดสินใจไม่ได้ไปในทางเดียวกัน แทนที่จะปล่อยไป เลือกจัดการเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางให้ฝังร่างอยู่ในเมืองฉางอันไปตลอดไม่ดีกว่าหรือ“ไม่เป็นไร”ซูฉินส่ายศีรษะเล็กน้อยไม่ได้สนใจหากซูฉินยังไม่สําเร็จวิชาภาพดวงตะวันฯ ระดับเล็ก และยังไม่ได้หลอมรวมเข้ากับร่างศักดิ์สิทธิ์อีกาทองคํา เพื่อลดแรงกดดันในอนาคต เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ปล่อยเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางไปแต่ตอนนี้ซูฉินไร้เทียมทานแล้ว แม้ว่าจะเป็นเซียนเทพปฐพีมาเอง ก็ยังต้องประมือดูก่อนเพื่อประเมินว่าจะชนะหรือแพ้ เป็นไปได้อย่างไรที่จะเห็นเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางอยู่ในสายตา?นอกจากนี้หากเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางตกตายในเมืองฉางอัน มันย่อมทําให้ผู้แข็งแกร่งในระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเชียนเทพปฐพี่หวาดระแวงอย่างช่วยไม่ได้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่กล้ามาที่เมืองฉางอันเลยก็เป็นได้นี่คือความแตกต่างเมื่อมีความแข็งแกร่งและความมั่นใจ วิธีการที่เลือกใช้ย่อมแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเห็นเช่นนี้ เฟยยวก็ไม่กล้าพูดอะไรมากนัก ยืนอยู่ด้านข้างซูฉินที่กําลังเฝ้าดูบ้านเรือนนับหมื่นหลังด้วยความเคารพ