ตอนที่ 251
บทที่ 504 อ่อนโยนละมุน
October 28, 2026
“หมอเซียวมาแล้ว?”
เซียวชุ่นยิ้มพร้อมพยักหนักทักทาย
“ทำไมถึงกลับดึกขนาดนี้?”จ้าวเหอไท่ถาม
“แม่ไปหาหนูถึงห้องเรียนพิเศษ ช่วงวัยทองล่ะ ได้คุยแล้วไม่จบไม่สิ้นสักที ก็ทำให้ล่าช้านิดหน่อย”จ้าวซือเวยไม่มีทางเลือก
“เด็กคนนี้ รีบไปล้างมือมากินข้าว รอเธอคนเดียวล่ะ”จ้าวเหอไท่ยิ้มอย่างเอ็นดู บางทีลูกสาวอาจเป็นคนรักของพ่อในชาติก่อนก็จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นจ้าวเหอไท่หรือว่าซ่งชิงโจ อยู่ต่อหน้าผู้คนข้างนอกล้วนเป็นผู้ชายแข็งแกร่งปรากฎออกมา เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวตัวเองในด้านความอ่อนโยนก็ได้เผยออกมา
หลังจากที่จ้าวซือเวยตอบรับแล้ว วิ่งไปล้างมือพร้อมยิ้มตาหยี
“ผมหย่ากับแม่เธอมาหลายปีแล้ว ปกติแล้วผมงานยุ่งมาก ละเลยการดูแล ครั้งก่อนแอบออกไปเที่ยวกับเพื่อน 2-3 คนที่เจียงไห่ ถึงไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ต้องขอบคุณหมอเซียวที่มาช่วยได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาไม่อยากจะคิดเลย”จ้าวเหอไท่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมาแต่ในใจที่ยังหวาดผวาอยู่กับเซียวชุ่น
“บังเอิญไปเจอพอดี เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เซียวชุ่นเอ่ย
ทั้งสองคนพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยไม่กี่ประโยค จ้าวซือเวยก็ล้างมือเสร็จแล้วเดินกลับมา หลังจากนั่งลงเธอกระพริบตาสายตาจองมองไปยังเซียวชุ่น
เซียวชุ่นรับรู้ได้ถึงอันตรายทันที สายตาแบบนี้เหมือนเขาเคยเห็นมาก่อน เหมือนเคยเห็นสายตานี้จากซ่งหลิงเอ๋อร์และถังชือชือ นี้เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เขาตัดสินเองเท่านั้น พอทานข้าวเสร็จต้องรีบออกไปอย่างเร็ว
หวังว่ามันคงเป็นเพียงความคิดที่เขาคิดเข้าข้างตัวเองเท่านั้น
“หมอเซียว ของคุณที่คุณมาตรวจฉัน”จ้าวซือเวยยิ้มหวาน
“ผมเป็นหมอไง คุณคือคนไข้ของผม เป็นหน้าที่ความรับชอบอยู่แล้ว”เซียวชุ่นยิ้มเบาๆ จงใจพูดให้เป็นทางการนิดหนึ่ง ในใจคิดว่า ไม่ใช่พ่อคุณเชิญให้ผมมาเหรอ? ทำไมพูดเหมือนว่าผมมาตรวจคุณเองอย่างไงอย่างงั้น
เวลานี้กับข้าวได้ขึ้นโต๊ะหมดแล้ว จ้าวเหอไท่เอ่ย : “กินข้าวกันก่อนเถอะ กินข้าวเสร็จค่อยให้หมอเซียวตรวจให้เธอสักหน่อย”
หลังจากจ้าวซือเวยตอบรับ ทั้งสามคนก็เริ่มหยิบตะเกียบ กินไปคุยกันไปแบบไม่มีคำจะพูดก็หาคำมาพูด
จ้าวซือเวยสอบถามด้วยความเป็นห่วงเรื่องอาการบาดเจ็บของเขา
เซียวชุ่นถามจ้าวซือเวยกลับในด้านสุขภาพในการชีวิตปกติมีอะไรที่ไม่สบายหรือไม่ ยังได้พูดวิธีการดูแลสุขภาพของการบำรุงรักษาหัวใจกับเธอเล็กน้อย ถือโอกาสแนะนำหุ้ยเชิงหยวนไปด้วย
จ้าวซือเวยบอกช่วงนี้เธอได้ใช้มาโดยตลอด ประสิทธิภาพดีทีเดียว ได้จังหวะขายตรงให้กับจ้าวเหอไท่สักหน่อย
เซียวชุ่นเพิ่งจะนึกออกว่า ครั้งที่แล้วตอนที่เจอกับเจียงเหลียนเธอกำลังไปซื้อหุ้ยเชิงหยวน
อีกทั้งจ้าวเหอไท่เล่าเรื่องการสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมใหม่ของประเทศกับเขา สำหรับสิ่งนี้เซียวชุ่นดูก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไร แต่ก็ยังอดทนฟังไป
ทานข้าวเย็นเสร็จ พักสักครู่ ทั้งสามคนกลับเข้าไปห้องรับแขก หลังจากป้าอู๋ต้มชาให้พวกเขาก็ได้ไปเก็บกวาดห้องครัวแล้ว
“รบกวนหมอเซียวทำการวินิจฉัยให้ลูกรักอีกสักหน่อย ถ้าไม่อย่างนั้นในใจผมมักจะกระวนกระวายใจอยู่อย่างนี้”จ้าวเหอไท่เอ่ย
“พ่อ หนูเตือนพ่อหลายรอบแล้ว หนูอายุใกล้จะ 18 แล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่าเรียกชื่อเล่นหนูจะได้ไหม ไม่ค่อยน่าฟังเลย”จ้าวซือเวยเอ่ย
“ได้สิ หลังจากนี้พ่อจะระวัง”จ้าวเหอไท่ยิ้มอย่างไม่มีทางเลือก
แบบนี้จ้าวซือเวยถึงจะพอใจ เธอยื่นแขนขาวราวกับหยกขาวไปตรงหน้าเซียวชุ่นอย่างตามสบาย พร้อมยิ้ม : “หมอเซียวเป็นแพทย์แผนจีนต้องทำการวัดชีพจรใช่ไหม?”
เซียวชุ่นพยักหน้า มือจับบนจุดวัดชีพจรของจ้าวซือเวย พ่อของเทพธิดาตระกูลจ้าวจ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
ผ่านไปราวๆ 1 นาที เขายิ้มอย่างผ่อนคลาย : “ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ร่างกายได้ฟื้นฟูทั้งหมดแล้ว”
“งั้นฉันก็ไปกระโดดบันจี้จั๊มและปีนเขาเหมือนกันกับคนอื่นๆได้แล้วใช่ไหม?”จ้าวซือเวยถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง