ตอนที่ 255
บทที่ 508 กระชับผิวหนัง
October 28, 2026
“คุณกับตระกูลเหว้ยของเมืองเหลยหยางเกี่ยวข้องเป็นอะไรกัน? เหว้ยเหวินตงเป็นอะไรกับคุณ?” เซียวชุ่นเอ่ยถาม
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว เบื้องต้นเขาก็สามารถมั่นใจได้ว่าเลขาเหว้ยคนนี้คงจะเป็นคนของตระกูลเหว้ยฟังดูแล้วเหมือนกับจะแปลกประหลาดอยู่บ้างเล็กน้อย แซ่เหว้ยก็จะต้องเป็นคนของตระกูลเหว้ยอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นล่ะ
แซ่ของประเทศจีนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงวันนี้กว่าหลายพันปี แซ่จำนวนมากมายที่ไม่รู้ว่าแตกกิ่งก้านไปตั้งมากมายขนาดไหน ระยะห่างระหว่างกันอาจจะไกลกว่าเป็นพันลี้ ไม่ได้ติดต่อไปมาหาสู่ระหว่างกันเลยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ดังนั้นแซ่เหว้ยคนนี้ก็อาจจะไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีบุญคุณความแค้นกับเขา ก็เป็นเรื่องปกติ
“เขาคือคุณปู่ของฉัน” เหว้ยหรงตอบไปตามความจริง
“เข้าใจแล้ว ยืมมือมานี่เอง” เซียวชุ่นยิ้มออกมานิ่งๆ
“คุณทำให้คุณปู่ทวดของฉันตาย คุณสามารถมีชีวิตอยู่ได้มาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว และนี่ก็เป็นเพียงแค่บทเรียนเล็กๆน้อยๆบทเรียนหนึ่งเท่านั้น” เหว้ยหรงจ้องมองเขาอย่างเย็นชา
คิดแล้วตระกูลเหว้ยไม่ได้ยอมละทิ้งในการจัดการกับเซียวชุ่นมาโดยตลอด ในช่วงตอนที่เขาอยู่ในความเป็นความตาย ก็วางแผนที่จะจัดการกับสตาร์ไลท์บีโออยู่ตลอดเช่นกัน
เซียวชุ่นไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของหยางจื่อโน่กับตระกูลเหว้ยความจริงแล้วข่าวเรื่องการตายของเขาถูกนำไปที่ตระกูลเหว้ยโดยหยางจื่อโน่ ทำให้ตระกูลเหว้ยรู้สึกโล่งใจมากจริงๆ มีความรู้สึกดีใจที่แก้แค้นได้แล้วแบบนั้น
เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่ตาย และยังปรากฏตัวอยู่ที่เจียงไห่อย่างไม่แคร์อะไรอีกด้วย
และด้วยเหตุนี้หยางจื่อโน่จึงเสียหน้าให้กับตระกูลเหว้ยเป็นอย่างมาก
อิทธิพลอำนาจของตระกูลถานนั้นมากมายมหาศาล เหว้ยหรงดูแล้ว สตาร์ไลท์บีโอเล็กๆนี้ไม่สามารถแบกรับความกดดันของตระกูลถานได้ ดังนั้นสตาร์ไลท์บีโอจึงทำได้เพียงเลือกที่จะสละที่ตรงนั้นไป
ถึงอย่างไรที่ตรงนั้นก็เป็นที่ที่สำนักงานส่งเสริมการลงทุนอนุมัติ พวกเขาจะสามารถบอกว่าไม่เอา แล้วจะเปลี่ยนที่ใหม่ได้อีกเชียวหรือ?
ผลลัพธ์สุดท้ายอาจจะเป็นว่าสตาร์ไลท์บีโอทำได้เพียงแค่ต้องละทิ้งการสร้างโรงงานที่เมืองเหลยหยางไป
เพียงแต่ในฐานะที่เหว้ยหรงเป็นคนธรรมดาทั่วๆไป ไม่ได้ชัดเจนในเรื่องของการบู๊
ถ้าหากเธอรู้ว่าเซียวชุ่นกล้าท้าทายสมาคมบู๊ที่แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นร้อนเท่าพันเท่า หรือบางทีเธอก็จะไม่คิดว่าเซี่ยวชุ่นเลือกที่จะยอมแพ้ให้กับเรื่องนี้
“ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ขอบคุณเลขาเหว้ยด้วยนะครับที่บอกความจริงกับผม กาแฟเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” เซียวชุ่นเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะ
เหว้ยหรงยิ้มอย่างดูถูก ไม่ได้พูดต่อ
เซียวชุ่นเรียกพนักงานให้คิดเงิน ลุกขึ้นพลางเอ่ยขึ้นมา : “ผมก็ขอตัวแล้วกันครับ กลับไปบอกคุณปู่คุณด้วยว่าให้กระชับผิวหนังเอาไว้เสียหน่อย รอผมย้ายออกมาก่อนแล้วค่อยเก็บพวกคุณตระกูลเหว้ย”
“ไม่รู้จักเจียมตัว” เหว้ยหรงมองเบื้องหลังเขาออกไป พลางยิ้มออกมาอย่างคลุมเครือ
กลับมาในรถ เซียวชุ่นโทรไปหาเหยาเสินถามถึงสถานการณ์ทางด้านนั้น
สำนักงานทำความสะอาดไปได้เกือบเสร็จแล้ว เพียงแต่ทางฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ยังคงยืนยันให้พวกเขารีบย้ายออก ดังนั้นเหยาเสินกับหงส์แดงกำลังหาสำนักงานใหม่ ดีที่เป็นเพียงสำนักงานชั่วคราว การเคลื่อนย้ายจึงไม่ได้เปลืองแรงขนาดนั้นเช่นกัน
จากนั้นเขาก็กดเบอร์โทรออกหาติงเยว่ และไม่นานก็ได้ยินเสียงที่ไพเราะของติงเยว่
“เถ้าแก่ มีเรื่องอะไรให้รับใช้คะ?”
“ช่วยผมสำรวจสถานการณ์ของตระกูลถานเมืองเหลยหยางหน่อย” เซียวชุ่นเอ่ยพูดขึ้น อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่ามีดที่ตระกูลเหว้ยหยิบยืมนั้นเป็นมังกรเขียวเหยียนเยว่ตาวหรือว่าเป็นแค่ของเล่นพลาสติกเท่านั้น
แต่น้ำเสียงที่ออกมาจากปากของเหว้ยหรงก็สามารถพอฟังออกได้บ้างว่าคงจะไม่ใช่บทบาทที่รับมือได้ง่ายๆ
“ตระกูลถานนั้นถานห้าวฮั่นคนที่รวยเป็นอันดับหนึ่งของเมืองเหลยหยาง? พูดได้ว่าเป็นคนที่ร่ำรวยมาเป็นอันดับหนึ่งของหนิงโจวจริงๆค่ะ”ติงเยว่ว่า
“ตระกูลถานคุณเข้าใจพวกเขามากน้อยขนาดไหน?” เซียวชุ่นเอ่ยถาม
“มีเพียงประมาณนี้แหล่ะค่ะ แต่ฉันจะพยายามช่วยคุณสืบให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด”
“โอเค เหนื่อยเลย”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ใช่แล้วเถ้าแก่ บริษัทสาขาย่อยที่อยู่ที่เมืองเหลยหยางของโมโก แคปพิทอลเตรียมการเกือบจะเสร็จแล้วนะคะ อีกสองสามวันฉันอาจจะไปที่นั่น”
เซียวชุ่นไม่ได้บอกถึงจุดประสงค์ที่ให้สืบเรื่องของตระกูลถาน ติงเยว่ก็ไม่ได้ถามเช่นกัน เปลี่ยนประเด็นการพูดคุยขึ้นมา