ตอนที่ 310
บทที่ 564 ตัวตนถูกเปิดเผย
October 28, 2026
เมื่อได้ยินหยางเทียนฉายพูดว่าเขากล่าวออกมาจากใจเซียวชุ่นก็อดไม่ได้ที่จะขำ
“ฮ่า ๆ ผมชอบพวกที่ดูซื่อสัตย์ หวังว่าหลังจากนี้เมื่อร่วมมือกับพวกเรา คุณจะยังคงตรงไปตรงมาไม่กลับคำ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางเทียนฉายก็หัวเราะขึ้นมา ก่อนจะพยักหน้าอย่างเร่งรีบ “แน่นอนครับ ท่านอาจารย์ทั้งรูปงามหล่อเหลา จะต้องเผยแพร่ออกไปให้คนอื่นเห็น ไม่อย่างนั้นคงจะเสียแรงพระเจ้าที่อุตส่าห์ปั้นออกมาอย่างประณีต”
เซียวชุ่นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีมาก เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับหยางเทียนฉาย บัดนี้เมื่ออีกฝ่ายเดินทางมาจากเจียงไห่เมืองอันไกลโพ้นเพื่อมาต้อนรับข่าว และสนับสนุนเขาที่เมืองเหลยหยาง เรื่องนี้ควรค่าแก่การขอบคุณและชื่นชม
ประกอบกับบัดนี้ โรงงานเขตเหลยหยางกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ซ่งหลิงเอ๋อร์คนเดียวคงจะไม่สามารถดูแลได้ หากมีใครอีกคนหนึ่งมาช่วยผลิตยา ก็คงเป็นทางเลือกที่ไม่เลว ดังนั้นเซียวชุ่นจึงไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธลูกศิษย์ที่เดินทางมาร้องขอไหว้ครูถึงที่แบบนี้
“ท่านอาจารย์ครับ ถึงอย่างไรคุณก็เป็นอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง พวกเราจะทำพิธีไหว้ครูกันง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ จะต้องเตรียมให้ดี เดี๋ยวผมจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้”
เมื่อพูดจบ หยางเทียนฉายก็ได้เตรียมตัวลงจากรถเพื่อไปเตรียมของต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการไหว้ครูด้วยความตื่นเต้น ดูจากท่าทางของเขาแล้วนั้น คาดว่าถ้าจัดไม่ใหญ่พอคงไม่ได้
เซียวชุ่นไม่ชื่นชอบความยากลำบากอยู่แล้ว เขายิ่งไม่ได้สนใจในเรื่องต่าง ๆ ของโลกภายนอก ดังนั้นจึงได้พยายามลากตัวหยางเทียนฉายกลับมา หมดเรี่ยวแรงไปมากทีเดียวกว่าจะลากเขากลับมาได้
“ไม่จำเป็นหรอก เพียงแค่มีเจตจำนงที่มั่นคงแน่วแน่พิธีเหล่านั้นล้วนไม่จำเป็น”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางเทียนฉายก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการยกยอปอปั้นเขาอีก “โอ้โหท่านอาจารย์ ช่างพูดได้แหลมคมจริง ๆ ประโยคเมื่อครู่ของอาจารย์เป็นคำเตือนสติผม ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก”
เจ้าหมอนี่ทำไมถึงพูดจาน่าฟังเหลือเกิน
เซียวชุ่นพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะพาหยางเทียนฉายตรงเข้าไปหาซ่งหลิงเอ๋อร์ให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองได้ทำความรู้จักกัน
ตลอดระยะทางที่เดินผ่านมาได้ยินหยางเทียนฉายคุยโวมากมาย ขาของเซียวชุ่นที่เหยียบเบรกรู้สึกเบาจนแทบจะลอย หากไม่ใช่เพราะเขามีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดี เกรงว่ารถคงจะพลิกคว่ำไปแล้ว
เนื่องจากมีทักษะการขับรถที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม ดังนั้นทั้งสองคนจึงมาถึงจุดหมายโดยปราศจากอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น
ในขณะเดียวกัน เอกสารฉบับหนึ่งก็ถูกวางลงบนโต๊ะของถานห้าวฮั่น
หวังจงเทียนผู้จัดการทั่วไปของกาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพกำลังมองดูถานห้าวฮั่นซึ่งใบหน้าไร้อารมณ์ใด ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเป็นการลองเชิงว่า “เจ้านายครับตอนนี้พวกเราทำยังไงดี”
ถานห้าวฮั่นได้แต่นิ่งเงียบไม่กล้าพูดจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออกทันที
“คุณเฉิน ผลการตรวจสอบในวันนี้มันคืออะไรกัน ผมจำได้ว่าผมเคยติดต่อไปที่แผนกของคุณแล้ว”
“ว่ายังไงนะ......โอเค......เข้าใจแล้ว”
ปึง!
เขาทุบโทรศัพท์ลงบนหน้าโต๊ะทำงานอย่างแรง บัดนี้ใบหน้าของถานห้าวฮั่นดูมืดมน
เมื่อสักครู่เขาโทรหาหัวหน้าสำนักควบคุมคุณภาพยาเพื่อร้องถามถึงผลการรายงานฉบับนี้
ก่อนที่กาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพจะถูกก่อตั้งขึ้นเขาก็ได้สร้างความสัมพันธ์และบอกกับแผนกต่าง ๆ เอาไว้แล้ว ว่าให้บุคคลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยยอมหลับตาข้างหนึ่งต่อผลิตภัณฑ์ ชูลั่วตัน
แต่ใครจะรู้เล่าว่ารายงานที่นำสินค้าไปตรวจสอบในวันนี้ ไม่ต่างอันใดกับการตบหน้าของถานห้าวฮั่น
ด้วยเหตุนี้เองอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเช่นถานห้าวฮั่นจึงต้องการจะโทรศัพท์ไปให้เพื่อนอธิบายถึงเรื่องนี้ ก็ได้ให้คำตอบในการอธิบายเรื่องนี้มาเช่นกันอย่างตรงไปตรงมา
สารวัตเจ้าที่อยู่เบื้องบนได้บอกแล้วว่า ช่วงนี้มีรายงานเรื่องอาหารของเมืองเหลยหยางออกมาว่ามีคุณภาพไม่ดีค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงสั่งให้คนลงไปสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด ในเวลาวะหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ใครที่กล้าจะปกป้องคนผิดก็เท่ากับรนหาที่ตายเอง
ถานห้าวฮั่นคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเซียวชุ่นจะไปสร้างความสัมพันธ์สนิทสนมกับทางรัฐบาลระดับจังหวัด และเขาปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดของเขาจนสิ้น
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ถานห้าวฮั่นก็รู้สึกโมโหเสียจนตะโกนกับหวังจงเทียนว่า “นายหวัง ระงับการถ่ายโอนเชิงพาณิชย์ทั้งหมดของกาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพ”
“อะไรนะครับ?” หวังจงเทียนตกตะลึงใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เมื่อเห็นดังนั้น ถานห้าวฮั่นก็เอาเลิกคิ้วขึ้นน้ำเสียงของเขาดูหนักขึ้นเล็กน้อย “ไปทำตามที่ฉันบอก แล้วชี้แจงว่าบริษัทของเราพบข้อบกพร่องของสินค้า ชูลั่วตัน ต้องการใช้เวลาในการปรับปรุงวัตถุดิบเพื่อให้ดีขึ้น เพื่อให้คุณภาพทางการตลาดมีความพัฒนาสูงขึ้นกว่าเดิม”
“ครับผม”