ตอนที่ 309
บทที่ 562 เหล่าหยางผู้พยายาม
October 28, 2026
ประโยคของเซียวชุ่นเมื่อครู่ว่าจะใช้ลูกอมนี้ในการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ เมื่อพูดออกมาทำให้ที่ประชุมเกิดเสียงหัวเราะขึ้นดังสนั่น
โม่ยี่ไป๋เม้มริมฝีปากแล้วหัวเราะเบา ๆ เหลือบมองดูเซียวชุ่น คิดอยู่ในใจว่า ‘ด้วยคารมคมคายของเขา หากไม่ไปเป็นพิธีกรทอล์กโชว์คงจะน่าเสียดายความสามารถเหลือเกิน’
แน่นอนว่าบรรดาผู้นำระดับสูงซึ่งนำโดยเหล่าหวังไม่มีใครกล้ายิ้มออกมา เพราะพวกเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ผลิตภัณฑ์ของตนเองต่อหน้าทำให้รู้สึกละอายใจและลำบากใจ
จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ตอนนั้นถานห้าวฮั่นให้เวลาพวกเขาเพียงแค่หนึ่งวันในการจัดตั้ง กาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพ จากนั้นก็ใช้เวลาอีกสองวันในการมอบหมายภารกิจให้พวกเขา ภายในสองวันนี้จะต้องเปิดตัวผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพตัวใหม่ให้ได้
เมื่อต้องเผชิญกับเวลาอันมีจำกัดเช่นนี้ การที่เหล่าหวังและคนอื่น ๆ ใช้ความรู้ที่มีในการผลิตลูกอมที่ประกอบไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเรียกว่าชูลั่วตันออกมาได้ก็นับว่าเก่งแล้ว
อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้ทำไปเรื่อยเปื่อย
ต่อจากนั้น เหล่าหวังก็ได้รวบรวมความกล้ามองไปทางเซียวชุ่น เขาพูดด้วยความสงบว่า “คุณเซียว รายงานการตรวจสอบของคุณฉบับนี้กาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพของพวกเราไม่เห็นด้วย ถ้าคุณต้องการจะใช้สิ่งนี้ในการโจมตีเราผมแนะนำให้คุณรีบหยุดเสีย เพราะว่าประธานถานของพวกเรา......”
ไม่รอให้เขาพูดจบ เซียวชุ่นก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะ
“รายงานฉบับนี้ สำนักประเมินอาหารของเมืองเหลยหยางเป็นคนพิสูจน์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นถามความคิดเห็นว่าทางบริษัทของคุณจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร อีกอย่างพวกคุณอย่าหยิบยกคุณถานห้าวฮั่นมากดขี่ผม นับตั้งแต่วันที่เขาจู่โจมผม พวกเราสองคนก็ถือว่าเป็นศัตรูการนับแต่นั้นมา”
ผู้ที่อยู่ข้างกายของเหล่าหวังไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป เขายื่นมือออกมาแตะบ่าของเซียวชุ่นเบา ๆ “ไอ้หมอนี่ กล้าพูดจาแบบนี้ได้ยังไง!”
“เพียะ!”
เมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวเฟยก็รีบวิ่งตรงเข้าไปตบหน้าเขาอย่างแรงจนคนคนนั้นกระเด็นออกไปสลบ
ฉากที่ปรากฏขึ้นโดยกะทันหันนี้ ทำให้เหล่าหวังและคนอื่น ๆ ตกใจจนนิ่งเงียบ เดิมทียังมีอีกหลายคนที่ตั้งใจจะลุกขึ้นมาเอ่ย แต่ตอนนี้ความคิดพวกเขาก็สูญสิ้นไปทันที
“ลากตัวไป!”
เสี่ยวเฟยหันไปยิ้มให้กับพวกเขาทั้งหลายด้วยใบหน้าอันโหดเหี้ยม ก่อนจะโบกมือสั่งให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง “ออกไปจัดการ”
“ดูเหมือนจะลืมบอกทุกคนไปว่าในวันนี้พวกเราไม่ได้เดินทางมาเพื่อเจรจา แต่เดินทางมาเพื่อตักเตือน พวกคุณเลือกดูว่าจะปิดบริษัทกาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพ หรือจะให้พวกเราส่งพาดหัวข่าวของพวกคุณวันพรุ่งนี้”
เซียวชุ่นพูดขึ้นเบา ๆ ท่าทางที่แสดงออกมาของเขา สะท้อนเข้าไปในดวงตาของเหล่าหวังและคนอื่น ๆ
“นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว!”
เหล่าหวังตะโกนขึ้นในใจด้วยความโมโห แต่สีหน้าของเขากลับไม่กล้ากล่าวคำใดออกมา เพราะว่าเจ้าคนหัวเหลืองคนนั้นยืนอยู่ข้างเขา สายตามองจ้องมา หากเขากล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า คาดว่าคนต่อไปที่จะถูกแบกออกไปข้างนอกคงเป็นเขา
ให้ตายสิ พวกเขาจะไม่ยอมเสียหน้าแบบนี้เด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้เอง เหล่าหวังจึงได้พูดความเท็จขึ้นว่า “คุณเซียว พวกเราก็เป็นแค่พนักงานธรรมดา เรื่องการปิดบริษัทนั้นเราไม่อาจตัดสินใจใด ๆ ได้ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องรายงานไปที่ประทานให้เขาเป็นคนตัดสินใจ”
เซียวชุ่นยิ้มแล้วพยักหน้า “แน่นอนสิครับ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้เขาก็ยุติลงชั่วครู่แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“รบกวนช่วยบอกกับประธานถานให้หน่อยว่า ผมให้เวลาเขาครึ่งวันบ่าย ถ้าหลังจากห้าโมงแล้วผมยังไม่เห็นข่าวใด ๆ เกี่ยวกับกาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพผมรับประกันได้เลยว่าวันพรุ่งนี้เช้าข่าวของเขาจะแพร่หลาย ในฟอรัมต่าง ๆ ”
หลังจากที่เอ่ยคำเหล่านี้ออกมาด้วยความมั่นใจแล้ว เซียวชุ่นก็พาโม่ยี่ไป๋และเสี่ยวเฟยรวมถึงคนอื่น ๆ เดินทางออกจากบริษัทกาแล็กซี่เทคโนโลยีชีวภาพ
เมื่อออกมาจากประตู เสี่ยวเฟยก็มองไปทางเซียวชุ่นด้วยความฉลาดหลักแหลม “ลูกพี่ครับ รบกวนไปกับคุณโม่ก่อน พอดีผมยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับกาดำ”
เซียวชุ่นพยักหน้า “ก็ไม่ต้องบีบบังคับให้มากนักหรอก หากสามารถโน้มน้าวได้ก็โน้มน้าวถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ลงมือจัดการได้เอาเป็นว่านายจัดการได้เลย”
เมื่อได้ยินดังนั้นเสี่ยวเฟยก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ๆ เข้าใจแล้วครับ”
จากนั้นก็เห็นเสี่ยวเฟยพากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินออกไป โม่ยี่ไป๋อดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมองเซียวชุ่น “เมื่อสักครู่ใครกันนะที่บอกว่าต้องใช้เหตุผล แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นพวกใช้กำลังเอาเสียอย่างนั้น”
เซียวชุ่นคลำจมูกของตน “ดูพูดเข้าสิ วิธีของผมเรียกว่าแก้ไขให้ถูกจุด สำหรับบุคคลนิสัยแบบกาดำดูเหมือนว่าการโน้มน้าวดี ๆ คงไร้ผล คนพวกนี้ต้องลงไม้ลงมือให้พวกเขายอมแพ้ และก็จะเชื่อฟังเราเอง”
“อืม ที่นายพูดก็มีเหตุมีผล”
โม่ยี่ไป๋ยถูกเขาโน้มน้าว หากจะเปรียบเทียบกันด้านการพูดแล้ว ตัวเธอต่อให้มีสิบปากก็มิอาจต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามได้
เมื่อพูดจบเธอก็ยิ้ม ทั้งสองคนเดินตรงขึ้นไปบนรถเซียวชุ่น