ตอนที่ 312
บทที่ 565 ความพยายามอย่างหนัก
October 28, 2026
“อาจารย์ครับ ทำไมผมรู้สึกว่ารอยยิ้มของอาจารย์ดูแปลกไป ทำให้ผมรู้สึกหนาวเยือกเย็นไปทั้งตัว”
หยางเทียนฉายลูบไปที่แขนของตนเอง ภายใต้รอยยิ้มนั้นของเซียวชุ่นทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นสะท้าน
“อะไรกันฮ่า ๆ ๆ ในฐานะอาจารย์ผมจะไปทำอะไรคุณล่ะ? เพียงแต่ว่าผมรู้สึกดีใจที่มีลูกศิษย์......มีลูกศิษย์ที่ดีเท่านั้นเอง”
เซียวชุ่นยิ้มขึ้นด้วยความเคอะเขิน เมื่อสักครู่เขาเกือบจะหลุดปากไปแล้ว จึงทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก
หยางเทียนฉายสัมผัสไปที่ศีรษะของตนเองอย่างงุนงง ในใจเขารู้สึกเหมือนกับว่าขึ้นเรือลำเดียวกับโจรอย่างไรอย่างนั้น
ในขณะที่หยางเทียนฉายรู้สึกกระสับกระส่าย ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ได้รีบลงมาจากชั้นบนด้วยความรวดเร็ว เธอพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ได้ยินว่าหาศิษย์น้องหมาให้เหรอคะ?”
เมื่อมองไปยังใบหน้าอันร่าเริงของซ่งหลิงเอ๋อร์ เซียวชุ่นก็ยิ้มแล้วพยักหน้า
หยางเทียนฉายหัวเราะขึ้นเสียงดัง “ฮ่า ๆ ๆ ศิษย์พี่หลิงเอ๋อร์ เราพบกันอีกแล้วนะ”
“หึ ๆ สวรรค์ช่างมีตาจริง ๆ ” ซ่งหลิงเอ๋อร์พูดอย่างร่าเริง
“หืม?”
หยางเทียนฉายตกตะลึง ไม่รู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายที่ว่าสวรรค์ช่างมีตานั่นหมายความว่าอย่างไร
“ศิษย์น้อง ฉันตั้งหน้าตั้งตารอให้ดวงจันทร์และดวงดาวส่งคนมา เมื่อมีคนเข้ามาช่วยจากนี้ไปฉันจะได้ไม่ต้องทำงานอย่างหนักลำบากลำบนคนเดียวแล้ว”
เมื่อพูดจบซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ได้เดินไปหยุดอยู่ข้างกายของหยางเทียนฉาย ชื่นชมแล้วตบลงบนบ่าของอีกฝ่าย ท่าทางโล่งใจราวกับเห็นทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบาน
นั่นสิ ก่อนหน้านี้วัสดุที่ใช้ในการผลิตยาเธอทำคนเดียวเองแทบทุกอย่าง ในตอนแรกที่มีปริมาณไม่มากเธอก็ยังพอจะรับมือได้ แต่ตอนนี้เนื่องจากสินค้า ขายดิบขายดีดังนั้นมันจึงไม่พอใช้
ด้วยเหตุนี้เอง ซ่งหลิงเอ๋อร์ได้บ่นกับเซียวชุ่นอยู่บ่อย ๆ แต่ผู้ชายคนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นคนขี้งกในวงการธุรกิจการค้า ในฐานะของอาจารย์เขาเองก็บ้าอำนาจ ทุกอย่างครอบคลุมอยู่ในมือ ทำให้เธอรู้สึกโมโหมาก
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนกลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะว่าตอนนี้เธอมีศิษย์น้องแล้วล่ะ
เมื่อนึกได้ดังนี้ ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ยิ้มจนเห็นเขี้ยวน้อย ๆ ของเธอ สายตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์มองไปยังศิษย์น้องที่เหงื่อออกด้วยความเย็นชา
ให้ตายเถอะ ดูเหมือนชื่อเทียนฉายที่เป็นอัจฉริยะของเขาจะถูกล้มล้างก็ครั้งนี้
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหยางเทียนฉายจึงอึดอัดจนอยากร้องไห้
เมื่อเห็นสีหน้าของศิษย์น้องที่ดูจะร้องไห้ออกมาดังนั้น เซียวชุ่นก็อดขำไม่ได้แล้วพูดว่า “เทียนฉาย ในเมื่อเขามาเป็นสิทธิ์ของผมแล้ว คุณก็ต้องฟังคำพูดของศิษย์พี่ คงจะรู้ว่าปกติเเล้วอาจารย์วุ่นมาก และจะมีศิษย์พี่คนนี้คอยปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ แทน ตั้งใจเข้าล่ะ”
“ครับอาจารย์” หยางเทียนฉายพยักหน้า
เอาวะ ตายก็ตาย อย่างน้อยซ่งหลิงเอ๋อร์ก็มีความสุขมากในตอนนี้ หรือพูดได้ว่าเธอภาคภูมิใจมากกว่าตอนที่ถูกเซียวชุ่นรับมาเป็นสิทธิ์เสียอีก
เธอเคยเห็นความสามารถอันแท้จริงของหยางเทียนฉาย ซึ่งแข็งแกร่งกว่าต้วนเจียมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็จะมีคู่ซ้อมซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อถึงเวลานั้นที่จะต้องสองรุมหนึ่ง เธอคงจะสะใจไม่น้อย
เมื่อคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ยิ้มเสียจนเขียวทั้งสองข้างปรากฏออกมา ทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นตัวสั่นสะท้าน
ต่อจากนั้นพวกเขาก็สนทนากันสักพัก ก็นับว่าเป็นการคุ้นเคยกันดีในเบื้องต้น
จากนั้น เซียวชุ่นก็ได้เอ่ยถามซ่งหลิงเอ๋อร์ถึงเรื่องงาน
“หลิงเอ๋อร์ ยาคงจิตและยาเสริมจิตรวมถึงโอสถคืนจิตที่กลั่นออกมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง สามารถกลั่นได้คล่องหรือยัง?”
ซ่งหลิงเอ๋อร์รีบตอบกลับว่า “ยาพวกนี้ฉันสามารถทำได้อย่างคล่องมือแล้วล่ะค่ะ โดยปกติแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา”