ตอนที่ 318
บทที่ 571 ประนีประนอม
October 28, 2026
จากถานซื่อกรุ๊ปในตอนนี้ที่มีมูลค่าการตลาดกว่าแสนล้าน หากแบ่งให้เซียวชุ่นไป นั้นก็เท่ากับห้าหมื่นกว่าล้าน นี่มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย!
ถานห้าวฮั่นที่แม้จะเป็นถึงเศรษฐีอันดับต้นๆของหนิงโจว ทรัพย์สินที่มีก็แค่หนึ่งหมื่นห้าพันกว่าล้าน เซียวชุ่นเอ่ยปากขอทรัพย์สินของเขาเศษหนึ่งส่วนสาม ช่างเป็นเรื่องที่บังคับฝืนใจกันเกินไปแล้ว
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เซียวชุ่นต้องมาสนใจ อย่างที่เขาพูด เขามาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ไม่ได้มาเพื่อต่อรองอะไร แต่มาเพื่อรับของรางวัลแห่งชัยชนะ
“ถ้าหากผมไม่ตกลง คุณจะฆ่าผมหรือยังไง?”
ถานห้าวฮั่นมองไปที่เซียวชุ่นอย่างไม่เกรงกลัว เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะฆ่าตัวเองได้
เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นถึงผู้เสียภาษีรายใหญ่ของเมืองเหลยหยางกับหนิงโจว หากเขาตายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องสอบสวนอย่างละเอียดแน่นอน!
“เหอะๆ ประธานถานการฆ่าช้างเอางาแบบนี้ผมจะทำมันได้ยังไงกัน ในอนาคตผมยังต้องการความช่วยเหลือจากคุณที่จะค่อยๆกลืนกินอุตสาหกรรมอื่นๆในเมืองเหลยหยางอีก แต่หากคุณไม่ตอบตกลง ผมก็ยังมีวิธีที่ยิ่งกว่าตายทั้งเป็นเพื่อจัดการคุณอีก!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เซียวชุ่นก็ยกยิ้มอย่างเย็นเยียบน่าขนลุก
ในโลกใบนี้ วิธีการทรมานคน มีมากกว่าการฆ่าคนเสียอีก
“นี่คุณหมายความว่ายังไง ?”ถานห้าวฮั่นผู้ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน แต่เมื่อต้องมาเผชิญกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ของเซียวชุ่นก็ทำเอาหวาดผวาอยู่ไม่สุขเช่นกัน
“เชื่อว่าเถ้าแก่ถานคงไม่อยากรู้คำพูดในความหมายของผมหรอก เพราะมัน…เหอะๆๆ……”
ขณะที่พูด เซียวชุ่นก็หัวเราะเยาะขึ้นมา เสียงที่ชวนขนหัวลุกนั้นราวกับเสียงที่ดังมาจากขุมนรก ก้องกังวานที่หูของถานห้าวฮั่น ทำเอาอีกฝ่ายตกอยู่ให้ห้วงภวังค์อยู่เป็นเวลานาน
ถานห้าวฮั่นมีเหตุผลที่จะเชื่อ ว่าคำพูดที่เซียวชุ่นพูดเมื่อครู่ไม่ได้กำลังข่มขู่ตัวเอง เขามาถึงที่นี่ได้ แล้วยังจำเป็นต้องลีลาท่าเยอะอีกทำไม
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็เกิดความกังวลขึ้นในใจ ต่อให้จะไม่ค่อยพอใจที่ต้องแบ่งสินทรัพย์ตัวเองให้ไปหนึ่งในสามส่วน แต่ก็ทนไม่ไหวกับคำพูดที่คอยพูดเตือนอยู่ซ้ำๆของเซียวชุ่น
ไม่ได้รับการตอบกลับอยู่เป็นเวลานาน ความอดทนของเซียวชุ่นก็หมดลง จึงถามว่า“คิดได้หรือยัง เถ้าแก่ถาน?”
ได้ยินดังนั้น ถานห้าวฮั่นไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม“แค่ผมตอบตกลงข้อเสนอของคุณ เรื่องที่ผ่านมาก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกันเหรอ?”
“ไม่ใช่แน่นอน ”เซียวชุ่นส่ายหัว แล้วพูดต่อ“คุณต้องเอาสมุดบัญชีให้ผมด้วย ”
“สมุดบัญชี?”ถานห้าวฮั่นตกตะลึง
มองดูถานห้าวฮั่นที่ใบหน้าตื่นตระหนก เซียวชุ่นยกยิ้มบางเบา“ไม่ต้องกังวลไป ที่ผมเอาไอ้เจ้านั้นมาไม่ได้ต้องการจะเปิดโปงอะไรคุณ!”
“ใครเป็นคนบอกคุณ?”ถานห้าวฮั่นเอ่ยถาม
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องมาสนใจ ยกหุ้นครึ่งหนึ่งของถานซื่อกรุ๊ปและเอาสมุดบัญชีให้ผม เรื่องก่อนหน้านั้นผมจะไม่สืบสาวเอาเรื่องกับคุณอีก คุณสนใจแค่นี้ก็พอ!”เซียวชุ่นเน้นย้ำอีกครั้ง
หลังจากที่ฟังจบ ถานห้าวฮั่นไม่ได้ให้คำตอบของตัวเองในทันที แต่กลับเริ่มขบคิดขึ้นมา
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับเขามากนัก เซียวชุ่นบุกเข้ามาในบ้านอย่างสบายๆได้ ก็พอจะเห็นถึงความสามารถที่มีได้
นอกเหนือจากนี้ ถึงวันนี้ตัวเองจะขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้ แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเขามาที่บ้านเป็นครั้งแรกได้ก็มาเป็นครั้งที่สองได้เช่นกัน!
ณ จุดนี้ ทางเลือกที่อยู่ตรงหน้าของถานห้าวฮั่นก็ชัดเจนอย่างมาก
“เฮ้อ!”ถอนหายใจยาว ถานห้าวฮั่นราวกับลูกบอลที่ถูกปล่อยลม พูดอย่างโรยแรง“ผมตกลง!”
เซียวชุ่นไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หัวเราะแล้วพูดว่า“แหะๆ เป็นการเลือกที่ฉลาด!”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เขาเดินออกจากห้องทำงานของถานห้าวฮั่นพร้อมด้วยซองเอกสารซองหนึ่ง
แต่อย่าดูถูกซองเอกสารนั้นเด็ดขาด ในนั้นมีสัญญาการโอนหุ้นครึ่งหนึ่งของถานซื่อกรุ๊ปกับสมุดบัญชีเล่มหนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
สำหรับเซียวชุ่นแล้ว สมุดบัญชีนี้มีค่ามากมายกว่าหุ้นครึ่งหนึ่งของถานซื่อกรุ๊ป เพราะมีของสิ่งนี้ เขาก็จะสามารถควบคุมนักธุรกิจในพื้นที่เมืองเหลยหยางมากมายได้อย่างง่ายดาย !
!