ตอนที่ 322
บทที่ 575 ทุกอย่างได้ตระเตรียมไว้พร้อมแล้ว
October 28, 2026
เสี่ยวเฟยเหลือบมองเซียวชุ่นด้วยความสงสัย รู้สึกว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของลูกพี่ช่างชวนให้ขบคิดเสียจริง
ในจังหวะที่เขากำลังงงงวยอยู่นั้น เหยาเสินที่อยู่ข้างๆก็หัวเราะออกมา
“คุณเย่ ฉันได้ยินมาว่าที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนที่แล้วคุณได้ส่งออกสินค้าไปล็อตหนึ่ง!”
เย่ฉีหมิงตะลึง ไม่รู้ว่าเหยาเสินมีแผนการอะไร!
ทันใดนั้น เขาก็พูดอย่างเฉยชาว่า“แล้วมันแปลกยังไง ผมทำงานด้านนำเข้าส่งออกอยู่แล้ว”
“เหรอคะ?”เหยาเสินมองสำรวจเย่ฉีหมิงอย่างหยอกล้อไปแวบหนึ่ง แล้วพูดต่อ“ฉันยังได้ยินมาว่าสินค้าที่ส่งออกไปจำนวนไม่ตรงกับเอกสารที่ระบุกับด่านศุลกากรด้วย แถมสอดไส้ของอย่างอื่นอีก อาทิเช่นผงสีขาวๆอะไรแบบนั้น มันเรียกว่าอะไรน่ะ……”
ทันใดนั้น สีหน้าของเย่ฉีหมิงก็เปลี่ยนในทันที เหงื่อแตกพลั่ก พูดแก้ต่างอย่างกรุ่นโกรธ “เธอพูดว่าฉันลักลอบขนยาเสพติดได้ยังไง นี่เธอกำลังใส่ร้ายกันอยู่นะ ใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ!”
เมื่อเหยาเสินเห็น รอยยิ้มบนใบหน้าก็สื่อความหมายและฉีกยิ้มกว้างยิ่งขึ้น พูดอย่างเรียบเฉย
“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นหรือเปล่า ? ทุกอย่างคุณเย่พูดมันเองทั้งนั้น เมื่อครู่ฉันแค่อยากจะบอกว่าคุณลักลอบขนแป้งอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าคุณลักลอบขนของแบบนั้น นี่คุณกินปูนร้อนท้องเหรอ ? ”
ทันทีที่สิ้นเสียง สายตาของทุกคนในที่นี้ต่างจับจ้องมองมาที่เย่ฉีหมิงอย่างพร้อมเพรียงกัน
ที่ฮั๋วเซี่ย การลักลอบขนของแบบนั้นหากถูกจับได้จะถูกประหารชีวิตสถานเดียว ยิ่งไปกว่านั้นหากเย่ฉีหมิงทำแล้วไม่มีใครรู้ก็ยังไม่เท่าไร แต่หากถูกตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานขึ้นมา ต้องส่งผลกระทบอย่างมากกับบริษัทแน่นอน!
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆที่ต่างก็จ้องมองมายังตัวเอง เย่ฉีหมิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาไม่รู้ว่างานที่ตัวเองได้ร่วมมือกันกับซาไห่นั้น เหยาเสินไปรู้ได้ยังไง !
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเหงื่อแตกพลั่ก เหยาเสินก็ไม่ได้ฉกฉวยโอกาสอะไร พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า“ ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนกไป ฉันยังเชื่อในตัวคุณเย่ เพราะยังไงเขาก็เป็นคนมีหลักการตระหนักรู้อะไรควรไม่ควร!”
ในตอนที่เธอพูดคำว่า“มีหลักการตระหนักรู้”คำนี้ออกมา ก็จงใจเน้นเสียงไปที่ประโยคนี้ ราวกับอยากจะสื่อความหมายอะไรบางอย่าง
เย่ฉีหมิงจะไม่รู้ได้ยังไงว่านี่เป็นการข่มขู่ของเหยาเสินอย่างโจ่งแจ้ง ตอนนี้ตัวเองมีความลับอยู่ในมือของอีกฝ่าย อีกทั้งยังเป็นความลับที่คอขาดบาดตายอีกด้วย จะไม่ให้เขามีหลักการตระหนักรู้อะไรควรไม่ควรได้ยังไง?
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังดำเนินไปในทิศทางที่เลวร้าย ถานห้าวฮั่นเองก็รู้ดีว่าจะนิ่งดูดายอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะหากยังวุ่นวายอยู่แบบนี้ ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆคงได้หนีหายไปหมดแน่ ถูกเหยาเสินคิดหาวิธีและบีบบังคับ
ดังนั้น เขาก็จึงพูดตำหนิลูกน้องเสียงดัง และเขียนเชิงอรรถกับการเข้ามามีส่วนร่วมของเหยาเสิน
“พอแล้ว คุณเหยามาเป็นผู้ถือหุ้นเป็นการตัดสินใจของผม มีผลทางกฎหมายทุกอย่าง คณะกรรมการบริษัทจะมีปัญหาผมเข้าใจได้ แต่อย่าเอาเรื่องนี้มาทะเลาะเบาะแว้งกัน หวังว่าในอนาคตทุกคนจะร่วมมือกันอย่างตรงไปตรงมาและเปิดใจ จับมือกันและมุมานะบากบั่นต่อไป”
วันนี้คนที่สามารถมานั่งอยู่ที่ตรงนี้ได้ ล้วนเป็นคนที่ถานห้าวฮั่นโอบอุ้มมา ด้วยคำพูดของผู้บริหารคนเก่าแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่ยังไงก็ต้องเชื่อฟัง
และเพราะแบบนี้ ความวุ่นวายที่เคยมี ก็ถึงได้สิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ !
ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารทุกคนต่างก็พากันแยกย้าย ส่วนซ่งเหลียนและคนอื่นๆที่นอนเกลื่อนอยู่ที่พื้น ก็ถูกรปภ.พยุงร่างออกไป แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ จึงเหลือเพียงถานห้าวฮั่นกับเซียวชุ่นสองคน
มองดูเซียวชุ่นที่นั่งตรงข้ามตัวเองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ถานห้าวฮั่นพูดอย่างหงอยเหงาเศร้าซึมว่า“ตอนนี้ผมรู้เหตุผลที่คุณมาขอสมุดบัญชีเล่มนั้นไปแล้ว มันไม่ได้แค่มีไว้เพื่อข่มขู่ผมเพียงเท่านั้น!”
“อย่างแรกเลยคือคนอย่างผมไม่ชอบพูดเล่น อย่างที่สองการหยั่งเชิงกันแบบในวันนี้ ผมหวังว่าประธานถานจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะผมเป็นพวกอารมณ์ร้อน เกรงว่าจะไปทำลายมิตรไมตรีของทุกคนเข้า!”
!