ตอนที่ 321
บทที่ 574 ลำบากใจ
October 28, 2026
เมื่อเห็นห้องประชุมกลับมาเป็นระเบียบ ถานห้าวฮั่นก็พยักหน้า ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังโพเดียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“หัวหน้าและผู้ถือหุ้นของบริษัททุกท่าน ในวันนี้ผมขอประกาศเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง!”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ช้อนตาขึ้นมองไปยังเซียวชุ่นและคนอื่นๆที่ใบหน้าเยาะเย้ยอยู่ข้างล่าง จากนั้นก็พูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า
“ตั้งแต่วันนี้ไป หุ้นของผมที่มีอยู่หกสิบเปอร์เซ็นต์ในถานซื่อกรุ๊ป ได้ถูกโอนให้คุณเหยาเสินไปครึ่งหนึ่ง จากนี้ไปเธอกับผมเราเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท มีอำนาจทั้งหมดในบริษัทนี้”
เมื่อสิ้นเสียง ก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นมา !
“ท่านประธาน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”ใบหน้าของซ่งเหลียนเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ตรงเข้าไปหาถานห้าวฮั่น
มองดูลูกน้องที่บุกป่าฝ่าดงไปมาจนทั่วและคอยติดตามตัวเองมานานหลายปีถานห้าวฮั่นส่ายหัวให้อย่างจนใจ “นี่เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของฉัน”
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางฝูงชนชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยคนหนึ่งประท้วงขึ้นเสียงดัง“ไม่ คณะกรรมการผู้บริหารของเราไม่เห็นด้วย!”
เมื่อเห็นดังนั้น ถานห้าวฮั่นไม่ได้พูดมากอะไร แต่หันมองไปยังเหยาเสิน
เห็นชัดว่า เขาต้องการให้เหยาเสินมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และยังถือเป็นการสร้างอุปสรรคให้กับเซียวชุ่นและพวกด้วย
เหยาเสินฉลาดแค่ไหน จะไม่รู้ได้ยังไงว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตัวเองแสดงอำนาจ ให้จัดการกับสถานการณ์ตรงหน้า สำหรับเธอเป็นเรื่องง่ายที่รับมือได้อย่างสบายๆ
ดังนั้น ก็จึงยกยิ้มบางเบาและพูดว่า“ขอเหตุผลของพวกคุณหน่อย ให้ฉันได้ฟังการคัดค้านนี้ของทุกคน”
ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนที่ลุกขึ้นคัดค้านเมื่อครู่ชื่อเย่ฉีหมิง นอกจากถานห้าวฮั่นแล้วเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับต่อไปของถานซื่อกรุ๊ป ถือครองหุ้นอยู่สิบเปอร์เซ็นต์ ในบอร์ดบริหารถือว่ามีสิทธิ์มีเสียงที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน
และความเห็นของเขาเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่เพียงความเห็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นความเห็นของผู้ถือหุ้นทุกคนในบริษัทด้วย
เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่เกรงกลัวของเหยาเสินเย่ฉีหมิงก็พูดต่อ
“แม้พวกเราผู้ถือหุ้นจะไม่รู้ว่าทำไมประธานถานต้องประกาศการตัดสินใจนี้ แต่พวกเราก็มีสิทธิ์ที่จะคัดค้านการตัดสินใจนี้ คุณเป็นแค่คนนอก หากบริษัทตกไปอยู่ในมือของคุณ ก็คงจะไม่มีกฎและข้อบังคับอะไรอีก?”
“น่าขำ!”เหยาเสินเหลือบมองไปยังอีกฝ่ายอย่างดูถูกแวบหนึ่ง พูดอย่างเคร่งขรึมและเฉียบขาด“ถึงฉันจะเป็นผู้ถือหุ้นที่เพิ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในบริษัท แต่ทุกคนอย่าลืม ความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้หนึ่งร่วงล้วนร่วงหนึ่งโรจน์ล้วนโรจน์ แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วย?”
คำพูดนี้ของเธอ ทำเอาเย่ฉีหมิงถึงกับพูดไม่ออก
เป็นจริงดังว่า แม้เธอจะเพิ่งเข้ามามีส่วนร่วมไม่ได้เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งบริษัทตั้งแต่แรกเริ่มเหมือนคนอื่นๆ แต่ในเมื่อเข้ามามีส่วนร่วมในตอนนี้แล้ว ทุกคนก็จึงมีผลประโยชน์ร่วมกัน ในส่วนนี้ก็จึงไม่ต้องสงสัยเลยสักนิด
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางบอร์ดบริหารก็ไม่ได้ยินดีที่จะเห็นบุคคลระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วมปุบปับแบบนี้ และยังทำให้อำนาจเดิมที่เคยมีอยู่ของบริษัทต้องยุ่งเหยิงไปด้วย
ดูเย่ฉีหมิงเป็นตัวอย่าง เขาที่เคยเป็นผู้มีอำนาจในลำดับที่สองของบริษัท เป็นรองแค่ถานห้าวฮั่นคนเดียว แต่ตอนนี้หากมีเหยาเสินเข้ามาร่วมด้วย ตำแหน่งของเขาก็จะถูกลดหลั่นไปอีกขั้นหนึ่ง กลายเป็นผู้มีอำนาจลำดับที่สาม
อย่าดูถูกการเปลี่ยนแปลงเล็กๆนี้อย่างเด็ดขาด เพราะในการเปลี่ยนแปลงนี้ เย่ฉีหมิงก็จะมีสิทธิ์ออกเสียงน้อยลงไปด้วย
สำหรับคนอื่นๆ ก็มีความคิดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมของเหยาเสิน จึงก่อให้เกิดการต่อต้านที่รุนแรง
เมื่อเห็นว่าข้อสรุปไม่ได้เข้าข้างตัวเองเย่ฉีหมิงก็ไม่พยายามจะต่อสู้ด้วยเหตุผลอีกต่อไป พูดอย่างไร้เหตุผลว่า
“รู้หน้าไม่รู้ใจ คำพูดของคุณผมไม่เห็นด้วย ยังไงก็แล้วแต่ผู้ถือหุ้นที่เหลือของเราก็ไม่เห็นด้วยกับการเข้ามามีส่วนร่วมนี้ของคุณ!”
เสี่ยวเฟยทนไม่ไหวอีกต่อไป กำหมัดตัวเองแน่น พูดอย่างดุดัน
“ใครที่ไม่เห็นด้วยลุกขึ้นยืนเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวออกไปจะได้ยิงกระบาลทิ้งเรียงตัวไปเลย!”
เห็นชัดว่าซ่งเหลียนไม่ใช่พวกยอมคน ย้อนเสี่ยวเฟยกลับไปในทันที“นี่นายเป็นใคร ที่นี่ใช่ที่ที่นายจะมาพูดจาเหลวไหลหรือไง ?”
!