ตอนที่ 356
บทที่ 609 ลงสนาม
October 28, 2026
วินาทีที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ดวงตาของเหวินเยี่ยนหรี่ลง ฉับพลันเธอก็เหวี่ยงแส้ยาวในมือไปทางหยางเทียนฉายที่อยู่ไม่ไกล
ฟุ่บ!
แส้ยาวส่งเสียงหวีดหวิว เพียงพริบตาก็พุ่งตรงมายังด้านข้างของหยางเทียนฉาย
“เฮย เฮย!”
เมื่อหยางเทียนฉายเห็นสิ่งนี้ มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้ม จากนั้นขาทั้งสองข้างของเขาก็มีพลัง ร่างกายของเขาลุกขึ้นยืนหลบเลี่ยงแส้ยาวที่กำลังส่งเสียงร้องหวีดหวิว
ก่อนที่เขาจะกลายเป็นศิษย์ของเซียวชุ่น เขาเกือบจะมีชื่อเสียงในด้านการค้าขายโอสถ แต่พละกำลังของเขานั้นไม่ดีเท่าไรนัก แต่หลังจากการ ‘ทุบตี’ จากซ่งหลิงเอ๋อร์ในหลายวันมานี้ การฝึกตนก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนได้อีก
ในเวลานี้ ถึงแม้จะต้องเผชิญกับพรสวรรค์รุ่นเยาว์ของตระกูลเหวิน ภายในใจของหยางเทียนฉายกลับไร้ความรู้สึกหวาดกลัว
หลังจากหลีกเลี่ยงแส้ที่ร้ายกาจของเหวินเยี่ยน เขาไม่ถอยกลับแต่กลับพุ่งเข้าไป เขานั้นพุ่งไปยังด้านหน้า
“ฮึ ก็ได้เพียงเท่านี้แหละ!”
เหวินเยี่ยนยิ้มอย่างดูถูก ฉับพลันเธอสะบัดข้อมือทันที เห็นเพียงแต่ว่าแส้ยาวนั้นพุ่งออกไปและวกกลับมา โจมตีหยางเทียนฉายจากด้านหลัง
“แม่สาวน้อย จะทำให้เธอเห็นถึงความแข็งแกร่งของฉัน!”
เมื่อถูกดูหมิ่น หยางเทียนฉายก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้น เขาก็พ่นลมด้วยความโกรธ วินาทีนั้นเขาใช้ชี่จื้อปกป้องร่างกาย วางแผนที่จะเข้าไปปะทะแส้ของเหวินเยี่ยน
“ก็แค่ชายคนหนึ่งที่ค้าขายโอสถจะเอาอะไรมาต่อสู้กับฉัน?”
กล่าวอย่างเหยียดหยาม นัยต์ตาของเหวินเยี่ยนเย็นเยียบ ความแข็งแกร่งในมือของเธอกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เพียะ!
แส้ยาวฟาดไปยังชี่จื้อปกป้องร่างกายของหยางเทียนฉาย ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คมชัดดังขึ้น
“ฮืม?”
ทันใดนั้น เหวินเยี่ยนชะงักงัน เธอจ้องมองไปยังชี่จื้อปกป้องร่างกายที่สมบูรณ์ของหยางเทียนฉาย
แส้ที่ฟาดออกไปเมื่อครู่นี้ เต็มไปด้วยกำลังที่แข็งแกร่งของเธอ ชี่จื้อของนักบู๊ธรรมดาไร้หนทางต้านทานแส้ แต่คนค้าขายโอสถผู้นี้กลับรับแส้ไว้อย่างนั้นหรือ?
เมื่อมองไปยังเหวินเยี่ยนที่กำลังประหลาดใจ หยางเทียนฉายจึงยิ้มติดตลก “เฮยๆ เหนือความคาดหมายมากเลยใช่ไหมล่ะ?”
ทันทีที่เขาพูดจบ เขายื่นฝ่ามือออกมา รวบรวมชี่จื้อของเขาเพื่อฆ่าเหวินเยี่ยนที่กำลังไร้สติ
ด้านล่างเวทีประลอง เซียวชุ่นละสายตากลับมาจ้องมองไปยังซ่งหลิงเอ๋อร์ที่กำลังมองหน้าจอใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจ เขายิ้มพลางเอ่ย “ดูเหมือนว่าหลายวันมานี้เธอฝึกฝนรุ่นน้องไม่น้อยเลยทีเดียว!”
ครั้นได้ฟังเช่นนั้น ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็เม้มริมฝีปากและหัวเราะออกมา
“ทำไงได้ล่ะ รุ่นน้องของฉันนั้นอ่อนด้อยประสบการณ์ ถ้าฉันต้องการคู่ฝึกการต่อสู้ที่ดี ก็ทำได้เพียงแค่ต้องฝึกฝนให้เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว”
เซียวชุ่นส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนหน้านี้พละกำลังของหยางเทียนฉายนั้นเป็นอย่างไร แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดี ไหนเล่าที่จะแข็งแกร่งได้ดั่งเช่นตอนนี้ที่อยู่บนลานประลอง!
ไม่รู้ว่าซ่งหลิงเอ๋อร์นั้นฝึกพิเศษอย่างไร ภายในระยะเวลาที่แสนสั้นเช่นนี้ สามารถฝึกฝนรุ่นน้องผู้นี้ให้ออกมาเป็นเช่นนี้ได้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ภายในใจของเขาก็มีความระแคะระคาย
ดังนั้น เขายิ้มและเอ่ยถามซ่งหลิงเอ๋อร์ “เธอให้รุ่นน้องเป็นหนูทดลองใช่หรือไม่?”
“คุณรู้ได้ยังไง?” สีหน้าของซ่งหลิงเอ๋อร์ดูลำบากใจ
เซียวชุ่นส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มที่ขื่นขม “เฮอะๆ หากว่าต้องการเพิ่มพละกำลังให้คนผู้หนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น นอกเสียจากโอสถแล้วจะเป็นวิธีใดไปได้อีก?”
นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจน!
ทุกคนต่างก็ทราบกันดี บำเพ็ญตนนั้นเป็นเรื่องของการพัฒนาไปตามธรรมชาติ แต่ในกระบวนการนี้กลับมีทางลัด
การใช้โอสถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝน ไร้ข้อสงสัยนั่นเป็นวิธีการที่นักบู๊จำนวนมากจะได้รับพลังกำลังภายในระยะเวลาอันสั้น
เป็นเพราะซ่งหลิงเอ๋อร์กลั่นยา ดังนั้นทางด้านเซียวชุ่นจึงได้รับพละกำลังที่มากมายมหาศาล และภายในกำมือนั้นยังมีตำรับโอสถที่มีประสิทธิภาพที่ไม่ธรรมดา เงื่อนไขเหล่านี้เพียงพอที่จะวางรากฐานความแข็งแกร่งของหยางเทียนฉายให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“อาจารย์ก็คืออาจารย์ ไม่มีสิ่งใดที่จะรอดพ้นสายตาของคุณได้เลย!”
กลอุบายถูกเปิดโปง ซ่งหลิงเอ๋อร์ไม่ได้ปฏิเสธ กลับยอมรับเรื่องนี้ด้วยท่าทีสบายๆ
อันที่จริงเธอคิดจะใช้เรื่องนี้รับเอาความดีความชอบจากเซียวชุ่น แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเธอยังไม่ทันจะกล่าวสิ่งใดก็ถูกอาจารย์มองออกเสียแล้ว
“โอสถนั้นไม่ควรใช้มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นคนก็จะติดนิสัยพึ่งพามัน บำเพ็ญตนนั้นต้องเป็นไปทีละขั้นตอน เช่นนี้จึงจะสามารถวางรากฐานที่มั่นคงได้”
เซียวชุ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง