ตอนที่ 377
บทที่ 630 คืนความมั่นใจ
October 28, 2026
แม้ว่าจะแต่งงานกับเหยาเสินมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เซียวชุ่นก็ยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างลึกซึ้งกับเธอเลย
แต่เรื่องนี้มันก็ช่วยไม่ได้
เพราะว่าในเรื่องนี้ เซียวชุ่นเคารพในความคิดเห็นของเหยาเสินเสมอ เขาจะรอจนถึงเวลาที่เธอยินยอมด้วยตนเอง
ค่ำคืนนั้นไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น จนกระทั่งถึงเวลาเช้าพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า
ภายในศูนย์สังเวียนใหญ่สมาคมบู๊ของเขตตะวันตกเฉียงใต้ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่มีอุปกรณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป ใช้สายตาดุจดังราชสีห์เงยหน้าขึ้นมองไปกู้ไป๋อีที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งกำลังทำท่าทีบูดบึ้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นท่าทีอันหมดอาลัยตายอยากจากบุตรบุญธรรมของเขาคนนี้ เหมือนว่าอีกฝ่ายไร้ซึ่งการแสวงหาใด ๆ ไปจนหมดสิ้นหัวใจ
“ท่านพ่อครับ ผมมันอกตัญญู”
กู้ไป๋อีมองไปยังเนี่ยจิ่วฉงด้วยสายตาอันตื่นตระหนก ใบหน้าของเขามีความอับอายเขียนไว้อย่างชัดเจน “ผมไม่สามารถกำจัดเซียวชุ่นแทนพ่อได้ และไม่อาจตอบแทนเมตตาพ่อที่เลี้ยงดูผมมา ผมขอปลิดชีพตนเองเป็นการไถ่โทษ!”
เมื่อพูดจบเขาก็หยิบกริชขึ้นมาตรงหน้าตั้งใจจะฆ่าตัวตาย
หากไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องกลับมาให้คำอธิบายกับเนี่ยจิ่วฉงล่ะก็ เมื่อวานนี้เขาคงจะทำมันไปแล้วจริง ๆ
ศิลปะการต่อสู้ของเขา ถูกเซียวชุ่นเหยียบย่ำทำลายทิ้งจนสิ้น สื่อให้เห็นปัญหาใหญ่ในการฝึกฝนของเขา ประกอบกับเขารู้สึกละอายใจที่เนี่ยจิ่วฉงให้การฝึกฝนเขามาอย่างดีแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้ เขารู้สึกว่าตนไม่ควรอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
ช่วงเวลาเพียงแค่สายฟ้าแลบ เนี่ยจิ่วฉงก้าวไปข้างหน้าจากนั้นตบกมีดที่อยู่ในมือเขาทิ้งไป แล้วพลิกมือตบใบหน้าของกู้ไป๋อีอย่างแรง
เพียะ!
แรงที่เขาใช้ในการตบนั้นค่อนข้างหนักหน่วง ทำให้ใบหน้าของกู้ไป๋อีบวมแดงขึ้นมาทันตาเห็น มุมปากของเขาเต็มไปด้วยรอยเลือด
กู้ไป๋อีไม่มีความเคลื่อนไหวใด เขาเอื้อมมือไปเช็ดเลือดบริเวณริมฝีปากแล้วทำท่าทางสิ้นหวัง
เมื่อเนี่ยจิ่วฉงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาและพูดอย่างจริงจังว่า “การล้มเหลวเพียงครั้งเดียวไม่ได้หมายถึงทั้งชีวิตต้องล้มเหลว เหตุผลที่คนเราไม่ได้เข้มแข็งมาแต่กำเนิด นั่นเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับในชีวิตทีละเล็กทีละน้อยเหล่านั้น ก่อนหน้านี้ที่ลุกคิดว่าตนเองไร้ซึ่งข้อบกพร่องเพราะจุดเริ่มต้นของลูกสูงเกินไป วันนี้เมื่อถูกคนอื่นเอาชนะและพ่ายแพ้จึงไม่อาจรับความจริงนี้ได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่”
กู้ไป๋อีจะไม่เข้าใจหลักการนี้ได้อย่างไรเล่า
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงรสชาติความล้มเหลว แต่นั่นเป็นเพราะว่าเซียวชุ่นโจมตีเขาหนักหน่วงเหลือเกิน
กล่าวได้ว่า หัวใจแห่งกัลฝึกฝนวิทยายุทธของเขานั้นถูกทำลายไปจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นักบู๊สามารถพัฒนาตนขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ขนาดไหน ความเชื่อเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
และการสร้างความเชื่อมั่นในด้านศิลปะการต่อสู้นี้ค่อนข้างยาก เพียงแค่ถูกทำลายลง หากต้องการจะก้าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจก็คงยาก
“แต่ว่าหัวใจในการต่อสู้ของผมนั้น......” กู้ไป๋อีพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง
เนี่ยจิ่วฉงรู้ดีว่าบุตรบุญธรรมของเขาจะพูดสิ่งใด ดังนั้นจึงไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบเขาก็ยกมือขึ้นห้าม
“หัวใจแห่งการต่อสู้ของลูก ก่อนหน้านี้คือต้องการกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ความเชื่อมั่นนี้แข็งแกร่งมาก แต่ทุกอย่างมันก็ว่างเปล่า”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เอื้อมมือไปตบบ่ากู้ไป๋อีเบา ๆ
“แต่ตอนนี้หัวใจแห่งการต่อสู้ของลูกคือการล้างแค้น ล้างแค้นกับผู้ที่แข็งแกร่ง ภายใต้แรงกระตุ้นด้วยเงื่อนไขนี้ลูกจำเป็นจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม แน่นอนว่าจะต้องมีความมั่นใจจากใจจริงด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นกู้ไป๋อีที่ดวงตาดูมืดมนเมื่อสักครู่ก็ดูเป็นประกายขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่เนี่ยจิ่วฉงพูดประโยคนั้นออกมา คำคำนั้นก็วนเวียนอยู่ในความคิดของเขา
เมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่ ใบหน้าของเขาก็ดูสดใสอีกครั้ง
ตอนนี้กู้ไป๋อีราวกับได้เกิดใหม่ ด้วยความพูดของเนี่ยจิ่วฉงนั้น
เขากระจ่างแจ้งแล้วว่าตนต้องการจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และต้องแก้แค้นให้ได้
เช่นเดียวกับทีเนี่ยจิ่วฉงพูดไว้ การจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดนั้นไม่มีอะไรนอกจากทิศทางที่ว่างเปล่าครอบคลุมไปทั่ว ทำให้ผู้คนที่เดินบนเส้นทางนี้ง่ายที่จะหลงทาง
แต่การแก้แค้นนั้นแตกต่าง มันทำให้ศัตรูที่มองเห็นและสัมผัสได้ ทำให้เราสามารถไล่ล่าจนอีกฝ่ายหนึ่งต้องอับอาย ในที่สุดก็จะบรรลุผลตามเป้าหมาย
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ กู้ไป๋อีกก็เผยถึงรอยยิ้มขึ้น เนี่ยจิ่วฉงยกมือขึ้นกำมัดคาราวะ “พ่อครับ ต่อจากนี้ผมจะเก็บตัวฝึกฝนตน ถ้าหากไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ก็จะไม่หยุดเด็ดขาด”
เมื่อได้ยินดังนั้นเนี่ยจิ่วฉงก็พยักหน้าอย่างโล่งอก
“ดีมาก ไปเถอะ”
กู้ไป๋อีไม่ได้พูดอะไรอีกมากความ เขายืดตัวตรงแล้วเดินออกไปทางประตู