ตอนที่ 376
บทที่ 629 ฟื้นตัว
October 28, 2026
นับตั้งแต่ลูอิสเป็นพันธมิตรของเซียวชุ่นแล้ว ความสามารถของเขาก็เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง
แต่สาเหตุหลักที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะเซียวชุ่น แต่เป็นหงส์แดง
ระหว่างมือสังหารชั้นยอด คงจะมีเรื่องราวต่าง ๆ ให้พูดถึงอยู่เสมอ
ในแง่ของอาวุธปืน ลูอิสห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของหงส์แดง ในด้านนี้เขาสามารถศึกษาค้นคว้าประสบการณ์จากเธอได้
ส่วนในด้านของอาวุธอื่น ความรู้ของหงส์แดงไม่อาจสู้ลูอิสได้ ดังนั้นเธอจึงพยายามเรียนรู้ประสบการณ์จากอีกฝ่าย
ฟังทั้งสองคนได้เข้ามาร่วมมือซึ่งกันและกัน
จากความสัมพันธ์ดังกล่าว ฝ่ายแผนการต่อสู้อีกชุดหนึ่ง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อทั้งสองโดยเฉพาะจึงเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ที่พวกเขาสนทนากันก่อนจะเริ่มการแข่งขันนั้น ที่จริงก็สามารถมองเห็นได้ถึงความน่ากลัวในการต่อสู้ของอีกฝ่าย
เพราะถึงอย่างไรจากความพยายามร่วมกัน พวกเขาก็สามารถหยุดนักรบโดยกำเนิดเช่นกู้ไป๋อีได้นานถึงห้านาที
ต้องขอบอกว่า มันแข็งแกร่งมากเลยจริง ๆ
ต่อจากนั้น
พวกเขาทั้งหลายก็เดินทางกลับไปที่บ้าน
ภายใต้ความแนะนำอันมุ่งมั่นของหยางเทียนฉาย วันนี้ทุกคนจึงไม่ได้รับประทานอาหารที่บ้าน แต่จองโต๊ะที่โรงแรมบริเวณใกล้ ๆ เอาไว้โต๊ะหนึ่ง ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลอง
เหยาเสินและนางมังกรสามอีกทั้งต้วนเจียได้เดินทางมาร่วมมื้ออาหารในครั้งนี้ด้วย
ต่อมาเมื่อมีคนจำนวนมาก เซียวชุ่นจึงได้จองห้องโถงอีกห้องหนึ่งและเรียกจวงจิน เสี่ยวเฟยและคนอื่น ๆ มาด้วยกัน
ภายในห้อง เซียวชุ่นได้เอ่ยถามจวงจินถึงสถานการณ์ล่าสุดเรื่องหอการค้า
จวงจินวางแก้วไวน์ในมือลง
“เฮ้อ ที่จริงทุกอย่างก็ราบรื่นดี แต่ก่อนหน้านี้สมาคมมังกรเก้าที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่รู้ว่าไปหาผู้สนับสนุนใหม่คนไหนขึ้นมา ดูมีสัญญาณจะฟื้นตัว”
เซียวชุ่นพยักหน้าเอามือแตะค้างด้วยความสนอกสนใจ “งั้นหรือ? มีคนกล้าช่วยพวกเขาด้วยหรือนี่”
จวงจินพยักหน้าด้วยความโมโห
“ก็ใช่น่ะสิ ในวันนี้ผมส่งคนออกไปที่ชานเมืองเพื่อสกัดกั้นเอาไว้ แต่มีการต่อสู้เกิดขึ้นโชคดีที่พวกพี่น้องเราค่อนข้างจะโหดเหี้ยม ไม่อย่างนั้นก็คงจะพ่ายแพ้ราบคาบ
เซียวชุ่นได้ยินดังนั้นก็อดคิดไม่ได้
นับตั้งแต่ชิงจุนเข้ามารับมือสมาคมมังกรเก้า ทางด้านของเมืองเหลยหยางก็ไม่มีอำนาจใดเข้ามาทำตัวโดดเด่นอีก
ส่วนพวกที่เหลือรอดจากสมาคมมังกรเก้าเหล่านั้นก็พากันหลบซ่อนตัวไม่มีใครกล้ากระทำการบุ่มบ่าม
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้จู่ ๆ ก็มีคนกล้ากระโดดออกมาสร้างปัญหาก่อความไม่สงบ
จากที่เซียวชุ่นมองดูแล้ว นี่เป็นสัญญาณที่ไม่ธรรมดา
เมื่อคิดได้ดังนี้เขาจึงได้เอ่ยถามว่า “รู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง?”
จวงจินทุบโต๊ะอย่างโกรธเคือง “ยังไม่รู้ครับ ไอ้พวกนั้นมันเฉลียวฉลาดมาก เมื่อเห็นว่าสู้ไม่ได้ก็รีบถอยหนีทันที ไม่อยู่สู้กับพวกเราจนวินาทีสุดท้าย”
ทันใดนั้นเจ้าอ้วนก็ได้ยื่นใบหน้าของเขาเขามาอยู่ตรงหน้าเซียวชุ่น ทำท่าทางครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “ลูกพี่ ได้ยินมาว่าทางด้านของตระกูลถานดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย”
เซียวชุ่นได้ยินดังนั้น จิตใจของเขาก็คิดตาม หนังตากระตุกเบา ๆ เอ่ยถามว่า “ออกมาเคลื่อนไหวยังไง”
เจ้าอ้วนขมวดคิ้วเข้าหากันพูดว่า “ผมได้ยินเพื่อนคนหนึ่งพูดให้ฟัง ในวันนี้ดูเหมือนว่าพวกบอสใหญ่ของสมาคมเหลยหยางจะเดินทางไปที่คฤหาสน์ตระกูลถาน......ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดมากอะไรหรอก แต่เมื่อสักครู่ที่ได้ยินหัวหน้าพูดแบบนั้น ผมก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันดูแปลกไป”
จวงจินสายตาหนักอึ้ง “คิดว่าสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันใช่หรือไม่”
เจ้าอ้วนส่ายหน้า
“เรื่องนี้ที่จริงผมก็ไม่แน่ใจหรอก ก็เพียงแค่ลองคิดดูเท่านั้น คนอย่างถานห้าวฮั่น เขาจะยอมให้พวกเราเข้ามาเหยียบย่ำบนพื้นที่การดูแลของเขาเพื่อหาผลประโยชน์เหรอ?”
“ไอ้นี่ให้ตายสิ ฉันจะไปถามมันเดี๋ยวนี้!”
จวงจินตะโกนแผดเสียงออกมาก่อนจะลุกขึ้นทันทีเพื่อจากไปถามเรื่องนี้กับถานห้าวฮั่น