ตอนที่ 375
บทที่ 628 การตัดสินใจของถานกวงฉี
October 28, 2026
ในงานอิงเจี๋ยคัพครั้งที่ 1 นี้ สมาคมบู๊ขายหน้ามากจริง ๆ
ผู้อาวุโสคนหนึ่งและทูตอีกคนหนึ่ง รวมถึงเจ้าสำนักมากมาย ท้ายที่สุดแล้วกลับเสียเปรียบและพ่ายแพ้ให้แก่เซียวชุ่น พร้อมกับลูกศิษย์ของเขาสามคน ผู้คนทั้งหลายถูกทั้งสามทรมานอย่างไม่อาจสู้กลับได้
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมาคมบู๊เริ่มจัดการแข่งขันและพบกับสภาพอันไม่มีชิ้นดีแบบนี้
ไห่ถังคือคนเดียวที่สามารถหลบเลี่ยงสถานการณ์ขายหน้าเช่นนี้ไปได้ และก็มีเธอเพียงคนเดียวที่รักษาสติสัมปชัญญะของตนไว้ได้ตลอดเวลา อย่างแน่วแน่
คนที่อยู่ในความสงบนิ่ง เป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามโดยไม่ต้องสงสัย
เมื่อครู่ที่เซียวชุ่นให้การประเมินเธอแบบนั้น ก็ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง
ต่อมาเธอได้พานักบู๊ระดับสูงทั้งหลายเดินทางออกจากสนามแข่งขัน
ส่วนในช่วงของการมอบรางวัล สมาคมบู๊ได้มอบอำนาจให้กับสมาคมบู๊แห่งเมืองเหลยหยาง
การประกาศรางวัลในครั้งนี้เรียกได้ว่าทุกคนล้วนรู้ผลอยู่แล้ว และทำการประกาศอย่างตรงไปตรงมา
คนที่มอบรางวัลให้แก่เซียวชุ่นกับซ่งหลิงเอ๋อร์ เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งของสมาคมบู๊ที่สถานะต่ำเสียจนไม่รู้จะต่ำอย่างไร
การถูกปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ทำให้เซียวชุ่นรู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
เพราะหากเป็นเขา เขาเองก็คงจะรู้สึกแย่เหมือนกัน
ขณะเดียวกันนั้นเอง ในสนามมีคนสามคนที่ส่งสายตาอันเป็นปรปักษ์มองมาอย่างเข้มข้น
สามคนนั้นก็คือ จางเฟยหยาง เหวินถิงและถานกวงฉี
จางเฟยหยางถูกเซียวชุ่นโจมตีเสียจนพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นธรรมชาติ ประกอบกับก่อนหน้านี้เซียวชุ่นมีความคับข้องใจและความแค้นส่วนตัวกับตระกูลจางมากมาย เรื่องนี้เขาจะไม่หยุดอย่างง่าย ๆ แน่นอน
ความแค้นและความเกลียดชังแบบนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เขารู้ถึงความสามารถอันแท้จริงของเซียวชุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตระกูลจาง
ส่วนความเกลียดชังของเหวินถิงที่มีต่อเซียวชุ่น
เป็นเพราะชายที่เธอแอบชอบถูกเขาคนนี้ทำให้อับอายขายหน้า จะให้เธอนั่งอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร อีกอย่างเหวินเหยามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนคนนี้ ทำให้ในใจของเธอรู้สึกรังเกียจมากขึ้น
แต่ถานกวงฉีแตกต่างกันกับทั้งสอง ความแค้นของเขานั้นทั้งเกลียดและโกรธ
เขาหันไปถามเหว้ยหรงที่ยืนรออยู่ด้านข้างด้วยความโมโหว่า “เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร!”
คำถามนี้เหว้ยหรงเองก็อยากจะถามออกมาเช่นกัน
เพราะว่าเรื่องราวต่าง ๆ นั้น ตรงข้ามกับสิ่งที่เธอจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
ดูจากเหตุผลแล้วนั้น ตอนที่กู้ไป๋อีออกมาจัดการด้วยตนเอง เซียวชุ่นควรจะตายอย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้เล่าว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปเป็นกลับตาลปัตรแบบนี้ เซียวชุ่นไม่เพียงแต่ไม่ตาย การแข่งขันในครั้งนี้เขากลับทำให้สมาคมบู๊ต้องอับอาย นี่มันช่างน่าแปลกจริง
เมื่อเห็นสีหน้าอันประหลาดใจของเหว้ยหรง
ถานกวงฉีก็รู้ได้ว่าเขาไม่สามารถหาคำตอบจากปากของผู้หญิงคนนี้ได้
“ฟู่......”
เขาถอนหายใจออกมายืดยาว ตอนนี้มีเพียงตัวเลือกสองตัวเลือกกองอยู่ตรงหน้าตระกูลถาน
ตัวเลือกที่หนึ่ง หยุดการกระทำก่อนหน้านี้แล้วเอ่ยขอโทษเซียวชุ่นอย่างจริงใจขอเขาให้อภัย หรือไม่ก็เดินต่อไปตามเส้นทางมืดมนนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของถานกวงฉีก็ดูไม่ค่อยน่ามองนัก นิ้วมือของเขาจิกไปตรงที่วางแขนด้วยความกระสับกระส่าย
ก่อนหน้านี้ตระกูลถานเคยก่อเรื่อง หาเรื่องเซียวชุ่นเอาไว้หลายครั้งหลายหน และอีกฝ่ายหนึ่งก็เคยส่งสัญญาณเตือนตอนที่ยังทำความร่วมมือกันอยู่ หากว่าทางตระกูลถานกล้าจะทำการตุกติกอีกล่ะก็เขาจะไม่ให้อภัยอย่างง่ายดาย
เมื่อเป็นเช่นนี้ การขอโทษและขอเขาอภัยให้จึงไม่อยู่ในตัวเลือกครั้งนี้
ไป ๆ มา ๆ ตัวเลือกเดียวที่อยู่ตรงหน้าของถานกวงฉีจึงมีเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือเดินสู่เส้นทางอันมืดมน
ถานกวงฉีไม่ใช่คนที่เด็ดขาดอะไรนัก เปรียบเทียบกับพ่อของเขาแล้ว ถานห้าวฮั่นเป็นคนเด็ดขาดและชอบเดิมพันมากกว่า
ดังนั้นเขาจึงมีแผนการคำนวนอยู่ในใจ
“เอาเถอะช่างมัน......จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็อีกเรื่องหนึ่ง ดีกว่าให้ใครขึ้นมาขี่คอแล้วหาผลประโยชน์ เสี่ยงดูด้วยตนเอง แสวงหาผลกำไรเอาเองดีกว่า”
เหว้ยหรงตะลึงกับคำพูดอันกล้าหาญของเขาที่กล่าวออกมา
เนื่องจากคนโดยมากที่เห็นความแข็งแกร่งอันแท้จริงของเซียวชุ่นแล้ว ก็มักที่เลือกจะเข้าไปเอาอกเอาใจมากกว่าต่อต้าน