ตอนที่ 374
บทที่ 627 ไม่มีชิ้นดี
October 28, 2026
ข่าวที่เย่ฉวินคัดกรองออกมานั้นเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอน ทำให้นักบู๊บางคนที่ไม่เคยเห็นท่าทางอันน่าเกลียดในด้านลบของสมาคมบู๊ ได้เห็นความเป็นจริงนี้สักที
แต่ละคนล้วนเป็นพวกที่ไร้ความสามารถ ทำงานไปวัน ๆ บรรดาผู้บริหารระดับสูงของสมาคมบู๊ สั่งให้นักบู๊จากเมืองหลวงเข้าไปแย่งชิง ทรัพยากรมา ในขณะที่เมืองเป่ยหยางพบกับภัยพิบัติอันร้ายแรงแบบนี้
นี่มันทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกหวาดระแวงกลัวเหลือเกิน
“ฉันว่าตาเฒ่านั่นโกหกแน่ สมาคมบู๊จะทำเรื่องอย่างนี้ออกมาได้ยังไง?”
“ตาบอดหรือไงกัน เบิกตาดูภาพตรงหน้าสิ! ดูปฏิกิริยาของพวกระดับสูงในสมาคมบู๊เหล่านั้นสิ!”
“ถึงอย่างไรก็ยังอ่อนเกินไป แม้แต่ทูตเสือขาวก็ยังไม่กล้าหักล้าง คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องปลอมได้ยังไง”
......
เสียงการวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้น ในที่สุดทุกคนก็รับรู้ข้อเท็จจริง
เรื่องที่เย่ฉวินกล่าวนั้นเป็นความจริงทุกประการ
ใครก็ตามที่ไม่ได้ตาบอด มองจากใบหน้าของพวกผู้นำเหล่านั้น ก็พอจะมองออกถึงความหมาย
“พี่น้องและสหายทุกท่าน นับตั้งแต่สมาคมบู๊ได้ปลีกตัวออกมา ดูเหมือนจะลืมความตั้งใจเดิมของตนไป ประการแรก ได้ละทิ้งความตั้งใจเดิมที่จะรักษาไว้ซึ่งศิลปะการต่อสู้ของจีนเรา พวกเราจำเป็นจะต้องร่วมมือกันสามัคคี อย่าให้พวกเขาใช้ศิลปะการต่อสู้เหล่านี้มาทำลายบู๊ลิ้ม”
หยางเทียนฉายเห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสอันดีงาม เขาได้คิดทบทวนคำพูดอยู่ในใจครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา ต้องการจะใช้โอกาสนี้ในการเอาชนะ ใจของนักบู๊ทั้งหลายที่กำลังอยู่ในความขุ่นเคือง
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเขาดังนั้น ไห่เซิ่งหยุนก็โมโหโกรธจัด พูดจาประชดประชันขึ้นว่า “แกมันก็เป็นแค่คนกลั่นยากระจอก ๆ มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้?”
หยางเทียนฉายเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบกลับทันที “แกมันก็แค่คนรับใช้เขา มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกฉันแบบนี้?”
ไห่เซิ่งหยุนได้ยินดังนั้นก็โมโหเสียจนหนวดปลิว
ถึงอย่างไรเขาก็นับว่าเป็นเจ้าสำนักคนหนึ่ง กลับถูกเหยียดหยามว่าเป็นเพียงแค่คนกระจอกงอกง่อย ทำให้เขาเหลือทนจริง ๆ
“บังอาจ แน่จริงก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ!”
หยางเทียนฉายรู้ตัวดีว่าความสามารถของเขาไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้กับไห่เซิ่งหยุน นักบู๊รุ่นเก๋าเช่นนี้ได้
เขาจึงยอมรับชะตากรรมแล้วรีบวิ่งไปที่ลานประลองหมายเลขหนึ่ง ยืนอยู่ข้างหลังเซียวชุ่น พูดด้วยท่าทางเหมือนถูกรังแกว่า “ท่านอาจารย์ครับ ตาเฒ่านี่คิดจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ท่านอาจารย์ต้องคืนความยุติธรรมให้กับผมนะครับ!”
เมื่อเห็นดังนั้น เซียวชุ่นก็ได้ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ทำไมเขาถึงได้รับลูกศิษย์ที่ขี้ขลาดแบบนี้มากัน!
แต่ตอนนี้ ลูกศิษย์จะเป็นอย่างไรยังไม่สำคัญ การที่มีคนเข้ามารังแกลูกศิษย์ของเขา จะต้องผ่านด่านนี้ไปเสียก่อน
ดังนั้น เขาจึงได้เดินลงไปจากลานประลองแล้วโบกมือเรียกไห่เซิ่งหยุน
“เจ้าสำนักไห่ ผมจะสอนทักษะอันยอดเยี่ยมให้กับคุณเอง ขึ้นมาเวทีบนเวทีเพื่อต่อสู้กับผมสิ”
เมื่อไห่เซิ่งหยุนได้ยินดังนั้นก็หดคอลงด้วยความกลัว ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ทำได้เพียงสบถคำออกมาอย่าง โกรธแค้นว่า
“ไร้ยางอาย!”
ซ่งหลิงเอ๋อร์เยื้องกายมาด้านข้างของเซียวชุ่นอย่างช้า ๆ แล้วหันไปยิ้มให้กับไห่เซิ่งหยุนที่ด้านล่างเวที
“ในเมื่อเจ้าเจ้าสำนักไห่ไม่อยากจะต่อกรกับอาจารย์ของฉัน จะลองสู้กับฉันที่เป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ ดูไหมคะ?”
หยางเทียนฉายได้ยินดังนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้าย ก่อนจะหันไปเบิกตาจ้องมองดูไห่เซิ่งหยุน แล้วหันมาทุบหลังให้กับซ่งหลิงเอ๋อร์เบา ๆ พูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่ จัดการมันให้เต็มที่เลย ตาเฒ่านี้เมื่อสักครู่เขาจะรังแกศิษย์น้องผู้หล่อเหลาและเอาอกเอาใจแสนอบอุ่นของศิษย์พี่คนนี้ เขาไม่ไว้หน้าท่านอาจารย์ กับท่านอาวุโสฟู่เลย”
“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
ในครั้งนี้ ไห่เซิ่งหยุนไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป อาจารย์และศิษย์คู่นี้ตั้งใจจะจัดการกับเขาให้ได้เลยใช่ไหม
“ดี ดีมาก ฉันจัดการกับอาจารย์ของพวกแกไม่ได้ คิดว่าเพียงแค่ลูกศิษย์สองสามคนฉันจะจัดการไม่ได้อีกเหรอ?”
ให้ตายสิ ไอ้พวกนี้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ไห่เซิ่งหยุนก็ตะโกนออกมาด้วยความโมโห แล้วเดินตรงไปที่ขอบเวทีทำท่าทางเหมือนกับเจอศัตรูที่โกรธแค้นกันมาเนิ่นนาน
แต่เขาก้าวออกไปได้เพียงสองสามก้าว ไห่ถังก็ได้ยื่นมือออกมาลากเขากลับไป
“ท่านทูตเสือขาว ปล่อยผม วันนี้ผมจะจัดการไอ้คนพวกนี้ให้เละเลยคอยดู”
ไห่เซิ่งหยุนหันไปพูดกับไห่ถังด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
แต่ไห่ถังกลับส่ายหน้าแล้วเกลี้ยกล่อมเขาว่า “อย่าได้วู่วามไป หากขึ้นไปคาดว่าคงไม่ได้ลงมา”
“ผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก” ไห่เซิ่งหยุนใบหน้าแดงด้วยความโมโหแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง