ตอนที่ 391
บทที่ 644 โรงเรียนบู๊จิ่งเทียน
October 28, 2026
“อาจารย์ เมื่อครู่ทำไมถึงไม่พูดเรื่องจะให้จ้าวสหเซียวแก้แค้นให้ล่ะ?”
ประคองอาจารย์เดินออกจากห้องประชุม ลั่วเชียนอี้อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
“แก้แค้น?”ฉินเจิ้นหวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”
ลั่วเชียนอี้มองดูอาจารย์ที่ราวกับไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ พูดอย่างเคียดแค้นว่า “ไอ้คนชั่วเนี่ยจิ่วฉงต้องการจะเอาชีวิตอาจารย์เพื่อเป็นใหญ่ และเพราะพลังวิชาของอาจารย์แข็งแกร่งก็จึงสามารถหลบหนีมาได้ ไม่อย่างนั้นสำนักบู๊เป่ยโต้วของเราคงไม่มีเสาหลักไปแล้ว ความแค้นนี้ไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้!”
“วางใจเถอะ เราต้องเชื่อในจ้าวสหเซียว เรื่องนี้เขาจะให้คำอธิบายกับเราได้อย่างแน่นอน ”
ฉินเจิ้นหวนเอื้อมมือไปตบที่ไหล่ของลูกศิษย์เบาๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ครั้งที่แล้วที่เป่ยหยางเขาถูกเนี่ยจิ่วฉงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่
เพราะหากเซียวชุ่นอยากจะให้สมาชิกคนอื่นๆไม่ท้อแท้หมดกำลังใจ ก็จำต้องหยิบยกเอาประโยชน์จากเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ไปขอคำอธิบายจากสมาคมบู๊
ในเวลาเดียวกัน ซ่งหลิงเอ๋อร์ที่ยังอยู่ในห้องประชุมก็เดินมาหาเซียวชุ่น
เธอเอ่ยถาม“อาจารย์ เรื่องของนายท่านฉินอาจารย์ตั้งใจจะจัดการเมื่อไหร่?”
เซียวชุ่นยกยิ้มเล็กน้อย “เหอะๆ ไปถึงที่เขาหยา ฉันจะให้สมาคมบู๊ต้องชดใช้ เนี่ยจิ่วฉงอยู่ที่นั่นได้เตรียมการปกป้องไว้อย่างแน่นหนา ในเมื่อเขากล้าลงมือทำร้ายบุคคลสำคัญของฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะให้เขาต้องพังพินาศอยู่ที่เขาหยาไปเลย ”
“แบบนี้มันจะดูใจร้อนเกินไปหรือเปล่า?”ซ่งหลิงเอ๋อร์มองเขาอย่างเป็นกังวลไปแวบหนึ่ง
“ฉันก็ไม่อยากจะทำศึกสงครามกับสมาคมบู๊ในตอนนี้ แต่หากไม่ทำอะไรเลย สมาชิกคนอื่นๆที่เหลือจะมองเรายังไง ศัตรูมาเหยียบถึงจมูกขนาดนี้ หรือจะต้องให้อดทนต่อไปอย่างนั้นเหรอ?”เซียวชุ่นพูดอย่างไม่มีทางเลือก
ซ่งหลิงเอ๋อร์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และมันจะต้องกลายเป็นชนวนความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย
แต่ไม่นานเธอก็ปล่อยวางมันลงได้ เพราะที่“อิงเจี๋ยคัพ” การกระทำของอาจารย์ก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว จะไม่ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้งกับสมาคมบู๊ และเพราะฉินเจิ้นหวนถูกทำร้ายก็จึงเป็นตัวเร่งเครื่องให้เรื่องราวดำเนินไปเร็วขึ้นก็เท่านั้น
วันที่วุ่นวายนี้ในที่สุดก็ได้จบลง
เช้าวันรุ่งขึ้น เมืองเหลยหยางท้องฟ้าแจ่มใส
เวลาสิบโมงเช้า ซ่งชิงโจได้พาเด็กๆกลุ่มหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมาที่โรงเรียนบู๊ จากโรงเรียนที่เงียบเฉียบก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังระงมขึ้นในทันที
มองดูพ่อที่เดินเข้ามาหาตัวเองอย่างสง่าผ่าเผยและน่าเกรงขาม ซ่งหลิงเอ๋อร์เอ่ยเรียกเสียงเบา“พ่อ”
ซ่งชิงโจหัวเราะร่า คว้าไปที่มือของลูกสาว ถามด้วยความเป็นห่วง“เหอะๆ หลิงเอ๋อร์ลูกรัก ได้แอบอู้งานบ้างหรือเปล่า การบำเพ็ญตนพัฒนาไปบ้างไหม?”
ได้ยินดังนั้น ซ่งหลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่คนเป็นพ่อ“พรสวรรค์ของหนูอาจารย์ยังต้องเอ่ยปากชมเลย มีแต่พ่อนี่แหละที่ชอบดูถูกหนู!”
จะเห็นว่าเวลาปรกตินั้นซ่งชิงโจเป็นคนที่น่าเกรงขามอย่างมาก แต่เมื่อเวลาที่อยู่กับลูกสาว ก็แทบไม่มีความน่าเกรงกลัวใดๆเลย ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า“ก็พ่อเป็นห่วงนี่นา?”
พ่อลูกไถ่ถามทุกข์สุขกันอยู่สักพัก จากนั้นก็เริ่มทำการลงทะเบียนกลุ่มเด็กๆกว่าสามพันคนในทันที
อายุของเด็กกลุ่มนี้อยู่ในระหว่างหกถึงสิบขวบ ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ซ่งชิงโจไปเสาะหามาจากทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ทุกคนล้วนหน่วยก้านดี แค่มองก็รู้ว่าเป็นต้นกล้าชั้นเยี่ยมของการฝึกศิลปะการต่อสู้
หลังจากที่จัดการกับเด็กเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว ผู้อำนวยการอย่างเซียวชุ่นก็ถึงได้มาปรากฏตัว
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพราะเซียวชุ่นขี้เกียจ แต่เป็นเพราะงานที่เขาต้องสะสางในตอนนี้นั้นมีมากเกินไป และเพราะเหตุนี้ก็จึงทำให้ล่าช้า
เมื่อซ่งหลิงเอ๋อร์เห็น ก็พูดอย่างไม่พอใจว่า“ อาจารย์ ไปแอบอู้ที่ไหนมาอีกล่ะ ?”
ซ่งชิงโจที่อยู่ข้างๆเกาไปที่จมูก แอบคิดในใจว่าลูกสาวคนนี้ช่างโหดจริงๆ ถึงขนาดกล้าตำหนิคนเป็นอาจารย์อย่างเซียวชุ่นต่อหน้าแบบนี้ได้ !