ตอนที่ 393
บทที่ 646 คนที่ไม่อยากเจอกลับต้องเจออย่างเลี่ยงไม่ได้
October 28, 2026
วันรุ่งขึ้น เซียวชุ่นส่งซ่งชิงโจกลับไปแล้ว ก็กลับมาประจำการอยู่ที่โรงเรียนบู๊
พูดว่ามาประจำการ แต่แท้จริงแล้วเรียกว่าตรวจการณ์น่าจะเหมาะกว่า
“โรงเรียนบู๊จิ่งเทียน”ในตอนนี้มีบุคลากรอยู่เต็มอัตรา และทุกคนมีการแบ่งหน้าที่งานที่ชัดเจน อาทิเช่นซ่งหลิงเอ๋อร์กับหนิงจื้อหยวนรับผิดชอบในฐานะอาจารย์กลั่นยา ถ่ายทอดวิชาเกี่ยวกับหลักการกลั่นยาให้นักเรียนได้เรียนรู้
หยางเทียนฉายกับฮู๋ปู้กุยสองคน ก็กำลังเตรียมเรื่องหอโอสถอยู่
ลูอิสกับหงส์แดงก็ไม่ได้อยู่เฉย ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ซ่านโฉ่ว รับผิดชอบฝึกสอนทักษะการต่อสู้ขั้นพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างร่างกายที่แข็งแรงให้กับเด็กๆ
ฉินเจิ้นหวนที่ร่างกายเริ่มจะฟื้นตัวได้บ้างแล้ว เซียวชุ่นก็ได้ให้เขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าครูผู้ฝึกสอน ให้เขาดูแลรับผิดชอบบรรดาครูผู้สอนของโรงเรียนบู๊
“โรงเรียนบู๊จิ่งเทียน”แม้จะเป็นโรงเรียนที่เพิ่งจะก่อตั้งขึ้นใหม่ แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบ
เซียวชุ่นเชื่อว่าจากการทุ่มเทของทุกคน ไม่นานทุกอย่างก็จะเกิดดอกออกผล
ในระหว่างที่เซียวชุ่นกำลังจะเตรียมตัวกลับบ้านนั้น ก็เห็นหนิงจื้อหยวนเดินมาหาตัวเองด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
เมื่อเห็นดังนั้น เซียวชุ่นถามด้วยความสงสัยว่า “ผู้อาวุโส คุณเป็นอะไรไป?”
หนิงจื้อหยวนกล่าวอย่างเศร้าสร้อย“จ้าวสหเซียว ไอ้พวกชั่วจากสมาคมบู๊มันขู่ว่าหากฉันไม่กลับไปที่เขาหยา พวกมันจะทำลาย‘โรงเสวียนฮู๋’!”
“อะไรนะ?”
เซียวชุ่นตะลึง แอบคิดในใจว่าคนพวกนี้ทำเกินไปแล้ว ทำลายลานบู๊ก็ไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ เรื่องเลวทรามแบบนี้คนปรกติทั่วไปเขาไม่ทำกัน ไม่คิดว่าสมาคมบู๊จะเอาเรื่องนี้มาข่มขู่หนิงจื้อหยวน
คิดได้ดังนั้น เซียวชุ่นก็จึงถามต่อ “ผู้อาวุโส พวกเขาให้เวลาคุณนานแค่ไหน? ”
“สามวัน!”
หนิงจื้อหยวนพูดอย่างคับแค้นใจ ใบหน้าก็ทั้งโกรธและทั้งวิตกกังวล
เซียวชุ่นพยักหน้า“ผมเข้าใจแล้ว คุณกับฮู๋ปู้กุยเดินทางล่วงหน้ากันไปก่อน ขอผมกลับไปบอกที่บ้านแล้วจะรีบตามไป!”
ฟังจบ หนิงจื้อหยวนก็โค้งคำนับให้แล้วพูดว่า“ขอบคุณสำหรับน้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้เป็นอย่างมาก จ้าวสหเซียวมีพระคุณกับ‘โรงเสวียนฮู๋’ของฉัน จากนี้ไปฉันหนิงจื้อหยวนจะขอรับใช้อย่างซื่อสัตย์!”
เมื่อเซียวชุ่นเห็น รีบโบกมือให้“ ตอนนี้คุณเป็นผู้อาวุโสในหอโอสถของผม ศิษย์ในสำนักกำลังลำบากผมจะนิ่งเฉยได้ยังไง ยิ่งไปกว่านั้นสวนสมุนไพรนั้นมีประโยชน์กับหอโอสถอย่างมาก จะให้ตกไปอยู่ในมือของสมาคมบู๊ชั่วๆอย่างง่ายๆได้ยังไง !”
จากนั้น หนิงจื้อหยวนก็มองเซียวชุ่นอย่างลึกซึ้งไปแวบหนึ่ง ตัดสินใจว่าหลังจากที่จบเรื่องนี้ เขาจะบอกความลับของ “โรงเสวียนฮู๋”ที่เก็บงำมานานกว่าหลายร้อยปีให้เซียวชุ่นได้รู้ ถือเป็นการตอบแทน!
“จ้าวสหเซียว งั้นฉันจะล่วงหน้าไปก่อนนะ !”
พูดจบ หนิงจื้อหยวนก็หันหลังแล้วเดินไปยังทิศทางของประตูโรงเรียนในทันที และฮู๋ปู้กุยเองก็ได้ยืนรอด้วยใบหน้าที่ร้อนรนอยู่ก่อนแล้ว
จากนั้น เซียวชุ่นก็ไม่รอช้า ตามตัวซ่งหลิงเอ๋อร์มาแล้วสั่งงานเสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินทางไปหาเหยาเสินที่บริษัทสตาร์ไลท์เพื่อบอกให้อีกฝ่ายได้ทราบเกี่ยวกับการเดินทางในครั้งนี้
เมื่อเห็นสามีร้อนรนแบบนี้ เหยาเสินรู้ว่าเขาต้องไปจัดการเรื่องงานสำคัญเป็นส่วนใหญ่ ก็จึงไม่ได้ถามมากอะไร พูดแค่เพียง“ระวังตัวด้วย” แล้วปล่อยให้เขาไป
บ่ายวันนั้น เซียวชุ่นขึ้นเครื่องเดินทางไปยังเมืองซงเจียง
พอลงจากเครื่อง เขาก็โทรหาหนิงจื้อหยวนทันที สอบถามว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน
“จ้าวสหเซียว ฉันได้ยินเพื่อนๆหลายคนบอกว่าสถานการณ์มันแปลกๆ เนี่ยจิ่วฉงคงน่าจะอยากล่อให้พวกเรามาแล้วจัดการพวกเราในคราวเดียว ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสองวัน ไม่สู้เรามาวางแผนกันก่อนแล้วค่อยลงมือ !”หนิงจื้อหยวนที่อยู่ปลายสาย พูดคำนี้ขึ้นมา
หัวใจของเซียวชุ่นกระตุกวูบ ตระหนักรู้ถึงปัญหาที่มีแล้วเช่นกัน จึงหารือกับหนิงจื้อหยวนว่ามาเจอกันพรุ่งนี้ที่เมืองซงเจียงแล้วค่อยมาวางแผนกัน
ทันทีที่ออกมาจากสนามบิน เซียวชุ่นก็เห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังรวมตัวกันอยู่ที่ประตูของสนามบิน ในมือของแต่ละคนก็ถือแท่งไฟและป้ายไฟLED
ในตอนแรกเขาไม่ได้สนใจมันมากนัก แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นชื่อบนป้ายไฟนั้น ท่าทีของเขาก็แหนงหน่ายขึ้นในทันที