ตอนที่ 416
บทที่ 669 การต่อสู้ที่มีความหมายยิ่งใหญ่
October 28, 2026
เซียวชุ่นที่กำลังเดินเตร่อยู่บนทางภูเขาที่คดเคี้ยวยาวเหยียด ในขณะนี้ยังไม่รู้เลยว่าต่อให้การต่อสู้ระหว่างของตัวเองกับเนี่ยจิ่วฉงนี้ยังไม่ได้ออกแสดง กลับมีผลกระทบต่อการเลือกของคนจำนวนมากซะแล้ว
สมาคมบู๊ซงเจียงย่อมไม่ต้องพูดมาก หลังจากเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วจะต้องเข้าร่วมสหพันธ์บู๊อย่างแน่นอน
ส่วนมีผู้อาวุโสพวกนั้นที่อยู่ไหล่เขากี่คนที่จะเข้าร่วมนั้น นั่นก็ตัดสินได้ยาก อย่างไรเสียเมื่อครู่ยังมีผู้อาวุโสที่ค่อนข้างมีเล่ห์เหลี่ยมหลายคนที่ไม่ได้แสดงความเห็น
แต่ว่าพวกนี้ ล้วนไม่ใช่เรื่องที่เซียวชุ่นควรไปใส่ใจในตอนนี้
ยอดเขาใกล้จะอยู่เบื้องหน้า การต่อสู้ของเขากับเนี่ยจิ่วฉงกำลังเริ่มเปิดฉาก
เนื่องจากการตายของเนี่ยเยว่ เซียวชุ่นจึงอยู่ร่วมโลกกับเจ้าสังเวียนสมาคมบู๊ท่านนี้ไม่ได้ตั้งนานแล้ว
หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ละก็ สถานะของเขาในตอนนี้ก็จะไม่ได้เป็นจ้าวสหเซียวเช่นกัน แต่เป็นเจ้าสำนักคนหนึ่งในสมาคมบู๊ต่างหาก
เกิดคลื่นลูกใหญ่อยู่ในใจ เท้าของเซียวชุ่นเหยียบบนยอดเขาแล้ว
ยอดเขาหยานั้นโล่งเตียน แตกต่างจากความเขียวชอุ่มที่ปกคลุมเมฆหมอกบนภูเขา
มีสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่หลังนี้ตั้งอยู่ด้านข้างผาอันสูงชันทางทิศตะวันออกเป็นเวลานาน เป็นพยานของการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ทะเลสีครามขึ้นลงไม่แน่นอน ท่ามกลางการตากแดดจากพระอาทิตย์และการเปียกโชกจากน้ำฝนนับไม่ถ้วน
ที่นั่นก็คือสถานที่ตั้ง “โรงเสวียนฮู๋”
และในขณะนี้ มีคนวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าประตูใหญ่ของโรงเสวียนฮู๋ มองเซียวขุ่นโดยไม่ขยับเขยื้อน สายตาโกรธแค้น หน้าตาหมองหม่น
“สามารถทำลาย “ค่ายอีชี่กุยหยวน” ด้วยความเร็วเช่นนี้ ทำให้ฉันเหนือความคาดหมายอยู่หน่อย ! ”
คนวัยกลางคนพูดอย่างเชื่องช้าแล้วลุกขึ้น เอาสองมือไพล่หลังเดินเตร่มาหาเซียวชุ่น
เซียวชุ่นยิ้มราบเรียบ เดินไปเผชิญหน้ากับคนวัยกลางคนด้วยเช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน ในระหว่างที่สายตาตัดสลับกัน อดไม่ได้ที่ความคิดในการต่อสู้อันน่าเกรงขามเริ่มแพร่ขยาย
สักพักหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายเดินไปยืนนิ่งที่จุดที่ห่างกันห้าเมตร ต่างมีท่าทีสงบนิ่ง
ในระหว่างที่ลมอันบ้าคลั่งโหมกระหน่ำ ยอดเขาได้ปรากฏบรรยากาศเย็นเยือก
คนวัยกลางคนสายตาบึ้งตึง มุมปากแสยะยิ้มเย็น
“ฮ่า นึกไม่ถึง เจ้าสำนักเล็ก ๆ ที่เมื่อก่อนฉันบีบได้ตามใจชอบ จนถึงสุดท้ายแล้วถึงกับสามารถมีสิทธิ์ที่จะยืนอยู่ที่นี่ร่วมกับฉันได้ !”
ได้ยินดังนั้น เซียวชุ่นจัดระเบียบส่วนหน้าของเสื้อผ้าที่ถูกลมพัดจนยุ่งเหยิงอย่างสบาย ๆ พลันยิ้มเอ่ย : “เจ้าสังเวียนเนี่ยยังคงหลงตัวเองเหมือนเคยเลยนะ !”
เห็นอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจเช่นนี้ ไฟความโกรธที่อยู่ในใจเนี่ยจิ่วฉงเป็นคลื่นยักษ์ในทันที
ฝืนทนความวู่วามที่อยากจะฆ่าขึ้นมา เขาเหลือบมองเซียวชุ่นแวบหนึ่งอย่างเย็นชา
“รู้ไหมว่าทำไมนายสามารถมีชีวิตจนถึงตอนนี้ได้ ?”
เซียวชุ่นยิ้มโดยไม่ปริปากพูด ยืนตระหง่านทะนงองอาจ
“เป็นเพราะฉันเมตตากับนายเกินไปไง !” เนี่ยจิ่วฉงพูดแบบถามเองตอบเอง
จากนั้น เขาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง : “หลังจากนายเยว่ตายไป ฉันไม่ได้เห็นเจ้าสำนักเล็ก ๆ อย่างเห็นอยู่ในสายตาแล้ว สั่งให้กู้ไป๋อีลูกบุญธรรมลงมือรักษาความแค้นแห่งการสูญเสียลูก กลับคาดไม่ถึงว่าสุดท้ายก็ล้มเหลวภายใต้การขัดขวางของหนูกลุ่มเดียว”
“ “อิงเจี๋ยคัพ” เรียกตัว ฉันยังคงไม่ได้ทำอะไรนาย นึกไม่ถึงเลยว่านายในตอนนั้นกลับปีกกล้าขาแข็ง อัดไป๋อีของฉันจนทำลายสติสัมปชัญญะหมดสิ้น สุดท้ายทำให้นายกลายเป็นจ้าวสหเซียวในวันนี้ ยังจะต่อสู้กับสมาคมบู๊ของฉันจนถึงที่สุดอีก !”
เผชิญหน้ากับคำพูดอันยาวเหยียดของเนี่ยจิ่วฉงนี้ เซียวชุ่นตอบเพียงแค่สี่คำ
“หาเรื่องใส่ตัว”
ใช่แล้ว เนี่ยจิ่วฉงหาเรื่องทั้งหมดนี้ใส่ตัวเองทั้งนั้น
ทำไมเนี่ยเยว่ถึงตายได้ นั่นเป็นสิ่งที่เขาทำเอง
กู้ไป๋อีจะถูกอัดจนทำลายสติสัมปชัญญะหมดสิ้น นั่นเป็นเพราะก่อนหน้าเขาปล่อยให้หยางจื่อโน่ซ้อมและทำให้ซ่งหลิงเอ๋อร์เสียเกียรติ เซียวชุ่นจะไม่แก้แค้นเรื่องนี้ได้อย่างไร
ส่วนทำไมสมาคมบู๊ถึงได้มีสถานการณ์แบบนี้ในวันนี้ พูดแล้วก็ยุ่งยากและไม่ค่อยมีมารยาท ไม่เอ่ยถึงจะดีกว่า
ส่วนเนี่ยจิ่วฉงในตอนนี้เอาทั้งหมดนี้มาคิดไว้ที่ตัวเองโดยไม่แยกผิดถูก เซียวชุ่นก็ขี้เกียจจะไปโต้เถียงอะไร