ตอนที่ 415
บทที่ 668 ไม่ได้ใจจากผู้คน
October 28, 2026
“นี่คือ……”
หลังจากเซียวชุ่นเดินไป เกาฉิวมองโอสถเม็ดนี้ที่อยู่ในมือด้วยใบหน้าตกตะลึง
แม้ว่าเขาไม่ใช่อาจารย์กลั่นยา แต่ด้วยความที่อยู่ที่สมาคมบู๊จนชินหูชินตาแล้ว จึงพอสั่งสมความรู้พวกโอสถมาด้วย
เขาเอาโอสถนั่นมาดมกลิ่นที่ปลายจมูกเบา ๆ โดยระงับความตกใจเอาไว้ข้างในใจ
ทันใดนั้น กลิ่นหอมชื่นใจหลั่งไหลเข้ามาในร่างกายทันที ถึงขนาดที่ทำให้ความเจ็บปวดแสนสาหัสตามร่างกายเขาบรรเทาลงอย่างอิ่มอกอิ่มใจลงช้า ๆ
ครู่ใหญ่ต่อมา เขาลืมตา ความตกใจที่อยู่ในแววตาไม่ลดน้อยลงจากก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียว
อดที่จะพูดพึมพำไม่ได้ : “เป็นโอสถรวมจิตจริง ๆ ด้วย เป็นโอสถอันแสนล้ำค่าและหาได้ยากที่ซ่อมแซมกล้ามเนื้อและหลอดเลือดรวมทั้งจัดระเบียบพลังชีวิตให้ผู้ฝึกฌาน !”
เกาฉิวหยิบโอสถเม็ดนี้ อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าไปมองยังทิศทางที่เซียวชุ่นจากไป พลันเผยสายตาที่แปลกไป
จากนั้น เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น เหมือนได้ทำการตัดสินใจบางอย่างอย่างไรอย่างนั้น แล้วกลืนโอสถลงไป
ในจังหวะนี้เอง ผู้อาวุโสที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยคนหนึ่งเดินไปที่ข้างกายเกาฉิว เอ่ยอย่างระมัดระวัง : “ผู้อาวุโสเกา คุณไม่เป็นไรนะ ?”
“ค่ายอีชี่กุยหยวน” ร้ายกาจจริง แต่ว่าการย้อนกลับหลังจากถูกคนทำลายค่ายกล นั่นเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถต้านทานได้ไหวด้วยเช่นกัน
คนแรกในนั้นก็คือตาค่าย สถานหนักคือความตาย สถานเบาคือกล้ามเนื้อและหลอดเลือดขาดหมดสิ้น !
แต่คำตอบต่อจากนี้ของเกาฉิวสบาย ๆ มาก กลับทำให้คนนั้นรู้สึกงงงวย
“ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง !”
“ผู้อาวุโสเกา……”
เกาฉิวโบกมือ : “ไม่ต้องพูดให้มากความ เมื่อกี้จ้าวสหเซียวให้โอสถรวมจิตเม็ดหนึ่งกับฉัน หลังจากทานไปอาการบาดเจ็บจะหายไปปลิดทิ้งเอง”
“หา ! ? ”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสหลายท่านเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้าง
บทสนทนาของเซียวชุ่นกับเกาฉิวเมื่อครู่ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่ได้สนใจเลย อย่างไรก็ตามการที่ค่ายกลใหญ่ถูกทำลาย พวกเขาก็ได้รับการย้อนกลับในระดับหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน จำเป็นต้องใช้ชี่กงรักษาโดยเร็ว จะไปมีเวลาสนใจเรื่องทางนี้ที่ไหนกัน
เกาฉิวถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง จึงเอ่ยปาก
“ถึงแม้อยู่สมาคมบู๊ “โอสถรวมจิต” นี้ก็เป็นของล้ำค่าเช่นกัน แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่างพวกเรานี้ก็มีคนน้อยมากเหลือเกินที่จะสามารถได้ใช้ในวันปกติได้ แต่เซียวชุ่นนี่ถึงกับหยิบออกมาหนึ่งเม็ดทันทีหลังจากนั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจเหลือเกิน !”
“หากว่าไอ้เด็กนี่ไม่มีฝีมือ นายคิดว่าโจวเทียนเหิงรวมทั้งหนิงจื้อหยวนและคนอื่น ๆ จะไปขอพึ่งพาอาศัยเหรอ ?”
“พวกนายอย่าได้ลืมล่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนเซียวชุ่นยังเอ่ยปากบอกเองว่าจะสร้าง “หอโอสถ” ในระหว่างที่เปิดโรงเรียนบู๊ และยังประกาศศักดาในงานอีกว่าจะจัดตั้งการประชุมจำหน่ายโอสถในระหว่างที่ดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิแสนอบอุ่น นี่เป็นการบอกกล่าวแล้วว่าจะต่อสู้กับสมาคมบู๊ในด้านโอสถเพื่อจะได้ตัดสินใจแพ้ชนะ !”
“โห คิดไม่ถึงว่าในระยะเวลาสั้น ๆ “สหพันธ์ซินบู”จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจจัดการได้เลย !”
ได้ฟังคำพูดนี้ ทุกคนต่างขวัญหาย
ในฐานะที่เป็นระดับสูงของสมาคมบู๊ ผู้อาวุโสกลุ่มนี้ตระหนักได้ถึงปัญญาที่สมาคมบู๊เผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้ได้อย่างลึกซึ้งเลย
ที่เซียวชุ่นบอกกล่าวไปก็คือจะเอากฎที่ผู้เข้มแข็งอยู่รอด ผู้ที่ด้อยกว่าถูกคัดออก ซึ่งเป็นระบบการจัดการของสมาคมบู๊ในตอนนี้ดึงเอามาเป็นพวกเพื่อช่วยทุกคนอย่างโจ่งแจ้ง
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ก่อนหน้านี้ไม่กี่ท่านที่อยู่ที่นั่นต่างก็เคยพิจารณาว่าจะตัดขาดจากกลุ่มชั่วร้ายและก้าวเข้าสู่กลุ่มที่มีอนาคตดีหรือเปล่า หากไม่ใช่ว่ากลัวว่าไปทางฝั่งสหพันธ์บู๊นั่นแล้ว ไม่มีสถานะผู้อาวุโสอย่างในตอนนี้ คาดว่าคนที่อยู่ที่นั่นในวันนี้จะน้อยลงไปครึ่งหนึ่งเลยเชียว
ในจังหวะนี้เอง เกาฉิวลุกขึ้นมาจากการประคองของเพื่อนร่วมงาน
เขาพูดเสียงดังกันวาน : “ทุกคนฟังฉันพูด !”
เมื่อทุกคนได้ยิน ยังนึกว่าเกาฉิวจะให้ทุกคนขึ้นไปช่วยเจ้าสังเวียนเนี่ยเพื่อเสริมอานุภาพของค่ายกล
มีผู้อาวุโสบางคนที่ใจไม่อยู่กับที่นี่แล้ว เริ่มถอนตัวกลางคันทันที
“ผู้อาวุโสเกา ช่างมันดีกว่า ต่อให้ตอนนี้พวกเราขึ้นไปก็ช่วยเจ้าสังเวียนเนี่ยไม่ได้หรอก การต่อสู้ระดับพวกนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถเข้าร่วมได้เลย”
“ใช่แล้ว อีกย่าง ตอนนี้ทุกคนต่างได้รับบาดเจ็บ ค่ายกลก็ไม่สามารถเริ่มได้อีกครั้งแล้วเช่นกัน คอยอยู่ที่นี่จะดีกว่า”