ตอนที่ 452
บทที่ 705 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
October 28, 2026
จากนั้นไม่นานนัก ภายในหอโอสถก็มีเสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชของพี่เทียนฉายดังขึ้น
บนศีรษะของเขาปูดบวมอยู่หลายแห่ง ในที่สุดหยางเทียนฉายก็รู้แจ้งว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่น้องลั่วที่มีความสามารถอย่างมหัศจรรย์ แต่เป็นอาจารย์ตัวจริงเสียงจริง!
“ศิษย์พี่ของนายล่ะ?”
หลังจากใช้กลยุทธ์แล้ว เซียวชุ่นก็เอ่ยถามศิษย์ที่กำลังร้องไห้อย่างไร้น้ำตาด้วยท่าทีเฉยเมย
“ผู้อาวุโสหนิงและคนอื่นๆต่างก็จากไปแล้ว หอโอสถนี้ไม่มีเรื่องใดให้ต้องทำแล้ว และเหล่าเด็กน้อยนั้นพื้นฐานการฝึกฝนยังไม่ดีเท่าไรนัก การกลั่นยานี้เร็วเกินไปที่จะเรียนรู้ ศิษย์พี่เบื่อหน่ายกลับไปบำเพ็ญตนแล้วครับ”
หยางเทียนฉายเอ่ยตอบอย่างเคารพ
ตอนนี้ภายในโรงเรียนบู๊ สถานที่ที่เงียบสงบและสบายที่สุดก็คงจะเป็นหอโอสถของพวกเขา
ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เซียวชุ่นได้กล่าวไว้ ไม่ว่าเมื่อใดหอโอสถก็ต้องการใครสักคนที่คอยนั่งบัญชาการ บางทีเขาอาจจะไปเดินเที่ยวเตรีเสียตั้งนานแล้ว ไหนเล่าจะมานั่งพยายามอยู่ที่นี่
“คุณโจวและคนอื่นล่ะ?”
เซียวชุ่นมองสำรวจไปทั่วหอโอสถที่ว่างเปล่า
หยางเทียนฉายเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “คุณโจวมาอาศัยอยู่ที่หอโอสถสองวัน เมื่อพบว่าไม่มีเรื่องใดให้ต้องทำ เช่นนั้นจึงกลับบ้านไปศึกษาค้นคว้าโอสถแล้ว”
วันนี้ภายในหอโอสถนอกเสียจากเตากลั่นยา สิ่งอื่นใดก็ไม่มี
วันที่สองแห่งการเปิดหอโอสถอย่างไรเสียผู้อาวุโสหนิงจื้อหยวนได้พาลูกศิษย์ไปยังซงเจียง แม้กระทั่งโครงร่างการพัฒนาที่นี่ก็ยังทันเวลาที่จะกำหนด
อีกทั้งเซียวชุ่นยังต้องรอให้เก็บสมุนไพรจากสวนสมุนไพรเขาหยา จากนั้นก็จะทำให้ที่นี่กลับมาคึกคักอีกครั้ง
เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าแผนการนั้นจะไล่ตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน
ขณะที่เซียวชุ่นอยู่ภายใต้อารมณ์แห่งการปลง หยางเทียนฉายที่อยู่ด้านข้างก็มองเขาด้วยสีหน้าเร่งรีบ
“อาจารย์ ดินห้าสีนั่น...”
เซียวชุ่นชำเลืองมองเขาด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก จากนั้นหยิบหม้อดินจากกระเป๋าสะพายหลังออกมาพลางกล่าว “ทั้งหมดอยู่ภายในนี้ ฉันตั้งใจนำกลับมาให้นายโดยเฉพาะ”
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น เขายื่นหม้อดินสีดำสนิทให้แก่ศิษย์
หยางเทียนฉายคลายผนึกฝาหม้อดินด้วยใบหน้าตื่นเต้น
ทันใดนั้น ลำแสงอันเจิดจ้าก็พุ่งออกมาจากฝาหม้อดิน ดินห้าสีนั้นสะท้อนเปล่งประกายภายในหอโอสถ ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ
“ยอดไปเลย ยอดเยี่ยมไปเลย!”
ถือหม้อดินในมือไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า หยางเทียนฉายดีใจจนเนื้อเต้น
เซียวชุ่นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ล้ำลึกและเอ่ยเตือน “แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่านายต้องการสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร แต่หากสามารถนำกลับมาได้ ทางที่ดีก็ควรนำกลับมา อย่างไรเสียดินประเภทนี้ก็เป็นของล้ำค่า”
“ผมจะพยายามอย่างเต็มที่!”
สีหน้าของหยางเทียนฉายเผยให้เห็นถึงความลำบากใจ
“เอาเถอะ เรื่องทางนี้ก็มอบหมายให้นายแล้ว ฉันจะไปหาคุณโจวเสียหน่อย”
ตบไหล่เขาและเซียวชุ่นไม่กล่าวสิ่งใดอีก
“อาจารย์!”
หยางเทียนฉายเห็นว่าอาจารย์กำลังจะจากไป ฉับพลันเขาก็เอ่ยเรียก
“ว่าอย่างไร?” ฝีเท้าของเซียวชุ่นหยุดลง เอ่ยถามอย่างสงสัย
หยางเทียนฉายเม้มริมฝีปากอย่างลังเล เขาเอ่ยด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ
“คือว่า...ผมอาจจะต้องไปจากเหลยหยางสองสามวัน เมื่อถึงเวลานั้นจะให้ศิษย์พี่มาอยู่ที่นี่ ผมเพียงแค่อยากจะบอกอาจารย์ครับ”
“นายบอกหลิงเอ๋อร์และมอบหมายหน้าที่ให้เธอก็เพียงพอแล้ว”
เซียวชุ่นโบกมือจากนั้นก็เดินตรงออกไปด้านนอกประตู
แต่ในขณะที่เขาก้าวเท้าออกไปจากประตูใหญ่ของหอโอสถ เขาเอ่ยพึมพำว่า “หากว่าพบเจอกับปัญหายากลำบากเรื่องใด จำไว้ต้องบอกกล่าวฉัน”
เมื่อเอ่ยเช่นนั้นเขาก็หายไปจากประตูใหญ่
มองไปยังหม้อดินที่อยู่ภายในอ้อมกอด นัยต์ตาของหยางเทียนฉายก็เต็มไปด้วยความประทับใจ
แม้ว่าเขาต้องการเป็นอย่างมากที่จะบอกกล่าวเซียวชุ่นว่าตนนั้นต้องไปทำสิ่งใด
แต่ทว่าเรื่องของที่นี่นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก บางทีมันอาจจะสร้างปัญหาให้กับอาจารย์ ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่มีเรื่องน้อยก็ทุกข์น้อย
ในช่วงบ่าย
เซียวชุ่นออกจากโรงเรียนบู๊และตรงไปยังตระกูลโจว
สถานที่นั้นอยู่ในเขตวิลล่ายอดเขาจิ่งเทียน ไม่ไกลจากโรงเรียนโรงเรียนบู๊
หลังจากลงทะเบียนที่หน้าประตูใหญ่แล้วเซียวชุ่นก็สามารถเข้ามาด้านในเขตได้สำเร็จ
หลังจากที่เดินมาตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงบ้านตระกูลโจว