ตอนที่ 451
บทที่ 704 พี่เทียนฉายผู้อวดฉลาด
October 28, 2026
ตอนนี้เหลยหยางสำหรับเหยาเสินนั้นปลอดภัยเป็นอย่างมาก ต่อให้เธอจะเดินทางมาส่วนตัวแต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
ตอนนี้ตระกูลถานกล้าที่จะสร้างผลกระทบแก่เธอในด้านของธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่ในด้านการลอบเล่นเล่ห์เหลี่ยมนั้นกลับไม่กล้า
เพราะตระกูลถานรู้ดีว่าในสนามการต่อสู้นั้นเซียวชุ่นจะไม่ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงแน่ แต่หากว่าลอบเล่นกลอุบาย นั่นหมายความว่ากำลังรนหาที่ตาย
เป็นเพราะเหตุผลนี้
หงส์แดงและลูอิสทั้งสองคนนี้รับหน้าที่เป็นผู้สอนในโรงเรียนบู๊ ไม่จำเป็นจะต้องคอยคุ้มกันความปลอดภัยของเหยาเสินตลอดเวลา
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ คนกลุ่มหนึ่งก็เดินทางไปยัง “โรงเรียนบู๊จิ่งเทียน”
เมื่อเซียวชุ่นยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่กว้างใหญ่ภายในนั้น
ดวงตากลมโตของเสือน้อยเบิกกว้าง มองไปรอบด้านเป็นครั้งคราว มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉับพลัน เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงของเด็กน้อย “ที่นี่คือโรงเรียนงั้นเหรอคะ?”
เซียวชุ่นลูบศีรษะของเสือน้อย ยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่ไปอีกนาน”
ครั้นได้ฟังเช่นนั้น ท่าทีของเสือน้อยดูลังเลเล็กน้อย
“งั้นหนูก็จะไม่ได้เจอคุณย่าไปอีกนานเลยงั้นเหรอคะ?”
โรงเรียนบู๊มีกฎเกณฑ์ นอกจากช่วงวันหยุดภาคฤดูหนาวและฤดูร้อน ไม่อนุญาตให้ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก แม้ว่ากฎนี้จะค่อนข้างไร้มนุษยธรรม แต่กลับเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาความเป็นอิสระและการตัดสินใจได้ด้วยตนเองของเด็ก
ในตอนนี้เซียวชุ่นเองก็แทบจะทนไม่ไหว แต่เพื่อตัวเสือน้อย เขาเองต้องใจแข็งเข้าไว้
“ใช่แล้ว เธอจะไม่ได้เจอคุณย่าอีกนานเลย”
วินาทีนั้น เสือน้อยก็น้ำตาไหลและร้องไห้ คนที่ได้พบเห็นต่างก็พลอยทุกข์ใจ
แต่ทว่าเสือน้อยนั้นกลับเข้มแข็งมาก ครั้นน้ำตาเอ่อล้นในดวงตา
เธอรีบยื่นมือออกมาปาดน้ำตานั้นทิ้ง เธอยืดอกพลางกล่าว “หนูสัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลคุณย่าให้ดี หนูจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน!”
ได้ฟังเสือน้อยเอ่ยถึงพ่อของตน ภายในหัวใจของเซียวชุ่นนั้นรู้สึกเศร้า
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาคุกเข่าลงเอื้อมมือไปจับไหล่ของเสือน้อยพร้อมกับพยักหน้าอย่างรุนแรง
“ฉันเชื่อเธอ”
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น เซียวชุ่นกุมมือของเสือน้อยไว้และเดินเข้าไปภายในโรงเรียน
หงส์แดงและลูอิสกลับไปยังที่ของตนเอง เพื่อเริ่มงานในวันนี้
เขาพาเสือน้อยไปยังห้องทำงานของฉินเจิ้นหวน เพื่อเด็กน้อยจะได้ลงทะเบียนตามขั้นตอนการรับสมัคร จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้พาเสือน้อยไปจัดการวางแผนในเรื่องถัดไป
“กลับมาเมื่อไร?”
ฉินเจิ้นหวนยิ้มเล็กน้อยและยื่นแก้วชาให้กับเซียวชุ่น
ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเป็นปกติดี ไม่ได้มีท่าทางเจ็บป่วยจากการถูกทำร้ายจากเนี่ยจิ่วฉงเลยแม้แต่น้อย
หลังจากรับแก้วชา เซียวชุ่นเอ่ยตอบ “กลับมาเมื่อวานนี้”
จากนั้นฉินเจิ้นหวนก็เอ่ยด้วยความสนอกสนใจ “สถานการณ์ที่ซงเจียง นายตรวจสอบจนรู้แจ้งแล้วหรือยัง?”
ด้วยรอยยิ้มบางเบา เซียวชุ่นเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้ฉินเจิ้นหยวนถึงกับตกตะลึง
“สถานการณ์ในซงเจียง นักบู๊ทั้งหมดนั้นถูกยึดครองไว้หมดแล้วและยอมจำนนต่อสหพันธ์บู๊ของผม!”
ได้ฟังเช่นนั้น ฉินเจิ้นหวนยอดฝีมือในสนามรบถึงกับอ้าปากค้าง
ภายในเวลาไม่ถึงสิบวัน ดินแดนซงเจียงทั้งหมดยอมจำนนงั้นหรือ?
ข่าวนี้เมื่อได้ฟังอาจจะดูขลาดเขลาเกินไปใช่หรือไม่?
แต่ทว่า สิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดผวานั้นคือประโยคถัดจากไป
ได้ยินเพียงเซียวชุ่นเอ่ยว่า “ไม่เพียงแต่ซงเจียง ที่เขาหยาเนี่ยจิ่วฉงได้ต่อสู้กับผมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทิ้งดาบไว้และหลบหนีไป หลังจากการต่อสู้นี้ ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดของสมาคมบู๊ละทิ้งความชั่วร้าย หันเข้าสู่แสงสว่าง ภายใต้การนำของหัวหน้าระดับสูงได้กลายเป็นกองหน้าของสหพันธ์บู๊แห่งซงเจียง”
เนี่ยจิ่วฉงได้รับบาดเจ็บสาหัส!
เกาฉิวยอมจำนน!
สองข่าวนี้ราวกับเป็นระเบิดขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน ภายในสมองของฉินเจิ้นหวนเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น
เขามองเซียวชุ่นด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อ
เมื่อนานมาแล้วเขาเองก็คาดหวังกับเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้สูง แต่ไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะรายงานเรื่องนี้กับตน อันที่จริงมันค่อนข้างน่ากลัวเกินไปหน่อย