ตอนที่ 461
บทที่ 714 ชายชราตกปลา
October 28, 2026
หลังจากที่ออกมาจากวิลล่า เซียวชุ่นก็ได้มุ่งหน้าไปยังวิลล่าอ่าวรอยัลวอเตอร์
ซ่งหลิงเอ๋อร์เป็นเหมือนอย่างที่หยางเทียนฉายกล่าวจริง ๆ ได้ฝึกวิถีโอสถอยู่ในห้องโอสถของวิลล่า
แม้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้จะมีนิสัยแปลกประหลาด แต่ภายในใจกลับค่อนข้างชอบเอาชนะ
ความสำเร็จในการกลั่นยาของหยางเทียนฉายในตอนนี้พูดได้ว่าน้ำขึ้นเรือย่อมสูง
เมื่อเห็นว่ากำลังจะสั่นคลอนถึงตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ของเธอแล้ว ซ่งหลิงเอ๋อร์จึงได้แต่ยกระดับการฝึกฝนของเธอเพื่อไม่ให้ศิษย์สามารถแซงหน้าได้
“อาจารย์ ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
มองดูเซียวชุ่นที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก ซ่งหลิงเอ๋อร์จึงกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย
“พึ่งกลับมาเมื่อวาน!” เซียวชุ่นยิ้มอ่อน ๆ และกล่าวต่อ: “เธอจะกลั่นยา ทำไมไม่ไปที่หอโอสถ แต่กลับมาที่บ้านล่ะ?”
แม้ว่าตอนนี้หอโอสถจะยังไม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่อุปกรณ์ที่อยู่ด้านในนั้นมีครบทุกอย่าง สามารถให้คนเข้าไปกลั่นยาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร
ซ่งหลิงเอ๋อร์กล่าวต่อ: “เตากลั่นโอสถของที่นั่นใช้ไม่คุ้นมือเท่ากับของฉันเอง”
ส่ายศีรษะอย่างจนใจ เซียวชุ่นได้กล่าวต่อ: “วันมะรืนฉันน่าจะต้องกลับเจียงไห่แล้ว เธอล่ะ?”
“อาจารย์จะกลับไปล้วเหรอ?” ซ่งหลิงเอ๋อร์ชะงัก
เห็นดังนั้น เซียวชุ่นกล่าวอย่างทอดถอนใจ: “ใช่แล้ว นี่ก็หนึ่งเดือนกว่าแล้วที่มาเหลยหยาง ตอนนี้เรื่องที่นี่ก็จัดการเรียบร้อยจนหมดแล้ว ถึงเวลาที่จะกลับไปเสียที!”
เหลยอย่างในตอนนี้ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาทั้งหมด
ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างตระกูลถานก็ได้ถูกจัดการไปเมื่อคืน ที่นี่ไม่มีอะไรมีค่าพอที่จะให้เขาอยู่ต่อไป
ครุ่นคิดอยู่สักพัก ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ได้กล่าวขึ้นมาเอง: “ในเมื่ออาการจะกลับไป งั้นฉันก็กลับไปด้วยดีกว่า ก่อนหน้านี้ฉันและศิษย์น้องเอาแต่กลั่นยาอย่างบ้าคลั่ง หุ้ยเชิงหยวนที่กลั่นออกมานั้นเพียงพอที่จะให้สตาร์ไลท์ใช้นานกว่าครึ่งปีแล้ว”
เซียวชุ่นพยักหน้ากล่าว: “เรื่องหุ้ยเชิงหยวนไม่ต้องเป็นกังวล ฉันได้หารือกับโจวเทียนเหิงเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากนี้เรื่องผลิตภัณฑ์ในเหลยหยางมีพวกเขาตระกูลโจวคอยจัดหาให้ ส่วนหอโอสถของโรงเรียนบู๊จะมีฮู๋ปู้กุยลูกศิษย์ของหนิงจื้อหยวนเป็นคนมารับช่วงต่อ
ตอนที่เขาไปบ้านตระกูลโจวในเมื่อสักครู่ ก็ได้มอบหมายเรื่องผลิตภัณฑ์ของสตาร์ไลท์สาขาเหลยหยางกับอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย ให้เขาคอยดูแลรวมทั้งจัดหาสินค้า
เพราะไม่ว่าอย่างไนเสียซ่องหลิงเอ๋อร์ก็ไม่ใช่คนเหลยหยาง เป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เพื่อจัดการดูแลเรื่องผลิตภัณฑ์ตลอดไป
ส่วนคนที่จะประจำตำแหน่งในหอโอสถนั้น เซียวชุ่นได้มอบให้เป็นหน้าที่ของฮู๋ปู้กุยและบรรดาศิษย์ตระกูลโจว หลังจากวันนี้ไปคนพวกนี้จะรับหน้าที่ดูแลเรื่องราวทุกอย่างของหอโอสถในเหลยหยาง
ตลอดทั้งเช้าของวันนี้ เซียวชุ่นได้จัดการเรื่องราวไปมากมาย ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาของสหพันธ์บู๊ หลังจากที่ตัวเองจากไปเอาไว้จนแทบทั้งหมด
“แล้วศิษย์น้องล่ะ?”
เวลานี้ ซ่งหลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขั้นมา
เซียวชุ่นมองดูอีกฝ่ายอย่างจนใจแวบหนึ่ง
“วันนี้ศิษย์น้องของเธอได้นำดินห้าสีออกไปจำนวนหนึ่ง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำเรื่องอะไรแล้ว”
“อาจารย์ คบหาพูดคุยกับศิษย์น้องมาระยะหนึ่ง ฉันพบว่าเหมือนว่าบนร่างของเขาได้ซ่อนความลับเอาไว้มากมาย?”
ซ่งหลิงเอ๋อร์กล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เหอะ ๆ ฉันดูออกตั้งนานแล้ว......”
ยิ้มอ่อน ๆ เซียวชุ่นหยุดพูด ครุ่นคิดอยู่สักพัก ถึงได้กล่าวต่อ: “เขาไม่ยอมพูด บางทีอาจจะมีความลำบากใจอะไรก็ได้!”
“อืม” ซ่งหลิงเอ๋อร์พยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของเซียวชุ่นเป็นอย่างมาก
เห็นดังนั้น เซียวชุ่นก็ตบไหล่ของลูกศิษย์เบา ๆ ยิ้มกล่าว: “ไม่ต้องคิดมากแบบนั้น เธอไปเก็บของเตรียมตัว พรุ่งนี้เช้าพวกเราเดินทางกลับเจียงไห่ทันที!”
กล่าวจบ เขาก็ได้ออกไปจากวิลล่าอ่าวรอยัลวอเตอร์
ในขณะเดียวกัน
หยางเทียนฉายได้ปรากฏตัวขึ้นในป่าอันกว้างใหญ่ของเขาฉางไป๋
เขาฉางไป๋อยู่ห่างจากเหลยหยาง ระยะทางพันกว่ากิโลเมตร เมื่อตอนเช้าเขายังอยู่ที่เหลยหยาง ตอนนี้กลับได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
“เหอะ ๆ มีดินห้าสีอยู่ในมือ หญ้าเผยจีก็จะสามารถดำรงอยู่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วอาการป่วยของท่านตา......”
พูดมาถึงตรงนี้ ที่มุมปากของหยางเทียนฉายได้ปะปนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติยินดี
เขาถอนกอหญ้ากอหนึ่งที่ตรงหน้าขึ้นมา อาศัยทิศทางที่อยู่ในความทรงจำ เดินกะโผลกกะเผลกมุ่งหน้าไปยังสถานที่บางแห่งที่อยู่ในภูเขา
เนื่องจากที่นี่อยู่ใกล้กับพื้นที่ใจกลางของเขาฉางไป๋ ใช้คำว่าเปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คนมาอธิบาย ก็ไม่นับว่าเกินเหตุเลยสักนิด