ตอนที่ 464
บทที่ 717 หอหนังสือ
October 28, 2026
เนื่องจากเมื่อคืนจวงจินได้จัดการเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนากิจการของสมาคมชิงจุนในเหลยหยางเรียบร้อยแล้ว จึงได้กลับมาถึงเจียงไห่ตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้
ดังนั้นหน้าที่ของการมารับพวกเขาที่สนามบินจึงตกมาอยู่ที่เขาเป็นธรรมดา
ไม่นานนัก ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ได้นั่งรถของจวงจิน และมุ่งหน้ากลับไปยังบ้าน
ส่วนพวกเซียวชุ่นนั้น ได้นั่งรถ MPVคันหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังที่พัก
เช้าตรู่ของวันถัดมา
เหยาเสินไม่ได้ไปทำงานที่บริษัท แต่ได้พาเซียวชุ่นไปหาคุณพ่อคุณแม่แทน
หลังจากที่มาถึงคฤหาสน์ เมื่อหลิวหยุนเซียงได้เห็นลูกสาวที่ไม่ได้เจอมานานก็ต้องสอบถามสารทุกข์สุกดิบเป็นธรรมดา และพลางถือโอกาสถามถึงสถานการณ์ของเซียวชุ่นด้วย แน่นอนว่ามันเป็นเพียงการถือโอกาสเท่านั้นเอง
หลังจากที่เกิดเรื่องร่าวขึ้นมากมาย ความคิดความอ่านที่เธอมีต่อเซียวชุ่นนั้นได้เปลี่ยนไปนานแล้ว
แต่ภายในใจของเธอกลับยังคงมีความตำหนิลูกเขยคนนี้อยู่ไม่น้อย
ยกตัวอย่างเช่น มีเงินมากมายแบบนั้นก็ไม่รู้จักกลับมากตัญญูบ่อย ๆ!
ทานอาหารเที่ยงอยู่ที่บ้านเสร็จ เหยาเสินก็ได้ถูกผู้เป็นแม่ลากออกไปช้อปปิ้ง
หลังจากที่เซียวชุ่นได้ดื่มชาเป็นเพื่อนพ่อตาอยู่หลายแก้ว ก็ได้ขอตัวจากไป
เขากลับมาเจียงไห่ในครั้งนี้ หลัก ๆ แล้วคือต้องการไปยังที่พักของผู้เป็นอาจารย์ เพื่อหาวิธีบรรลุสู่ “แดนแหงนฟ้า” ให้กับตัวเอง
หลังจากที่ออกมาจากบ้านตระกูลเหยา
เขาก็ได้ขับรถไปยังสถานวรยุทธเพียงลำพัง
เนื่องจากเส้นทางบนภูเขาค่อนข้างคับแคบ เซียวชุ่นจึงได้จอดรถไว้ที่ตีนภูเขา แล้วเดินมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขาอย่างช้า ๆ
ตลอดทางที่เดินมา เขาไม่ได้พบกับนักท่องเที่ยวที่มาเดินเขาเลยแม้แต่คนเดียว
เพราะที่นี่ยังไม่ได้ถูกพัฒนา เมื่อเทียบกับความเปล่าเปลี่ยวรกร้างของเขาหยา แทบไม่ต่างอะไรกันเลย
เงียบสงบมาตลอดทาง เมื่อเขาได้มายืนอยู่บนยอดเขา เวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึงบ่ายสามโมงกว่าแล้ว
ห่างออกไปไม่ไกลนัก สถานวรยุทธที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่งก็ได้ปรากฏเข้าสู่สายตา เปล่าเปลี่ยวทั้งยังเงียบสงบ
เมื่อได้เห็นสถานที่แห่งนี้ ภายในใจของเซียวชุ่นก็คิดไปต่าง ๆ นานา ความคิดถึงที่มีต่อผู้เป็นอาจารย์ได้โหมกระหน่ำเข้ามาในใจเหมือนดั่งน้ำขึ้น
นับตั้งแต่ที่นักพรตมู่เหยียนผู้เป็นอาจารย์ได้ออกไปท่องเที่ยว ก็ไร้ซึ่งร่องรอยและข่าวคราวเหมือนกับไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว
สำหรับเรื่องนี้ เซียวชุ่นก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพราะจากผลการบำเพ็ญตนของอาจารย์แล้ว คนที่สามารถทำอันตรายอาจารย์ได้ คิดว่าบนโลกใบนี้คงมีไม่กี่คน
ครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง เขาก็ได้ยื่นมือออกไปผลักเปิดประตูไม้ทั้งสองบ้านของวัดเต๋า
เสียง “เอี๊ยด” ดังขึ้น ทุกอย่างที่อยู่ด้านในมองเห็นได้อย่างหมดจด
ราวกับเป็นความเคยชิน เซียวชุ่นได้เดินไปยังสถานที่ที่วางรูปปั้นของ “หยวนสื่อเทียนจุน” เอาไว้ที่ตรงกลางห้อง พนมมือและไหว้สามครั้ง
จากนั้นก็ได้หยิบธูปสามดอกออกมาจากถุง จุดไฟแล้วปักลงไปบนกระถางธูป
ควันธูปสีเขียวลอยขึ้นมา ในที่สุดก็มีกลิ่นธูปอ่อน ๆ ขึ้นมาในวัดเต๋า
จากนั้น เซียวชุ่นก็ได้ยกเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังซุ้มประตูด้านหลังวัด มาถึงบริเวณพื้นที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง
สายลมแผดร้องโหยหวน ในหุบเหวลึกที่อยู่นอกรั้วเล็กปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
เซียวชุ่นไม่ได้หยุดฝีเท้าลง เขาเดินมาถึงริมหน้าผา แล้วกระโดดลงไปทันที
เสียงลมพัดผ่านหูไป ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากำลังถอยหลังอย่างรวดเร็ว เขาตกลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ภายในใจกลับยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม
หลังจากที่ตกลงไปหลายร้อยเมตร เมฆหมอกอันหนาแน่นที่อยู่ตรงหน้าก็ได้หายไป โลกที่มีสีสันอันน่ามหัศจรรย์ ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเซียวชุ่นอีกครั้ง
วันเวลาผ่านไปแสนนาน ในที่สุดเขาก็กลับมา
ร่อนลงสู่พื้นดินเบา ๆ แม้ว่าเขาจะเติบโตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังคงตกตะลึงกับภาพบรรยายที่อยู่โดยรอบเหมือนเดิม
หลังจากที่ได้ชื่นชมอยู่สักพัก สายตาของเซียวชุ่นก็ได้หยุดลงที่เรือนหลังหนึ่ง
ในเรือนนั้นมีตึกเล็ก ๆ ที่สร้างด้วยไม้แห่งหนึ่ง ตะไคร่น้ำเต็มไปหมดเกาะเต็มไปหมด
“ฮ่า ๆ นานมากแล้วนะที่ไม่ได้กลับมา”
ยิ้มอ่อน ๆ เซียวชุ่นก้าวเท้าเดินไปยังตึกเล็ก ๆ
หลังจากที่ได้ถอดอาถรรพ์ต้องห้ามไปหลายสาย เงาร่างของเซียวชุ่นก็ได้ปรากฏขึ้นที่ลานเรือนเป็นที่เรียบร้อย