ตอนที่ 471
บทที่ 724 วิชากู่
October 28, 2026
ตอนนี้การบำเพ็ญตนของซ่งหลิงเอ๋อร์ได้บรรลุถึงแดนพรแสวงขั้นสูงสุดแล้ว
กับอีแค่กู่พิษเล็ก ๆ มันทำอันตรายใด ๆ เธอไม่ได้จริง ๆ
เธอพลันขยับฝีเท้า จากนั้นก็เกิดเป็นเงาร่างสายหนึ่งขึ้นมาทันที กวาดตัวพุ่งไปยังด้านหน้าของเซียวชุ่น
จากนั้น ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ยกแขนขึ้น ระหว่างที่แขนเสื้อโบกสะบัดนั้น ชี่จื้ออันแรงกล้าก็ได้พุ่งเข้าไปหาจุดสีดำนั่น
“ปัง!”
เสียงอู้อี้ได้ดังขึ้นมาในอากาศ จากนั้นก็มีกลิ่นเหม็นสาบลอยตามมา
หลังจากที่ได้ทำลายระบวนท่าของหร่วนจินสุ่ย ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็หัวเราะเบา ๆ
“เหอะ ๆ ความสามารถแค่นี้ยังจะกล้ามาอวดดีที่ฮั๋วเซี่ยอีก?”
“นี่เธอ......”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ทำให้หร่วนจินสุ่ยรู้สึกขายหน้าขึ้นมาทันที และได้โมโหขึ้นมาเพราะความอับอาย
อยู่ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตระกูลหร่วนนับว่ามีอิทธิพลไม่น้อย อย่างน้อยก็จัดอยู่ในระดับสุดยอดของกลุ่มตระกูลชั้นสอง วิชากู่ของพวกเขายิ่งได้รับการยกย่องสรรเสริญ มีผู้คนมาขอกราบติดตามอยู่ไม่น้อย
แต่วันนี้ เจ้าบ้านคนต่อไปอย่างตัวเอง กลับได้ถูกหญิงยาวอายุยี่สิบกว่า ๆ ทำลายกระบวนท่าได้ง่าย ๆ อยู่ที่ฮั๋วเซี่ย หากแพร่งพรายออกไปคงกลายเป็นเรื่องตลกของผู้คนอย่างแน่นอน!”
คิดมาถึงตรงนี้ สายตาของหร่วนจินสุ่ยก็เยือกเย็นขึ้นมา หรี่ตาลงและเริ่มพิจารณาเซียวชุ่นและส่งหลิงเอ๋อร์ใหม่อีกครั้ง
แม่ว่าเมื่อสักครู่เขาจะได้ลงมือแค่แบบลวก ๆ แต่อีกฝ่ายก็สามารถทำลายได้อย่าง่ายดายเหมือนกัน คิดว่าการบำเพ็ญตนจะต้องไม่ด้อยอย่างแน่นอน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้……
ในตอนนี้เอง แววเคร่งขรึมได้พุ่งออกมาสายตาของหร่วนจินสุ่ย จากนั้นก็หยิบเอากระบอกไม้ไผ่อันหนึ่งออกมาจากอกอย่างรวดเร็ว และเขย่าเอาหนอนพิษสีแดงตัวหนึ่งออกมา
มองดูหนอนพิษตัวนั้น หร่วนจินสุ่ยก็มีท่าทางได้ใจขึ้นมีทันที ยิ้มกล่าว
“หึ ๆ ให้เธอได้ลิ้มลองรสชาติของกู่เส้นแดงเสียหน่อย ถึงตอนนั้นฉันจะต้องให้พวกแกคุกเข่าขอร้องอยู่ที่ด้านหน้าของฉัน!”
ต่างก็ทราบกันโดนถ้วนหน้า คนที่เลี้ยงกู่นั้นต่างก็จะเลือกหนอนพิษตัวหนึ่งออกมาเพื่อเป็นกู่ชีวี
แม้ว่ามันจะมีพิษร้ายแรง แต่กลับสามารถสื่อสารกับผู้เป็นเจ้าของได้อย่างมหัศจรรย์ โดยผ่านวีธีบางอย่าง สามารถบรรลุถึงแดนที่เข้าใจซึ่งกันและกันได้
เซียวชุ่นเคยได้ยินอาจารย์พูดเอาไว้ว่า การสืบทอดของวิชากู่นั้นมีมายาวนานยิ่งกว่าวิชาบู๊เสียอีก
กู่เกิดจากหมอไสย ฮั๋วเซี่ยมีตำนาน “สิบสองบรรพบุรุษหมอไสย” มาตั้งแต่สมัยโบราณ และวิชาเช่นนี้ก็ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เพียงแต่ว่าพัฒนามาจนถึงตอนนี้ ทั้งสองอย่างนั้นกลับได้แตกต่างกันมากแล้ว พูดได้แค่เพียงว่ามันวิวัฒนาการมาจากต้นกำเนิดแต่ไม่นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน
แม้จะเป็นเช่นนี้ เมื่อฝึกฝนวิชากู่จนถึงบรรลุผลใหญ่ ก็จะยังคงเป็นวิชาประหลาดที่ผู้คนไม่กล้าดูถูกอีกสายหนึ่ง จะต้องปฏิบัติด้วยอย่างระมัดระวัง!
คิดมาถึงตรงนี้ เซียวชุ่นก็ได้ตักเตือนลูกศิษย์ซ่งหลิงเอ๋อร์อย่างระมัดระวังประโยคหนึ่ง
“ระวัง นั่นคือกู่ชีวิตของเขา!”
“เหอะ ๆ ไม่นึกเลยว่าจะรู้จักกู่ชีวิตด้วย ดูท่าแล้วพวกแกไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดจริง ๆ!”
หร่วนจินสุ่ยที่อยู่ไม่ไกลนักหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวต่อ: “แต่ว่าพึ่งจะมารู้เอาตอนนี้ มันจะไม่สายเกินไปหน่อยเหรอ?”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ได้สะบัดกู่ชีวิตที่อยู่ในมือออกมา จากนั้นก็เอามือกอดอกด้วยท่าทางแน่วแน่
มองดูแมลงตัวสีแดงลักษณะเหมือนกับตัวด้วงที่บินวนอยู่บนศีรษะของหร่วนจินสุ่ย ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาภายในใจ
เธอเบ้ปากกล่าว: “น่าขยะแขยงจริง ๆ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เลี้ยงของแบบนี้นะ!”
ปกติแล้วพวกเด็กสาวก็มักหวาดกลัวและรังเกียจพวกสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดขนดกขาเยอะมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว
ต่อให้เป็นซ่งหลิงเอ๋อร์ที่มีผลการบำเพ็ญสูง ก็ไม่ยกเว้นเช่นเดียวกัน
ลังเลอยู่สักพัก ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็หันไปอ้อนวอนผู้เป็นอาจารย์: “อาจารย์ ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ อาจารย์ลงมือเลยดีไหม?”
มองดูท่าทางเช่นนี้ของเธอ เซียวชุ่นก็ใจอ่อนขึ้นมาทันที
แต่พอคิดดูอีกครั้ง เขากลับยังคงส่ายศีรษะ
“เธอจะเอาแต่อาศัยฉันไม่ได้ แบบนี้มันสามารถช่วยให้การบำเพ็ญตนของเธอรุดหน้าได้เลย เธอเองก็ไม่ต้องกังวล เพียงแค่สร้างชี่จื้อคุ้มครองกายขึ้นมาในตอนที่ประมือ ไม่ให้กู่พิษสามารถเข้าไปในร่างกายได้ก็พอ!”