ตอนที่ 489
บทที่ 742 ไม่มีใครสู้
October 28, 2026
“นายน้อย……”
ชายผู้กล้าของเผ่าม้งขาวคนหนึ่งเดินมาข้างๆม้งโร่หู่ เอ่ยพูดอย่างลังเล
สายตาที่ลุ่มลึกของม้งโร่หู่มองไปยังเซียวชุ่นที่อยู่บนเวที จากนั้นก็โบกมือให้คนคนนั้น
“พาม้งลี่เจียงไปรักษาตัวก่อน เรื่องที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง !”
“ครับ!”
นักรบผู้กล้ารับคำ จากนั้นก็พาเพื่อนพ้องอีกสองสามคนไปแบกร่างของม้งลี่เจียงที่หมดสติอยู่ออกไป
มู่หรงจิ่นในตอนนี้ก็นั่งอยู่ข้างๆม้งโร่หู่ ใบหน้ามีความวิตกกังวลให้เห็น ราวกับคนที่กำลังเผชิญภัยที่ใกล้เข้ามาถึงตัว
เมื่อครู่ที่เซียวชุ่นเปิดเผยตัวตน ก็ได้สร้างความกดดันกับเขาเป็นอย่างมาก
ตอนนี้มาเห็นฝีไม้ลายมือของจ้าวสหเซียวอีก เขาก็ยิ่งจะหวาดกลัวหนักมากขึ้นไปอีก
มู่หรงจิ่นมีธุรกิจขนาดใหญ่มากมายในฮวาตู บอดี้การ์ดภายใต้การดูแลก็มีอยู่นับไม่ถ้วน
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่กล้าที่จะไปท้าชนกับคนที่กล้าท้าทายสมาคมบู๊อย่างบ้าระห่ำคนนี้ได้!
พูดตามตรง บอดี้การ์ดทั้งหมดของเขา รวมกันแล้วก็ยังไม่คณามือคนคนนี้เลย
ให้ตายเถอะ ฉันไปมีเรื่องกับคนที่บ้าระห่ำแบบนี้ได้ยังไงกัน!
ตอนนี้มู่หรงจิ่นเสียใจอย่างที่สุด รู้สึกเพียงการเดินทางมาเมืองฉู่ในครั้งนี้ของตัวเองนั้นช่างดวงซวยเสียจริง
ทันใดนั้น
เขารู้สึกไหล่ของตัวเองถูกใครบางคนตบลงมา
หันมองไป ก็พบว่าเป็นม้งโร่หู่ที่กำลังทักทายตัวเองอยู่
เขารีบแสดงสีหน้าที่สิ้นหวังอย่างที่สุด“นายน้อยโร่หู่……”
ยกยิ้มเล็กน้อย ม้งโร่หู่พูดปลอบประโลม“ไม่ต้องกังวล ฉันไม่ให้นายไปจากเมืองฉู่หรอก!”
ได้ยินดังนั้น ภายในใจของมู่หรงจิ่นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง
ศักยภาพของเผ่าม้งขาวนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ในโลกวิชากู่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในฮั๋วเซี่ย แม้แต่สมาคมบู๊ในอดีตก็ไม่กล้าที่จะล่วงเกิน
ต่อให้ตอนนี้นายน้อยม้งขาวจะลั่นวาจาออกไปว่าจะไม่ให้เซียวชุ่นออกไปจากเมืองฉู่แห่งนี้ นั้นก็คือจะไม่ยอมให้อีกฝ่าวงล้อมนี้ไปได้อย่างง่ายๆแน่นอน
คิดมาถึงตรงนี้ มู่หรงจิ่นก็ถอนหายใจยาว
เขาถามหยั่งเชิง“หรือนายน้อยจะออกโรงเองอย่างนั้นเหรอ !”
แม้สมาชิกของม้งขาวที่มาร่วมงานประชุมหนานฮวงครั้งนี้จะมีไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นคนหนุ่มสาว มีม้งโร่หู่เป็นผู้นำทีม และม้งลี่เจียงเป็นรองหัวหน้า
ในตอนนี้ม้งลี่เจียงได้พ่ายแพ้ให้กับเซียวชุ่นไปแล้ว เพื่อยึดพื้นที่คืน ม้งโร่หู่ในฐานะนายน้อยม้งขาวก็ย่อมต้องแบกรับความรับผิดชอบนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของมู่หรงจิ่น ม้งโร่หู่ก็ยกยิ้มจางๆ
“เหอะๆ เดิมทีฉันคิดว่าคู่ต่อสู้ในงานวิชากู่นี้จะมีเพียงเซี่ยหลีจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนเดียวเท่านั้น ไม่คิดว่าจู่ๆจะมีผู้นำของสหพันธ์บู๊โผล่มาอีกคน ทำเอาฉันคาดไม่ถึงเล็กน้อย!”
พูดมาถึงตรงนี้ เขานิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูดด้วยท่าทีที่จริงจัง
“เมื่อไม่นานมานี้ที่ในหมู่บ้านฉันก็พอได้ยินเรื่องราวของสหพันธ์บู๊กับสมาคมบู๊อยู่บ้าง เซียวชุ่นคนนี้สามารถใช้เวลาอันสั้นสยบสมาคมบู๊ได้ คาดว่าความสามารถก็น่าจะมีอยู่ไม่น้อย ครั้งนี้เขามาถึงที่ละแวกเขาสิบลี้ได้ คาดว่าก็คงน่าจะมีอะไรแอบแฝง !”
แรกเริ่มเดิมที ม้งโร่หู่คิดว่าจุดประสงค์ของเซียวชุ่นนั้นคือการมาดึงเอาแดนม้งไปเป็นพวก จากนั้นก็ร่วมมือกันต่อกรกับสมาคมบู๊
แต่เมื่อพิจารณาจากการกระทำของเขาที่ทำกับม้งลี่เจียงไปเมื่อครู่ ก็ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างที่คิด
เพราะถ้าหากมีจุดประสงค์ที่จะมาร่วมมือกันจริงๆ แล้วจะลงมือกระทำการแบบนั้นได้ยังไง!
หลังจากที่คิดวิเคราะห์ ม้งโร่หู่คิดว่าจุดประสงค์ในการเดินทางมาของเซียวชุ่นนั้นไม่ใช่เพื่อการเจรจาหาความร่วมมือ แต่เป็นไปได้ว่าจะมาเพื่อรวบรวมเอาแดนม้งซะมากกว่า
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของเขาก็อดที่จะยกหยักขึ้นมาไม่ได้ รอยยิ้มบนใบหน้ามีความดูถูกเหยียดหยาม
รวบรวมเอาแดนม้ง?
ช่างมีความมั่นใจมากซะจริง!
เมื่อก่อนตอนที่สมาคมบู๊รุ่งโรจน์นั้น ยังไม่กล้าที่จะย่างกรายมาที่แดนม้งเลยแม้แต่ก้าวเดียว