ตอนที่ 534
บทที่ 787 เอากลับมาทั้งยังมีชีวิตอยู่
October 28, 2026
เซียวชุ่นไม่ได้ไปที่สนามบินพร้อมกับคนของสามกลุ่มม้ง แต่นั่งรถที่จัดพิเศษเฉพาะไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งของเมืองฉู่เพียงลำพัง
หลังจากที่เปิดห้องเรียบร้อยแล้ว เขาก็หยิบเอาหินทิพย์ออกมา
หลังจากนั้น ก็เริ่มกลั่นหินห้าทิพย์ตามวิธีของอาจารย์เสนอมา
ในขณะเดียวกัน ร่างของมู่จิ่วก็ปรากฏตัวขึ้นที่ใต้ดินของยอดเขาลูกใหญ่แห่งหนึ่ง
ที่นี่คือเขาแดนม้งที่แท้จริง แล้วก็เป็นสถานที่ของ “สำนักกู่พิษ”อีกด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ผ่านค่ายกลหมอกที่หน้าทึบด้วยความชำนาญลู่ทางแล้ว ตรงหน้าเขาก็ปรากฏประตูที่กว้างใหญ่ดูมีพลังอำนาจขึ้น บนบานประตูนั้นมีป้ายที่ทำจากหินทองแขวนอยู่ ด้านบนมีตัวอักษรสามตัวเขียนเอาไว้อย่างดูมีพลัง : สำนักกู่พิษ!
แม้ว่าจะเป็นเซียวชุ่นในตอนนี้ ล้วนแต่ไม่สามารถทิ้งร่องรอยเอาไว้ด้านบนหินทองได้ มีเพียงแค่ใช้ธาตุไฟเท่านั้นถึงจะสามารถหลอมละลายวัสดุนี้ได้
เช่นนั้นคนที่เขียนสามคำนี้ได้ ความสามารถควรน่ากลัวระดับไหนกัน
มู่จิ่วรีบเดินเข้าไปในประตูบานใหญ่นั้นอย่างรวดเร็ว ด้านในว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาคน
เวลานี้ คนที่อยู่ในสำนักโดยพื้นฐานแล้วล้วนแต่ฝึกฝนอยู่ในถ้ำ น้อยมากที่จะมาปรากฏตัวอยู่ในสำนัก และมีเพียงแค่ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเท่านั้นที่นั่งรักษาการณ์อีกอีกครั้งเช่นกัน
มาถึงตรงหน้าประตูไม้ มู่จิ่วเคาะเบาๆ
ไม่นานนัก ด้านในก็มีเสียงคนวัยชราดังขึ้น
“เข้ามา!”
มีคำสั่งนี้แล้ว มู่จิ่วถึงได้กล้าผลักประตูเข้าไป
แสงภายในห้องนั้นมืดสลัวมาก ในห้องที่มีขนาดสิบกว่าตารางเมตรไม่มีแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ และชายชราร่างผอมกำลังนั่งอยู่บนเบาะนั่งทรงกลม
ชายชราท่านนี้ดูอายุมากและดูร่างกายอ่อนแอ ให้ความรู้สึกที่ดูขี้โรคแบบหนึ่ง แต่มู่จิ่วก็ไม่กล้าล่วงเกิน เพราะถึงอย่างไรในมือของคนๆนี้ เขาอาจจะต้านทานไว้ได้ไม่เกินสิบกระบวนท่า!
ดังนั้น เขาจึงรีบเดินไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วอย่างมีมารยาท : “ผู้อาวุโส!”
ชายชรายกเปลือกตาขึ้น เหลือบมองมู่จิ่วที่ดูอ่อนน้อม : “คืนก่อนไม่ใช่นายหรือที่มารับแหล่งทรัพยากรในการบำเพ็ญตนของเดือนนี้ไป ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมาที่สำนักอีกกัน?”
“มีคนขโมยหินทิพย์ที่อยู่ในชีพทิพย์ไป วันนี้ผมกลับมาก็จะมาบอกเรื่องนี้กับผู้อาวุโส!” มู่จิ่วตอบกลับ
ได้ยินแล้ว แววตาของผู้อาวุโสนั้นก็มืดมนขึ้นมา : “หืม!?”
ในใจของมู่จิ่วนั้นสั่นเทา หลังจากนั้นก็รายงานเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาทันที
สีหน้าของผู้อาวุโสนั้นดูไม่ค่อยดีนัก ในดวงตาที่ขุ่นมัวนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต : “ใครกล้าคิดพยายามอยากได้ของของ‘สำนักกู่พิษ’ หรือคิดว่าพวกเราปิดกั้นจากโลกภายนอกจริงๆแล้ว ก็จะสามารถใช้ให้คนมาลูบคมได้!”
“คนที่ออกมือนั้นคงจะไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอ สัตว์ร้ายที่สำนักมอบให้ผมเลี้ยงก็ถูกเขาทำร้ายระเบิดสมองจนตาย!” ใครกันแน่ที่ออกมือ ตอนนี้มู่จิ่วเองก็ยังไม่มีคำตอบเช่นกัน เพียงแค่พูดการคาดเดาของตัวเองออกมาเท่านั้น
ผู้อาวุโสส่ายหน้า : “เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคนของสำนักที่เหลือลงมือ ตอนนี้ยิ่งเข้าใกล้ ‘ระยะกาลซานหวู่’ขึ้นมาแล้ว เพื่อที่จะได้รับโอกาสมาได้ พวกเขาจะต้องรีบเร่งจังหวะในการฝึกฝนให้เร็วขึ้น ไม่ออกมาจากถ้ำง่ายๆอย่างแน่นอน ดังนั้นคนที่ลงมือมีเพียงแค่คนนอกเท่านั้น!”
ได้ยินแล้ว มู่จิ่วครุ่นคิดแล้วเอ่ยขึ้นหลังจากนั้น : “หนึ่งหมัดของคนๆนี้ทำให้สัตว์ร้ายถึงแก่ชีวิต ความสามารถขั้นต่ำก็เป็นการฝึกขั้นพรสวรรค์ และผู้มีฝีมือขั้นสูงแบบนี้ ในโลกมนุษย์ก็มีน้อยมาก มีเพียงแค่สมาคมบู๊นั่นที่มีผู้ที่มีฝีมือขั้นสูงแบบนี้อยู่!”
คำพูดของเขาเพิ่งจะพูดจบนั้น ก็ถูกผู้อาวุโสปฏิเสธขึ้นมาแล้ว
“สมาคมบู๊เป็นเพียงแค่สุนัขรับใช้ของ ‘พรรคเหอฮวน’เพียงเท่านั้น ถึงแม้เป็นนายของพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะมาท้าทายพวกเรา และเป็นไปไม่ได้ที่จะกล้ามาขโมยของพวกเราเป็นอันขาด!”
“สำนักกู่พิษ”ในเก้าสำนักใหญ่ที่เหลือ ความสามารถโดยรวมสามารถจัดอยู่ในห้าอันดับแรกได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นการใช้พลังอำนาจที่ทำให้ดูน่ากลัวที่สุดนั้น พวกเขากลับเป็นอันดับหนึ่ง!
ถึงแม้ “สถานวรยุทธหงเหมิง” จะมีความสามารถจัดเป็นอันดับหนึ่งในสำนัก ก็ไม่กล้ามากระทบพวกเขาง่ายๆอยู่แล้วเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสำนักที่เหลืออยู่เลย
เห็นว่าผู้อาวุโสปฏิเสธการคาดเดาทั้งสองของตัวเองแล้ว ใบหน้าของมู่จิ่วก็เต็มไปด้วยความงุนงง : “ในเมื่อไม่ใช่สมาคมบู๊ ถ้าอย่างนั้นจะเป็นใครกันแน่ล่ะครับ?”
ผู้อาวุโสยิ้มเล็กน้อย : “ช่วงนี้ได้ยินข่าวมา ว่าข้างนอกมีองค์กรหนึ่งเกิดขึ้นมาที่มีชื่อว่า ‘สหพันธ์ซินบู’จ้าวสหอายุน้อยและประสบความสำเร็จ อายุยังน้อยอยู่แต่เป็นถึงขั้นพรสวรรค์ แต่เขาไม่มีสำนักสำหรับอาศัย จะต้องสามารถทำได้เพียงแค่ใช้วิธีขโมยหินทิพย์เพื่อเอามาใช้ในการเตรียมบุกทะลวงในอนาคตอย่างแน่นอน!”