ตอนที่ 536
บทที่ 789 การตอบโต้ของหร่วนจินสุ่ย
October 28, 2026
สมาคมบู๊ตะวันออกเฉียงใต้ทางนั้น บุคคลเก่งๆของสหพันธ์บู๊แทบจะออกมาทั้งหมด
หัวหน้าเผ่าของสามกลุ่มม้งไม่ต้องพูดถึงแล้ว ฉินเจิ้นหวนและเกาฉิวเองก็อยู่ในนั้น ทั้งสองเป็นบุคคลที่เป็นแกนกลางของสหพันธ์บู๊ มีสมองที่เหนือบุคคลทั่วๆไป การจัดกองกำลังทหารนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
มีสมองของพวกเขาทั้งสองคน ประกอบกับวิชากู่ของม้งซิวหยุนและคนอื่นๆ อยากจะยึดเอาสมาคมบู๊ตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีคนดูแล เป็นเรื่องที่มั่นใจได้ไม่มีการผิดพลาดอย่างแน่นอน!
นั่งเครื่องบินมาสี่ชั่วโมงกว่า เซียวชุ่นปรากฎตัวขึ้นอยู่ที่หน้าประตูสนามบินนานาชาติเลากัวเขาเองก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่มายังประเทศเล็กๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ แต่เห็นป้ายสัญลักษณ์ทุกที่เป็นภาษาจีน และบทสนทนาเป็นภาษาจีนที่ดังขึ้นนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ต่างเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว!
หลังจากที่อุทานกับความยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆของประเทศบ้านเกิด เขาก็โบกรถคันหนึ่งมุ่งไปที่โรงแรมของซ่งหลิงเออร์
สั่นโคลงมาครึ่งชั่วโมง เขามาถึงโรงแรมระดับห้าดาวในพื้นที่
เวลานี้ซ่งหลิงเออร์กำลังรักษาอาการของเด็กคนหนึ่งที่จู่ๆก็ไข้ขึ้นสูงต่อเนื่องอยู่ที่ตระกูลเซี่ย จึงไม่มีเวลามารับเขา ดังนั้นเซียวชุ่นจึงเปิดห้องให้ตัวเองก่อน หลังจากนั้นก็วางสัมภาระ แล้วหันกลับออกไปอีกครั้ง
เดิมทีเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปจัดการ“วิชากู่ต้องห้าม”ให้กับคนของตระกูลเซี่ย แต่เป็นเพราะเซี่ยหลีจะต้องไปจัดการการประชุม“สมาคมวิชากู่” เขาจึงเปลี่ยนแผนการชั่วคราวเป็นนัดอีกฝ่ายไปที่ตระกูลเซี่ยในวันพรุ่งนี้
เพิ่งจะออกจากโรงแรมนั้น ซ่งหลิงเออร์ก็โทรหาเขา
“อาจารย์ สถานการณ์ของเด็กคนนั้นดูพิเศษอยู่บ้าง คาดว่าฉันจะต้องรอให้เขาไข้ลดลงก่อนแล้วถึงจะกลับไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณก็เดินเล่นทางนี้ไปเองก่อนนะ ฉันจัดการทางนี้เสร็จแล้วจะไปหาคุณ!”
ได้ยินแล้ว เซียวชุ่นก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง : “เกิดจาก‘วิชากู่ต้องห้าม’ใช่ไหม?”
ซ่งหลิงเออร์ตอบกลับ : “ไม่ใช่สาเหตุของ‘วิชากู่ต้องห้าม’หรอกค่ะ แต่เป็นเพราะเด็กนั่นดื้อ ถูกแมลงมีพิษต่อยเข้าน่ะค่ะ!”
เซียวชุ่นหัวเราะขึ้นอย่างจนปัญญา อดที่จะถอดทอดใจไม่ได้พวกเด็กๆที่มีชีวิตอยู่ในครอบครัววิชากู่เหล่านี้อยากจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ดูไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่นัก
หลังจากที่วางสายไปแล้ว เขาก็มาถึงร้านอาหารร้านเล็กๆแห่งหนึ่งในพื้นที่ คิดว่าจะลองอาหารอร่อยๆ เมื่อเห็นเมนูแมลงทอด แมงมุมทอดเหล่านั้นแล้ว เขาก็ถอยออกมาอย่างอ่านสถานการณ์ออก
ที่เลากัวทางนี้นิยมกินของแปลกๆพวกนั้น เซียวชุ่นค่อนข้างจะต่อต้านสิ่งพวกนี้
ภายใต้ความหมดหนทางนี้ ในที่สุดเขาก็เดินเข้าไปในร้านอาหารจีนที่นับว่าหรูหราแห่งหนึ่ง
หลังจากที่ทานอาหารทั่วๆไปเสร็จแล้วนั้น เซียวชุ่นก็ลุกขึ้นออกไป
เดินออกมาด้านนอกไม่กี่ก้าว จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าทางด้านหลังมีเสียงฝีเท้าตามตัวเองมาอยู่ตลอด
หัวเราะออกมานิ่งๆ เซียวชุ่นไม่ได้เปิดเผยออกมา แต่หันกลับเดินไปยังตรอกซอยเล็กๆ ในซอยนั้นแคบยาวอีกทั้งยังมืด และไม่มีเงาคนอีกด้วย
ส่วนคนนั้นที่ตามหลังเขามา หลังจากที่เข้ามาในตรอกซอยแล้ว ก็เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นมาก
“ตามผมมาทำไม?”
ว่าแล้ว เซียวชุ่นก็หันกลับไปมองคนนั้นที่ตามมา
นั่นคือผู้ชายที่อายุราวสามสิบกว่าๆคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่กว่าคนในพื้นที่ของเลากัวมาก แต่ผิวสีดำนั่น ดูแล้วเหมือนจะอยู่ที่นี่มานานแล้ว
เห็นว่าตัวเองถูกจับได้แล้ว ชายผู้นั้นก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแม้แต่นิดเดียว มุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยขึ้น ใช้ภาษาจีนที่ไหลลื่นเอ่ยพูดขึ้นมา : “มีคนอยากจะเชิญคุณไปสถานที่หนึ่ง!”
คำพูดนี้ได้ยินแล้วเซียวชุ่นรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ในชีวิตนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่เลากัว ยังไม่ทันได้ทำให้ใครไม่พอใจเลยเสียด้วยซ้ำ จะถูกคนจับตามองได้อย่างไรกัน?
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เขายิ้มพลางเอ่ยขึ้น : “คุณจำผิดคนแล้วหรือเปล่า?”
ชายคนนั้นครุ่นคิดแล้วหัวเราะ : “เหอะๆ ผมเหมิงไชไม่จำผิดคนหรอก คุณชายตระกูลหร่วนบอกชื่อมาให้ผมตามหาคุณ จะเป็นไปได้ยังไงที่จะผิดพลาด!”
“คุณชายตระกูลหร่วน?”เซียวชุ่นรู้สึกอึ้งไป : “หร่วนจินสุ่ย?”