ตอนที่ 539
บทที่ 792 ลงมือฆ่าโดยไม่ทันตั้งตัว
October 28, 2026
ตอนกลางคืนหนึ่งทุ่ม โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเซียวชุ่นก็สั่นขึ้น
เขาหยิบเอาของที่เหมิงไชให้เขาวันนี้ออกมา แล้วกดรับโดยไม่ลังเล
ทางปลายสายมีเสียงหัวเราะแปลกประหลาดของอีกฝ่ายดังขึ้น : “หึหึ รับสายเร็วนี่!”
“อยู่ที่ไหน?” เซียวชุ่นเอ่ยถามนิ่งๆ
เหมิงไชตอบ : “ท่าเรือที่หาดทางนั้นของตระกูลหร่วน ถึงแล้วคุณก็จะเห็นโกดังที่ไม่ได้ใช้งาน หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงถ้าหากไม่เห็นคนของคุณ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาหาว่าพวกเราไม่อ่อนโยนต่อผู้หญิงก็แล้วกัน!”
แววตาของเซียวชุ่นจริงจังและเอ่ยเตือนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม : “เกิดอะไรขึ้นกับเธอล่ะก็ พวกคุณหนีไม่พ้นแม้แต่คนเดียวแน่ ผมจะทำให้พวกคุณได้สัมผัสถึงว่าอะไรที่เรียกว่าความสิ้นหวังและความโหดร้ายที่แท้จริง!”
“ฮ่าๆ คุณต้องเข้าใจสถานการณ์ให้ชัดเจนนะ ตอนนี้พวกเราต่างหากที่เป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ของเกมนี้ คุณไม่ได้มีความสามารถพอที่จะมาขู่พวกเรา!” เหมิงไชเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
เซียวชุ่นเองก็ขี้เกียจจะเปลืองคำพูดกับเขาแล้วเช่นกัน หลังจากที่ช่วยซ่งหลิงเออร์เอาไว้ได้ คืนนี้คนที่อยู่ตรงนั้นก็จะหนีไปไม่ได้เลยซักคน!
เวลานี้ เหมิงไชเอ่ยพูดขึ้นต่อ : “ใช่สิ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนฉลาด ดังนั้นถึงไม่ได้ไปพูดถึงเรื่องเหลวไหลพวกนั้นกับคุณ แต่ถ้าหากคุณอยากจะทำผิดโดยไม่ถูกจับได้ ถ้าอย่างนั้นก็ทำได้เพียงต้องให้ลูกศิษย์ของคุณไปเจอกับพญายมก่อนแล้วล่ะ!”
ว่าแล้วเขาก็วางสายไปเลย
“ดูแล้วคนกลุ่มนี้จะรู้ว่าหลิงเออร์มีความสำคัญต่อฉัน จึงไม่ได้กังวลเลยว่าฉันจะบอกคนอื่นให้ไปช่วยด้วย!”
เอ่ยพูดกับตัวเองแล้ว เซียวชุ่นก็โบกรถแท็กซี่แล้วออกเดินทางไปยังหาดของตระกูลหร่วน
หลังจากนั้นสี่สิบนาที เขาก็มาที่ท่าเรือแห่งหนึ่งเพียงลำพัง
เงยขึ้นไปมอง บริเวณรอบๆมีตู้คอนเทนเนอร์วางอยู่แน่นอย่างนับไม่ถ้วน เนื่องจากว่าเป็นช่วงเวลากลางคืน ที่นี่จึงเงียบสงัดเป็นอย่างมาก
ตรงที่ไม่กี่ร้อยเมตรทางด้านตะวันตกของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ มีโกดังที่ไม่ได้ใช้งานตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่ว่างเปล่า ตรงนั้นมีวัชพืชแทรกขึ้นมา ให้ความรู้สึกเปลี่ยวเป็นอย่างมาก
“แกร๊ก”เซียวชุ่นหรี่ตาแล้วจุดบุหรี่ จากนั้นก็เดินไปยังโรงงานที่ไม่ได้ใช้งานตึกที่อยู่ไม่ไกล
เนื่องจากว่ายังเหลือเวลาอีกสิบกว่านาทีจะถึงเวลานัดหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เร่งรีบด้วยเช่นกัน เดินเข้าไปใกล้ทางนั้นด้วยความเร็วปกติ
สูบบุหรี่หนึ่งมวน ร่างของเซียวชุ่นนั้นก็มาปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงประตูใหญ่ของโกดัง
ประตูบานใหญ่ที่เป็นลายพร้อยแบ่งด้านในและด้านนอกของโกดังออกไปเป็นสองโลก รอวันที่จะถูกคนเปิดใช้ขึ้นอีกครั้ง
เซียวชุ่นชะงักฝีเท้าลง และยังคงไม่ได้รีบร้อนเข้าไป แต่หลับตาลงอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นเอง สติของเขานั้นเหมือนกับกระแสน้ำ กำลังคิดที่จะม้วนเข้าไปรอบๆด้าน
เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว ก็เข้าสู่การรับรู้สัมผัสถึงทั้งตึกโกดังนี้
ตำแหน่งตรงกลางโกดังนั้น มีเสียงลมหายใจอยู่สามเสียง ลมหายใจที่ยาวเหยียดนั้นคงจะเป็นนักฝึกบู๊
หลังจากนั้น มีเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาดังขึ้นจากทิศทางอื่นอีก ในโกดังเวลานี้มีคนอยู่ทั้งหมดสิบสามคน
หลังจากที่เช็คจำนวนคนเสร็จแล้ว เซียวชุ่นก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองไปยังพื้นที่ชั้นสองของโกดัง
ทันใดนั้น แสงสีทองก็ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของเขา
หลังจากที่เปิดดวงตาทิพย์แล้ว ในม่านตาของเขาก็สะท้อนทุกอย่างของทิศทางที่เขาจ้องมองอยู่
ภายในออฟฟิศห้องใดห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นสอง มีทั้งหมดสามคน
สองคนในนั้นกำลังยืนอยู่ และอีกคนหนึ่งกำลังนอนอยู่
ดวงตาทิพย์ไม่ได้มองทะลุถึงแก่นแท้ เพียงแต่สามารถสะท้อนพลังของคนออกมาได้เท่านั้น ไม่สามารถจับรายละเอียดทั้งหมดได้ แต่เป็นเช่นนี้ เซียวชุ่นกลับยังคงมั่นใจถึงสถานที่ที่ซ่งหลิงเออร์อยู่ในตอนนี้
หลังจากที่หยุดดวงตาทิพย์แล้ว เขาก็เอ่ยพูดขึ้นมานิ่งๆ : “มีผู้ที่มีฝีมือขั้นสูงเฝ้าหลิงเออร์อยู่สองคน ดูแล้วจะรอบคอบมากจริงๆ!”
สำหรับเซียวชุ่นแล้ว คนที่มีฝีมือขั้นสูงสองคนนั้นไม่ได้มีค่าพอให้พูดถึงเลย เขามั่นใจว่าขณะที่อีกฝ่ายนั้นยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา ก็จะสามารถจบชีวิตของพวกเขาได้แล้ว
ที่ทำให้เขากังวลจริงๆนั้นก็คือ“ชาวกู่ป่า”คนนั้นต่างหาก!
หลังจากที่เซียวชุ่นหาที่อยู่ของซ่งหลิงเออร์เจอแล้ว ก็ยังคงไม่กล้าบุ่มบ่าม ก็เพียงแค่กลัวคนๆนี้เท่านั้น