ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ความเจ็บปวดของพานเยว่หลาน
September 29, 2026
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าเพียงแต่ยังไม่คุ้นชินกับสถานะที่เปลี่ยนไปของเจ้าเท่านั้น อย่างไรข้าก็มาเยี่ยมท่านป้าบ่อยครั้งเป็นครั้งแรกที่ได้พบกันที่นี่ ยินดีกับการแต่งงานด้วย”
ร่างบางยกน้ำชาขึ้นจิบพลางเหลือบมองไปยังหญิงสาวใบหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างวิจิตร ถ้าหากนางมีใจให้กับโจวหานอี้บ้างเล็กน้อย อาจมีอาการหึงหวงอยู่บ้าง เมื่อได้เห็นสตรีอื่นแสดงกิริยาราวกับตนเองคือเจ้าของสามีนาง
“คำว่ายินดีน่าจะเหมาะกับสามีของข้ามากกว่ากระมัง สำหรับตัวข้าที่มิได้เป็นผู้ขอพระราชโองการนั้น...”
หญิงสาวหยุดไปเล็กน้อย นางเบื่อเต็มทนที่ต้องมานั่งมองพวกนางเสแสร้งเล่นละครตบตาให้นางดูว่าพวกเขารักใคร่ปรองดองกันเพียงใด มันน่าสะอิดสะเอียน
“เอาเป็นว่าท่านแม่ต้องการให้ข้ามาทักทายคุณหนูจ้าวเท่านั้นกระมัง ในเมื่อคนก็ได้พบแล้ว ทักทายก็ทักทายแล้ว เช่นนั้นข้าต้องตัวก่อน”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนยอบกายทำความเคารพให้กับฮูหยินใหญ่โจว จากนั้นเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะมีสีหน้าอย่างไร
“เจ้า!! ช่างเป็นคนนิสัยแย่จริงๆ ไม่รู้ว่าตระกูลพานสั่งสอนนางมาอย่างไรกันแน่”
สตรีวัยกลางคนที่ประโคมเครื่องประดับทองเต็มหัวและแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าหรูหราราวกับกำลังจะเตรียมตัวไปงานเลี้ยง ชี้นิ้วอันสั่นเทาไปยังร่างบางที่เดินออกจากห้องอย่างไม่สนใจตน
“ท่านป้าอย่าได้อารมณ์เสียเลยนะเจ้าคะ อย่างไรนางก็เป็นคนที่ฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้ตระกูลโจว หากนางจะเย่อหยิ่งก็สมควร อีกอย่างนางคงจะไม่ชอบใจนักที่ได้เห็นข้าที่เป็นสหายวัยเด็กของพี่หานอี้มาที่นี่ ข้า..เข้าใจนางเจ้าค่ะ”
จ้าวหรูอี้แสร้งแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยต่อหน้าฮูหยินใหญ่โจว ราวกับว่าตนเองได้รับความอยุติธรรมเสียหนักหนา
สตรีทั้งสองคนที่กำลังสนทนาภายในห้อง มิได้ล่วงรู้เลยว่าทั้งหมดเป็นแผนการของเฉิงหรงกุ้ยเฟยและโจวอี้หรานผู้เป็นบิดา ที่ต้องการรวบรวมอำนาจและกำจัดคนที่มาขัดขวางเส้นทางของตน
“นางจะคิดอย่างไรก็เรื่องของนาง มิใช่เรื่องที่เจ้าต้องคิดมาก อย่างไรในสายตาของข้า เจ้าก็ยังเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับจวนตระกูลโจวของเรา”
หญิงสาวที่เคยแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยบัดนี้กลับมาแช่มชื่นอีกครั้ง เมื่อได้ฟังวาจาหวานหูของฮูหยินใหญ่ตระกูลโจว
“ขอบคุณท่านป้าที่เข้าใจข้าเจ้าค่ะ อย่างไรวันหน้าข้าก็คงมาที่นี่บ่อยๆ ไม่ได้แล้วเพราะพี่หานอี้แต่งงานกับคุณหนูพานผู้นั้น หากมีผู้อื่นเห็นว่าข้ายังมาที่นี่อาจมีข่าวลือที่ไม่ดีออกไป”
“ใครจะพูดเช่นไรหาต้องใส่ใจ มีเพียงข้าที่รู้ดีที่สุดว่าหานเอ๋อนั้นมีใจให้กับใคร”
ฮูหยินใหญ่โจวตบหลังมือหญิงสาวแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบโยน ภายในหัวของนางบัดนี้กำลังนึกถึงอำนาจที่ตระกูลโจวจะได้รับถ้าได้เกี่ยวดอกกับตระกูลจ้าว
ทว่าเฉิงหรงกุ้ยเฟยไม่เคยต้องการให้พี่ชายแต่งงานกับจ้าวหรูอี้สักนิด เพราะตระกูลจ้าวกั๋วกงนั่นมิใช่ผู้ที่จะถูกชักจูงหรือควบคุมได้ง่าย
อย่างไรจ้าวไทเฮาก็เป็นคนตระกูลจ้าว ถ้าหากตนกระทำสิ่งใดให้นางรู้สึกว่าเป็นการคุกคาม ตัวนางที่อยู่ในวังหลังเป็นอันต้องลำบากแน่
ภายหลังเมื่อได้พบแม่สามีและสตรีดอกท้อผู้นั้น พานเยว่หลานก็รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าตนต้องทนเรื่องเช่นนี้ไปอีกนานเท่าใด ยิ่งสามีหมาดๆ ของตนผู้นั้นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง หลังจากคืนเข้าหอเขาได้กลับมาที่นี่อีกหลายครั้ง ทว่าถูกนางปฏิเสธไปจากนั้นเขาก็ไม่มาเหยียบที่เรือนของนางอีกเลย
“พวกเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ ข้าต้องการอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง”