ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 คำสัญญา
September 29, 2026
เสียงแหบแห้งของหญิงสาวดังขึ้นแผ่วเบา ฮาเอ๋อและเสี่ยวชุ่ยผินหน้ามองกันเล็กน้อย ก่อนจะรีบทำตามคำสั่งของนางอย่างรวดเร็ว
“ท่านต้องทานอะไรบ้างนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นบ่าวสองคนคงต้องรับโทษที่ดูแลฮูหยินน้อยไม่ดี”
“ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าไปเตรียมโจ๊กให้ข้าสักชามก็พอ”
ร่างบางเอ่ยกับฮวาเอ๋อ ก่อนจะหลับตาแช่น้ำอุ่นเพื่อให้ตนเองผ่อนคลาย
สองวันที่นางขังตนเองอยู่ภายในห้อง ทำให้พานเยว่หลานคิดได้หลายอย่าง นางในตอนนี้มิใช่คุณหนูตระกูลพานอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นฮูหยินน้อยตระกูลโจว ถ้านางไม่แย่งชิงความเป็นใหญ่ในเรือนหลังนี้ ต่อไปนางก็จะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบสุข
ภายหลังเมื่ออาบน้ำชำระกายเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวจึงพาสาวใช้ทั้งสองไปที่ห้องตำราที่โจวหานอี้ใช้พักนอน เมื่อไปถึงที่นั่นประตูที่มิได้ปิดเอาไว้ทำให้หญิงสาวเห็นภาพของจ้าวหรู้อี้ กำลังนั่งอยู่บนตักของสามีนาง
พานเยว่หลานคิดว่าเรื่องเช่นนี้สักวันต้องเกิดขึ้นแน่ นางพยายามสงบใจตนเองจากนั้นปั้นหน้าเป็นเจ้าของเรือนที่ดี เดินเข้าไปในห้องหนังสือของโจวหานอี้
“ข้าคงมิได้มาขัดจังหวะพวกเจ้าทั้งสองกระมัง”
เสียงเย็นเอ่ยขึ้นที่หน้าประตู ชายหนุ่มเมื่อเห็นภรรยาเขาก็รีบลุกขึ้นทันที แต่พานเยว่หลานมิได้ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขา
“คุณหนูจ้าว วันนี้ก็มาเที่ยวเล่นเหมือนเคยหรือ”
“ขะ...ข้าแค่เพียงต้องการให้พี่หานอี้ช่วยสอนข้าคัดอักษรเท่านั้น”
จ้าวหรู่อี้แสดงท่าทีประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาว เมื่อเห็นท่าทีเฉยเมย นางกลับอยากให้พานเยว่หลานโวยวายเรื่องของนางกับโจวหานอี้เสียยังจะดีกว่าทำท่าทางเย็นชาเช่นนี้
“ข้าแค่แวะมาดูท่านเท่านั้น หลายวันมานี้ฝันไม่ค่อยดีจึงอยากมาชวนท่านไปไหว้พระบนเขา ทว่าถ้าท่านไม่ว่างเห็นทีข้าคงต้องไปด้วยตนเอง”
โจวหานอี้ไม่เคยเห็นภรรยาที่ตนแต่งเข้ามามีท่าทีต้องการปฏิสัมพันธ์กับตนมาก่อน หรือว่าที่นางเป็นเช่นนี้เพราะการมาของจ้าวหรูอี้
ชายหนุ่มนึกกระหยิ่มในใจ คิดว่าพานเยว่หลานกำลังหึงหวงตนเอง เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงหันไปกอดกระชับหญิงสาวร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลเข้ามาในอ้อมแขน
“ข้าว่าง เช่นนั้นก็ให้คนไปเตรียมรถม้าเถอะ ข้าจะพาหรูอี้ไปด้วย”
พานเยว่หลานก้มหน้าบิดปากอย่างนึกรังเกียจ นางพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมกับสาวใช้ทั้งสอง
“ฮูหยินน้อย...ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”
หญิงสาวหันไปมองสาวใช้ฮวาเอ๋อ พลางส่งยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าให้นาง
“ขึ้นรถม้าเถอะ”
รถม้าคันเล็กที่นางนั่งไปกับสาวใช้ทั้งสอง เป็นรถม้าที่มีเพียงบุตรอนุในจวนตระกูลโจวเท่านั้นที่ใช้โดยสาร เป็นความจงใจของโจวหานอี้ที่ให้คนเตรียมรถม้าเช่นนี้ให้นาง เขาต้องการข่มให้นางดูต่ำต้อย แต่หญิงสาวกลับมิได้ใส่ใจต่อการกระทำของเขา
ความจริงในใจของโจวหานอี้อยากจะปราบพยศหญิงสาวผู้นี้ และต้องการแก้แค้นนางเรื่องที่เย่เหิงคุณชายสามตระกูลเย่เข้ามาอาละวาดในงานแต่งงานของเขา แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นนางเศร้าโศก
“ท่านไม่นั่งรถม้าคันเดียวกับนางเช่นนี้ ระวังนางจะไม่พอใจนะเจ้าคะ”
ร่างบางโน้มกายเข้าไปอิงซบชายหนุ่ม พลางเอ่ยเสียงหวานออดอ้อนออเซาะ
“นางกล้าหรือ สตรีอย่างไรก็เป็นสตรีวันยังค่ำ ไม่มีสิทธิ์มีปากเสียงกับบุรุษ ข้าให้นางทำเช่นไรนางก็ต้องทำเช่นนั้น หรือต่อให้ข้าห้ามนางมิให้ออกนอกจวน นางก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของข้าได้”