ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 เอาคืนตระกูลโจว
September 29, 2026
หลังจากสั่งสาวใช้ทั้งสองพานเยว่หลานจึงเดินไปยังต้นโพธิ์ที่ยืนต้นตระหง่านให้ร่มเงาอยู่ไม่ไกล นางนั่งลงที่ม้านั่งทว่ากลับได้เห็นใครบางคนที่แสนคุ้นตากำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่ไม่ไกล
ทันทีที่สองสายตาสบประสาน หัวใจของนางสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้เห็นใบหน้านั้นอย่างเต็มตา
“ท่าน...เย่เหิง...เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่”
ดวงตาคมฉายแววเจ็บปวด ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าเหลืองสีมอ บนศีรษะโล่งเตียนไร้เส้นผม บัดนี้เย่เหิงหรืออันคงใต้ซือได้กลายเป็นหลวงจีนที่สละทางโลกไปเรียบร้อยแล้ว
“ความเจ็บปวดที่อาตมาได้รับนั่นเกินที่หัวใจจะทนรับไหว ในเมื่อชีวิตนี้มิอาจสมหวัง อาตมาก็ไม่ต้องการรับรู้เกี่ยวกับฮูหยินอีก”
พานเยว่หลานคิดว่าตนเองนั้นได้รับความทุกข์ทรมานมากแล้ว ทว่าบุรุษผู้นี้กลับได้รับความเจ็บปวดไม่ต่างกัน ตั้งแต่วันนั้นในงานแต่งงานของนางหญิงสาวก็มิได้พบหน้าเขาอีกเลย
“ท่านทำเช่นนี้เพื่อสตรีเช่นข้ามันสมควรแล้วหรือ”
ดวงตากลมโตแดงก่ำ หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย หัวใจของเขาและนางเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสความรู้สึกเจ็บปวดราวถูกทิ่มแทงเกิดขึ้นเพราะอะไร มีเพียงคนทั้งสองเท่านั้นที่รู้ดีแก่ใจ
“อาตมาเป็นผู้เลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเอง มิใช่ความผิดของโยม อย่าได้กล่าวโทษหรือด้อยค่าตนเองเช่นนั้น”
แม้จะละทางโลกไปแล้ว แต่ความห่วงใยของเขาที่มีต่อนางนั้นไม่ลดน้อยถอยลงแม้เพียงนิด
“ที่นี่ทำให้หัวใจของตามาสงบลงได้ แม้ความเจ็บปวดจะยังคงอยู่ ทว่าอาตมาเชื่อ สักวันมันจะต้องหายไปได้แน่นอน”
ร่างบางมิอาจสะกดกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดและระทมทุกข์ของตนได้อีกต่อไป นางคุกเข่าก้มหน้าผากจรดพื้นต่อหน้าหลวงจีนหนุ่ม หัวไหล่บอบบางสั่นเทาเพราะแรงสะอื้น
“เช่นนั้นข้าน้อยก็ขอให้ท่านจงมีแต่ความสุขสงบเมื่ออยู่ที่นี่ ทว่าในเมื่อชาตินี้มิอาจครองคู่ ขอให้ชาติต่อไปของเราทั้งสองอย่าได้มีอุปสรรคอีกเลย”
หญิงสาวหันไปคำนับให้กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่านท่ามกลางความเงียบสงบ หลวงจีนหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็คุกเข่าลงคำนับเช่นกัน ราวกับว่าเป็นคำสัญญาข้ามภพข้ามชาติของคนทั้งสองที่มีต่อกัน
พานเยว่หลานภายหลังเมื่อกลับมาจากวัดหลิงซาน นางก็ปิดประตูเก็บตัวเงียบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะนางคิดว่าถึงเวลาที่ตนต้องใช้ชีวิตให้ดีแล้ว ในเมื่ออดีตมิอาจแก้ไข นางเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่าตนเองในชาติหน้าจักได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับบุรุษที่ตนรัก
ร่างบางแปรเปลี่ยนจากหญิงสาวที่ดูระทมทุกข์ บัดนี้กลายเป็นพานเยว่หลานคนใหม่ที่มีแต่ความมั่นใจ จากนี้นางมิยินยอมให้ผู้ใดมารังแกตนเองอีก แม้แต่แม่ของสามีหรือเฉิงหรงกุ้ยเฟย
“ถึงเวลาที่ข้าต้องทวงคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง ต่อให้เป็นเฉิงหรงกุ้ยเฟยก็ไม่สามารถเอาครอบครัวมาข่มขู่ข้าได้
หญิงสาวนั่งรถม้าเข้าไปในวัง และยื่นป้ายหยกที่ฮองเฮาเคยมอบให้ไว้ก่อนที่จะได้รับพระราชทานสมรสกับโจวหานอี้
“มิได้พบกันเพียงพักเดียวเจ้าดูผ่ายผอมไปมาก ท่าทางตระกูล โจวจะเลี้ยงดูเจ้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร”
“เป็นเช่นนั้นเพคะ”
ซ่างกวนฮองเฮาไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะยอมรับออกมาตรงๆ เช่นนั้น ช่างดูแปลกและแตกต่างจากเด็กสาวขี้อายที่ตนได้พบเมื่อปีก่อน
“เช่นนั้นที่เจ้าต้องการพบข้าก็คงจะมีเรื่องกระมัง”