ตอนที่ 146
บทที่ 146 ตรงตามที่เธอต้องการ
October 28, 2026
บุคคลที่สามารถทำให้หวังเชียนอยากจะหนีเตลิดออกนอกประเทศชั่วข้ามคืนอย่างทนรอไม่ได้...
ในหัวของเหลิงหยุนฉี ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พลันฉายใบหน้าอันหล่อเหลาของเฉียวหยู่โม่ขึ้นมาทันที
เธอกระพริบตา พลันวางโทรศัพท์ลงทางด้านข้างทันทีทันใด ชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องเชิญหมอมาแล้วแหละ
หวังเชียนจ้องมองอากัปกิริยาเหลิงหยุนฉีที่อมยิ้ม โจวหยุนที่มีลักษณะ “เพื่อนสนิท ที่ตกทุกข์ได้ยากเหมือนๆ กัน” พลันส่งเสียงคร่ำครวญออกมา พลางเปลี่ยนความเศร้าโศกเป็นความหิวแทน ช่างเถอะ! ถ้าคุณชายอย่างฉันตาย ก็ถือว่าเป็นผีที่กินอิ่มท้องไม่ลำบากแล้ว!
รูปภาพที่ส่งเข้าไปใน Wechat ไม่สามารถยกเลิกได้แล้ว รอให้พี่เขากลับมา เขาก็จะหวาดหวั่นอย่าง—สุดชีวิต!
โจวหยุนทำหน้าตาแสดงอาการคนที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว จึงตบหัวไหล่ของเขา “จะกลัวอะไร! เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหนักหนาขนาดไหนเดี๋ยวมันก็ผ่านไป! ตอนนี้ได้สุขสมเต็มปรี่ ถือว่าสุขใจจริงๆ!”
เมื่อหวังเชียนได้ยินคำพูดช่วงท้าย ตัวสั่นทันที มือที่หยิบไม้เสียบปิ้งย่าง สั่นเทาอย่างทนไม่ไหว
ยัยเด็กบ๊องนี่ ไม่พูดเรื่องลามกจะตายให้ได้ใช่มั้ยเนี่ย???
ทำไมเพื่อนซี้ของพี่สะใภ้เล็กถึงได้พูดจาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้นะ?
สาวเซี่ยงไฮ้ตามข่าวเล่าลือกันมา เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนอ่อนโยน พูดจาอ่อนหวานทั้งหมดไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงได้พูดจาขวานผ่าซากกว่าผู้หญิงอายุมากจอมวีนเสียอีก?
“ทางนี้มีห้องนอนแขกอยู่หลายห้อง คืนนี้พวกเธอก็เลือกกันเอาเองนะ” เหลิงหยุนฉีดื่มไวน์หนึ่งแก้ว สายลมพัดผ่าน จนเริ่มมึนเล็กน้อย เมื่อเห็นลักษณะท่าทางของหวังเชียนที่แสดงสีหน้าสงสัยในการใช้ชีวิต จนขี้เกียจจะเป็นที่ปรึกษาทางจิตวิทยาให้กับเขา จึงสั่งกำชับไว้สองประโยค เพื่อเตรียมไปล้างหน้าล้างตา
“เคร~~~” โจวหยุนพนมมือด้วยสีหน้าตื่นเต้น เพื่อเตรียมจะประจบประแจง และแสดงความขอบคุณที่ให้อยู่ แต่วินาทีก่อนหน้า ยังเหมือนผีที่หิวโหยลงมาเกิด ใครบางคนที่กำลังรูดบาร์บีคิวกินอย่างบ้าคลั่งตกใจจนเนื้อแพะเสียบไม้ในมือหล่นลงทันที
“ไม่ ไม่ต้องแล้ว” หวังเชียนที่ “ลื่นสไลด์” ที่พื้นลุกขึ้นมาทันที ดวงตาตื่นตระหนกจนสติหลุดไปชั่วแวบหนึ่ง จากนั้นพยายามบังคับให้ตนเองสงบสติอารมณ์ลง “พรุ่งนี้ผมนั่งเครื่องบินกลับบ้าน พักที่โรงแรมสะดวกกว่า”
ถ้าพี่เฉียวรับรู้ว่า ไม่เพียงแต่เขานั่งพูดคุยอยู่ในสวนดอกไม้ของพี่สะใภ้เล็กในคืนนี้ แถมยังตั้งใจพักค้างแรม...
หวังเชียน รู้สึกว่า ความหวาดหวั่นสุดชีวิตของตนเองคงไม่พอแล้ว คอขาดบาดตายเลยแหละ!
ระหว่างที่พูด พลันเก็บอาการที่ตนเองสร้างสถานการณ์น่าเวทนาไว้อย่างดีและพูดด้วยหน้าตาเกรงอกเกรงใจ พร้อมทั้งพูดขอโทษขอโพยซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็เหมือนมีคนมาจุดไฟลนก้นทางด้านหลัง และตาลีตาเหลือกมุ่งหน้าไปยังโรงแรมทันที
“นี่เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย?” โจวหยุนจ้องมองเขาวิ่งเตลิดไปเหมือนลมด้วยหน้าตาเหมือนมองเห็นผี
ทั้งๆ ที่อยู่ในงานเลี้ยง ก็ยังเต๊ะท่าเป็นคุณชายตระกูลผู้ดีขุนน้ำขุนนางมากอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงแสดงพฤติกรรมแบบนี้ล่ะ?
เหลิงหยุนฉีเดาว่าเมื่อครู่ตอนที่เขากำลังเล่นโทรศัพท์อยู่นั้น ต้องไปคุยอะไรบางอย่างกับเฉียวหยู่โม่ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เนื้อหาในรายละเอียด จึงไม่ได้สนใจเขา
ปล่อยให้โจวหยุนทำอะไรตามอำเภอใจ แต่เธอเข้าพักผ่อนในห้องทันที
ช่วงสายสิบโมงเช้าของวันถัดมา เธอโดนปลุกให้ตื่นจากเสียงโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่งของโจวหยุน
เสียงเรียกเข้าดังลั่นวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีใครก็กดรับสาย และก็ไม่ตัดสายทิ้ง จนทำให้เสียงดังสะท้อนไปทั่วทั้งเพนส์เฮาส์ชั้นบนสุด
“ไม่อยากรับ ก็ปิดเครื่องสิ” อาทิตย์นี้เหลิงหยุนฉียุ่งอยู่กับงานที่บริษัทตลอดเวลา ไม่ง่ายเลยที่จะได้มีวันหยุดสุดสัปดาห์บ้าง ที่สามารถนอนจนถึงเวลาร่างกายตื่นเอง แต่เธอกลับถูกเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะเข้า อาการงัวเงียจากความง่วงนอน จนทำให้เสียงแทบแหบพร่ามาก